ข่าว
100 year

เสด็จฯ เปิดการประชุมรัฐสภาแล้ว ทรงเน้นให้สุจริต

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 พ.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

ส.ส.อนค.ชายแต่งหญิง ‘พรเพชร’ ปธ.วุฒิฯ ตามโผ มติ ปชป.‘ชวน’ ชิง ปธ.สภา

ในหลวง ร.10 เสด็จฯเปิดพิธีประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้สมาชิกรัฐสภาปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เต็มกำลัง สติปัญญา ความสามารถ ด้วยความสุจริต สุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรงตามหลักนิติธรรม และคุณธรรม ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไปโดยไม่ติดขัด ขณะที่ ส.ส.คึกคักตั้งแต่เช้า “ธนาธร-ปิยบุตร” ร่วมพิธี 4 ส.ส. อนค.ทำฮือฮาแต่งกายตามเพศวิถี “มิ่งขวัญ” ตีกรรเชียงจนขาขวิด พปชร.ยันส่ง “สุชาติ” ชิงเก้าอี้ ปธ.สภาฯ “จุรินทร์” ปัดลือซ้ำรอย ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร “ถาวร” ชี้ข่าวเสี้ยมให้ทะเลาะกัน พท.บอกวันเลือก ปธ.สภาฯคือวันชี้ชะตา เลขาฯสภาฯโยน “ปู่ชัย” ชี้ขาด “ธนาธร” “วิษณุ” ยันชัดไม่มีสิทธิโหวตในสภา กกต.ปัดวุ่นไม่ได้เร่งรีบเช็กบิล

การเมืองไทยกลับคืนสู่ระบบรัฐสภาโดยสมบูรณ์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช ดำเนินทรงเปิดพิธีประชุมรัฐสภา ที่ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ

ร.10 เสด็จฯเปิดพิธีประชุมรัฐสภา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 พ.ค. พระบาท สมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิธีประชุมรัฐสภา ที่ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. คณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. คณะทูตานุทูต ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าเฝ้าฯ ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมี พระราชดำรัสแก่สมาชิกรัฐสภา ความว่า “บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2562 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้สมาชิกแห่งสภาพึงนึกถึงความสำคัญ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน จะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจทั้งปวง โดยเต็มกำลังสติปัญญา ความสามารถ ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรงตามหลักนิติธรรมและคุณธรรม ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไปโดยไม่ติดขัด และบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์สมบูรณ์บริบูรณ์ ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อยสัมฤทธิผล เป็นความผาสุกสวัสดิ์และความวัฒนาถาวร แก่อาณาประชาราษฎร์ และชาติบ้านเมือง ทั้งขอให้ทุกคนที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ ประสบความสุขความเจริญทุกเมื่อทั่วหน้ากัน” จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ส.ส.เตรียมตัวคึกคักตั้งแต่เช้า

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภาใหม่ ย่านเกียกกาย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก ของบรรดา ส.ส.แต่ละพรรคการเมือง คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ส.ส.เกือบทุกพรรค ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐที่แจ้งว่าจะเดินทางไปเอง ต่างสวมชุดข้าราชการปกติขาวทยอยเดินทางเข้าเซ็นชื่อที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดเตรียมไว้ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอทำข่าวจำนวนมาก เพื่อเกาะติดความคืบหน้าการจับขั้วตั้งรัฐบาล หลังมีข่าวลือเรื่องงูเห่าจากพรรคเพื่อชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่ ถูกดึงไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว รวมถึงจับตาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเดินทางมาร่วมพิธีด้วยหรือไม่ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ กกต.กรณีถือหุ้นสื่อและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้ก่อน

“ธนาธร–ปิยบุตร” ร่วมพิธีด้วย

ต่อมาเวลา 12.15 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ในชุดข้าราชการปกติขาวเดินทางมาถึงรัฐสภา เพื่อเตรียมเข้าร่วมพิธี นายธนาธรกล่าวว่า ยืนยันว่าตนยังเป็น ส.ส. นี่เป็นงานพิธีเปิดรัฐสภาไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยืนยันว่าเข้าร่วมได้ แต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานในวันที่ 25 พ.ค. ต้องรอการวินิจฉัยของผู้ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวอีกครั้ง สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลยังดำเนินการอยู่ ที่ผ่านมาพูดคุยกันปกติ ส่วนตำแหน่งประธานสภาฯนั้นยังไม่มีความชัดเจน ยืนยันว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่หนักแน่น ไม่มีงูเห่าแน่นอน

“มิ่งขวัญ” ตีกรรเชียงขาขวิด

จากนั้นเวลา 12.30 น. บรรดา ส.ส.ทยอยเดินลงมาเพื่อขึ้นรถบัสที่ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดเตรียมไว้รองรับ ส.ส.ที่จะเดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศ 13 คัน แต่บรรยากาศก่อนเดินทางโกลาหลเล็กน้อย เมื่อนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เดินออกมาจากลิฟต์ สื่อมวลชนจึงกรูเข้าไปสอบถามถึงจุดยืนทางการเมือง นายมิ่งขวัญได้แต่ยิ้มและตอบเพียงสั้นๆถึงกระแสข่าว ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะไปสนับสนุนตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า ขอยืนยันว่าข้อเท็จจริงจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ แต่ยังไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ และพยายามเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ แต่สื่อมวลชนยังคงรุมซักถามจนนายมิ่งขวัญทำตัวไม่ถูก เดินสับสนวกไปวนมาอยู่หลายรอบ ไม่รู้ว่าตนเองจะต้องขึ้นรถบัสคันไหน สุดท้ายนายมิ่งขวัญไปขึ้นรถบัสคันเดียวกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

“มงคลกิตติ์” เจื่อน “วัน” ไม่จับมือ

ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ที่เคยปะทะคารมกันอย่างรุนแรงทางโซเชียลมีเดีย เมื่อนายมงคลกิตติ์เจอหน้านายวัน ได้ทักทายและขอจับมือ แต่นายวันปฏิเสธไม่ยอมจับมือด้วย ทำให้นายมงคลกิตติ์ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆและเดินเลี่ยงออกไป ขณะที่รถบัสของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ทั้งนายธนาธร และนายปิยบุตร ได้ชูสามนิ้วขณะเดินขึ้นรถให้สื่อ เป็นเชิงสัญลักษณ์เดินหน้าตามอุดมการณ์ต่อ

4 ส.ส.อนค.แต่งกายตามเพศวิถี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สร้างสีสันและความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ คือ กลุ่ม ส.ส.หลากหลายทางเพศ ของพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 4 คน ได้แต่งกายตามเพศวิถีในชุดข้าราชการขาวปกติ ได้แก่ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพศกำเนิดชาย แต่งกายตามเพศสภาพชาย นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพศกำเนิดชาย แต่งกายตามเพศสภาพหญิง น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพศกำเนิดหญิง แต่งกายตามเพศสภาพชาย และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7 เพศกำเนิดหญิง แต่งกายตามเพศสภาพชาย ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางมาพร้อม ส.ส. แต่ปรากฏว่าบ่าอินทรธนูที่นายอนุทินติดมากับชุดปกติขาว เป็นของตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งที่ต้องติดบ่าอินทรธนูตำแหน่งของ ส.ส. จนเจ้าตัวต้องเร่งให้ผู้ติดตามไปหาซื้ออินทรธนูมาเปลี่ยนให้ถูกต้อง จากนั้นนายอนุทินจึงเดินลงมาพร้อมเข็นรถให้นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ส่งขึ้นรถบัส ที่จัดเตรียมไว้

ส.ว.นัดรวมพลที่สุขประพฤติ

ที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น ส.ว. 250 คน ทยอยเดินทางมารวมตัวโดยแต่งตัวชุดปกติขาวมาเซ็นชื่อรายงานตัว เพื่อเตรียมตัวขึ้นรถบัสจำนวน 7 คัน ที่ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจัดไว้ เพื่อเดินทางเข้าร่วมพิธีการเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ต่างคนต่างทักทายกันอย่างชื่นมื่นเพราะคุ้นเคยกันดี โดยนายสมเดช นิลพันธุ์ ส.ว. กล่าวชี้แจงกรณีถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีขัดคุณสมบัติเนื่องจากเคยถูกลงโทษจำคุกจากการจัดซื้อจัดจ้างที่ดินเทศบาลตำบลธรรมศาลา จ.นครปฐม ว่า พร้อมยอมรับการตรวจสอบ เพราะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ใช่การทุจริต เป็นความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์เท่านั้น และไม่ได้ถูกลงโทษให้ออกจากราชการ มั่นใจไม่มีปัญหา ที่ผ่านมา กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างครบถ้วนแล้ว

52 ส.ส. ปชป. ร่วมถ่ายรูปหมู่

ส่วนบรรยากาศการรวมตัวของพรรคการเมืองต่างๆ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ทั้ง 52 คน นัดรวมตัวเพื่อถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกที่บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ก่อนเดินทางไปรัฐสภาใหม่ เพื่อขึ้นรถไปร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกระแสข่าวว่าพรรคจะพิจารณาส่งชื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทน-ราษฎร นายอภิสิทธิ์ตอบเพียงว่า ตำแหน่งประธานสภาฯมีชื่อหลายคน ไม่ได้มีชื่อตนคนเดียว ขณะที่นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หนึ่งในรายชื่อแคนดิเดตประธานสภาฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีชื่ออยู่ด้วย ให้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดต กล่าวว่า ได้ปฏิเสธไปก่อนหน้านี้แล้ว ยังยืนยันไม่รับตำแหน่ง พรรคยังมีบุคลากรอีกมาก และแม้พรรคจะมีมติว่าเสนอชื่อใคร ต้องสอบถามความสมัครใจจากเจ้าตัวด้วย

“หนูนา” ถือรูป “เตี่ย” ร่วมเฟรม

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคทั้ง 10 คน ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าป้ายที่ทำการพรรคเป็นที่ระลึก ก่อนเดินทางไปร่วมเปิดประชุมรัฐสภา โดย น.ส.กัญจนาได้ถือภาพของนายบรรหาร ศิลปอาชา ในชุดนายกรัฐมนตรีเต็มยศไว้ด้วย น.ส.กัญจนากล่าวว่า หากวันนี้พ่อรับรู้ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาร่วมกันฝ่าฟันจนมี ส.ส.เข้าสู่สภาได้ถึง 10 คน คงภูมิใจ เราพร้อมสืบทอดแนวทางที่พ่อวางไว้ ส่วนจะประกาศร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ขอให้รอหลังหารือร่วม ส.ส. ของพรรคในช่วงเย็น

4 กุมาร พปชร. หายตัวเงียบ

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ส.ส.ทยอยเดินทางมาเตรียมตัวก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา มีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ขณะที่แกนนำคนสำคัญ อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคเวลา 09.30 น. ต่อมาเจ้าหน้าที่พรรคแจ้งสื่อมวลชนว่าได้เลื่อนประชุมกรรมการบริหารพรรคออกไปเป็นหลังเสร็จสิ้นงานพิธีเปิดประชุมรัฐสภา กระทั่งเวลา 10.40 น. แกนนำพรรคทั้ง 4 คน เดินทางออกจากพรรคพร้อมกัน โดยไม่แจ้งว่ามีภารกิจที่ใด ท่ามกลางกระแสข่าวการต่อรองโควตารัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยยังฝุ่นตลบ ตำแหน่งประธานสภาฯยังไม่ลงตัว อาจยอมแลกยกให้พรรคประชาธิปัตย์ หรือส่งชิงโหวตสู้กันในสภา

ยันส่ง “สุชาติ” ชิงเก้าอี้ ปธ.สภา

นายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ผู้ใหญ่ในพรรคกำลังประสานเพื่อให้จบภารกิจในสัปดาห์หน้า ส่วนข่าวตนจะไปนั่ง รมช.มหาดไทย อยู่ที่ผู้ใหญ่จะพิจารณา ส่วนตำแหน่งประธานสภาฯหากตกลงกับพรรคร่วมไม่ได้ คงต้องรอดูผลโหวตในวันที่ 25 พ.ค. จนถึงตอนนี้พรรคยังยืนยันเสนอนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เพียงคนเดียว ไม่สนับสนุน ส.ส.จากพรรคอื่น ภารกิจคือทำให้นายสุชาติเป็นประธานสภาฯให้ได้ เพราะควรเป็นของพรรคพลังประชารัฐแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นผลดีต่อการเสนอชื่อนายกฯด้วย เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยยกมือโหวตให้คนของประชาธิปัตย์ นายธรรมนัสตอบว่า ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พร้อมสู้

รอมติประชาธิปัตย์พรรคเดียว

กระทั่งเวลา 16.00 น. แกนนำพรรคทั้ง 4 คน คือ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เดินทางกลับมายังที่ทำการพรรค เพื่อประชุมกรรมการบริหารพรรค ประเมินสถานการณ์การเมืองโดยเฉพาะท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ และพิจารณาเสนอชื่อ ส.ส.พรรค ลงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และกรรมการบริหารพรรค เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ข้อยุติ รอดูความชัดเจนพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ต้องให้เกียรติ แต่มั่นใจพลังประชารัฐจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน

แผนเดิมส่ง “สุชาติ” ลงชิงดำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเจรจาต่อรอง โควตารัฐมนตรีระหว่างแกนนำพลังประชารัฐกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ล่าสุดยังไม่ลงตัว โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 พ.ค. ตำแหน่งประธานสภาฯ ที่มีชื่อนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแคนดิเดต แต่ทั้ง 3 คนปฏิเสธแล้ว โดยมีการพูดถึงชื่อนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ขึ้นมาเป็นแคนดิเดตประธานสภาฯแทน ขณะที่พลังประชารัฐยังยืนยันเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ชิงตำแหน่งประธานสภาฯแน่นอน และเลือกโหวตสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ หากประชาธิปัตย์มีมติส่งคนลงแข่งอาจเป็นสัญญาณว่าไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

แกนนำเครียดหนักสับขาหลบสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมผ่านไป 1 ชั่วโมงเศษ แกนนำทั้ง 4 คน เริ่มทยอยออกจากพรรคด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด โดยนายอุตตมปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ต่อมารถยนต์ส่วนตัวของนายสนธิรัตน์ได้ออกจากพรรค แต่ไม่มีนายสนธิรัตน์นั่งไปด้วย ทำให้ผู้สื่อข่าวเชื่อว่านายสนธิรัตน์ยังอยู่บนห้องทำงาน เป็นเพียงสับขาหลอกสื่อเท่านั้น จนกระทั่งเวลา 19.00 น. แม่บ้านประจำพรรคได้ลงมาแจ้งผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีใครอยู่แล้ว และจะขอปิดที่ทำการพรรค สื่อมวลชนจึงออกมาปักหลักรออยู่ด้านนอก แต่ถึงเวลา 19.20 น. นายสนธิรัตน์ได้ลงลิฟต์และรีบเดินขึ้นรถยนต์ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้ามากันผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า “ไม่อนุญาตให้เข้า” ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามเรื่องตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ข้อสรุปใช่หรือไม่ ซึ่งนายสนธิรัตน์ไม่ได้หันมาตอบอะไร

ชทพ.เลือกร่วมรัฐบาล พปชร.

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เรียกประชุม ส.ส.ทั้ง 10 คนของพรรค จากนั้น น.ส.กัญจนาแถลงว่า พรรคตัดสินใจเลือกสิ่งที่คิดว่ามีปัญหาวุ่นวายน้อยที่สุด สามารถนำสู่การปฏิบัติ และประเทศเดินไปได้ ขอประกาศว่าพรรคชาติไทยพัฒนามีความเห็นร่วมกันเลือกแนวทางเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ และจะยกมือให้ พปชร.ในการเลือกประธานสภาฯ ส่วนการยกมือโหวตนายกฯ ยังไม่พูดถึง พรรคมอบหมายให้หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา นายประภัตร โพธสุธน เป็นตัวแทนไปพูดคุย

“กัญจนา” ประกาศไม่รับเก้าอี้ รมต.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวจัดสรรโควตากระทรวง ที่มองว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเคยเป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนาตอบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง อีกหลายกระทรวงเคยเป็นของพรรค จึงคิดแบบนั้นไม่ได้ ต้องมีการพูดคุยเจรจากันก่อน และยืนยันจุดยืนของหัวหน้าพรรคจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนกระแสข่าวที่พรรคได้ 1 รมว.กับ 1 รมช.ยังเป็นเรื่องที่พูดคุยกันอยู่ ยังไม่ตกผลึก

“บิ๊กตู่” ต่อสายตรงขอบคุณ “หนูนา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก น.ส.กัญจนา แถลงจุดยืนร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้โทรศัพท์ไปขอบคุณและชื่นชม น.ส.กัญจนา ที่แสดงจุดยืนถึงความตั้งใจทำเพื่อประเทศอย่างแท้จริง ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าพรรคตัวเองจะได้โควตากระทรวงใด ถือเป็นพันธมิตรที่ดี

“จุรินทร์” ปัดตั้ง รบ.ในค่ายทหาร

ส่วนความเคลื่อนไหวเดินเกมจัดตั้งรัฐบาลระหว่างการเมือง 2 ขั้ว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการส่งคนลงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ว่า มีการพูดคุยในที่ประชุม ส.ส.พรรคเบื้องต้น แต่ต้องให้ที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. กับกรรมการบริหารพรรค ให้ความเห็นชอบ การเสนอชื่อชิงตำแหน่งนี้ไม่เกี่ยวกับการแบ่งโควตาร่วมรัฐบาล แต่เป็นมติที่ประชุม ส.ส.ว่าควรเสนอชื่อบุคคลไปเป็นประธานสภาฯเพื่อให้มีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ เมื่อถามถึงกระแสข่าวการไปพูดคุยตกลงตำแหน่งรัฐมนตรีที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) นายจุรินทร์กล่าวปฏิเสธสั้นๆว่า “ไม่ทราบเรื่อง”

“ถาวร” ชี้ข่าวเสี้ยมให้ทะเลาะกัน

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวว่า ส.ส. ในกลุ่ม 27 คน เตรียมโหวตสวนมติพรรคในการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าจะทำตามมติพรรค ข้อบังคับพรรคกำหนดกฎเกณฑ์ไว้แล้วว่าให้สมาชิกต้องเคารพมติพรรค เข้าใจว่าข่าวที่ออกมาเพื่อต้องการเสี้ยมให้ตนทะเลาะกับคนในพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

ปชป.เคาะชื่อ “ชวน” ชิง ปธ.สภาฯ

ต่อมาเวลา 18.30 น. มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ผู้รับมอบหมายให้ไปเจรจาตั้งรัฐบาล รายงานความคืบหน้า โดยแจ้งข้อเสนอว่าพรรคพลังประชารัฐยอมรับเงื่อนไขพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอให้แยกการเลือกตำแหน่งประธานสภาฯ ออกจากการจัดตั้งรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาล โดยระบุขอให้บุคคลที่จะเป็นประธานสภาฯต้องเป็นนายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เท่านั้นถึงจะสนับสนุนแต่เนื่องจากทั้งสองคนได้แสดงเจตนาจะไม่รับตำแหน่งดังกล่าวแต่ต้น โดยเฉพาะนายบัญญัติ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัยจึงขอร้องให้นายชวนยอมรับเป็นตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ดังกล่าว ซึ่งนายชวนก็ไม่ปฏิเสธ

“ราเมศ” ยันมติพรรคเสนอ “ชวน”

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารและ ส.ส. มีมติเสนอชื่อนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ โดยที่ประชุมให้เหตุผลว่าต้องมีบุคคลที่เป็นหลักให้กับบ้านเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริต มั่นใจว่าสมาชิกทุกคนจะยึดถือตามมติพรรค แต่ไม่มีการหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลในที่ประชุม

“ชวน” แจงมีความจำเป็นต้องรับ

ด้านนายชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุเปลี่ยนใจยอมรับการถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ว่า มองถึงความจำเป็นหลายอย่าง ขออย่าให้ตนพูดอะไรมากในเวลานี้ เพราะเป็นเพียงกระบวนการที่พรรคเพิ่งมีมติออกมาเท่านั้น ขอให้รอการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาฯ ก่อนดีกว่า เอาไว้เรื่องนั้นเสร็จก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน

พปชร.เทหมดหน้าตักยอม ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พรรคพลังประชารัฐทั้ง 115 เสียง พร้อมยกมือสนับสนุนนายชวนเป็นประธานสภาฯ และเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย ที่จะส่งชื่อนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม มาดำรงตำแหน่ง จากการพูดคุยกันเบื้องต้นพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายชวน ได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงจะพิจารณาว่าประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐหรือไม่ต่อไป

“ไพจิต” ดีใจติดโผประธานสภาฯ

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานสภาฯของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคคงคุยเรื่องแคนดิเดตประธานสภาฯ ตนก็รอฟังอยู่ แต่ได้ยินว่ามีชื่อตนแค่นี้ก็ดีใจแล้ว ส่วนการทำหน้าที่ ส.ส.พรรค ย่อมคัดเลือกบุคคลที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนและเราจะทำอย่างเต็มที่

วันเลือก ปธ.สภาฯคือวันชี้ชะตา

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นกำลังใจให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางประชาธิปไตย ส่วนการลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาฯวันที่ 25 ก.พ. ถือว่าสำคัญมาก จะทำให้มองออกว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล หากนักการเมืองคนใดพรรคการเมืองใด กระทำตรงกันข้ามกับความ ต้องการของประชาชน และไม่ทำตามคำพูดที่เคยสัญญาไว้ว่าจะไม่หนุนการสืบทอดอำนาจ อาจกลายเป็นบุคคลล้มละลายทางความเชื่อถือของสังคม กลายเป็นนักการเมืองน้ำเน่าไปตลอดชีวิต จะเป็นวันที่ประชาชนประทับตรา ส.ส. ว่าใครคือ ส.ส.น้ำดี และใครคือ ส.ส.น้ำเน่า

ตั้งวิปประสานงาน 7 พรรคร่วม

เวลา 17.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการเรียกประชุม ส.ส.เพื่อโหวตชื่อประธาน และรองประธานสภาฯ ในส่วนของพรรค พร้อมตั้งวิปชั่วคราวในการประสานงาน 7 พรรคการเมือง พร้อมซักซ้อมความพร้อมก่อนการร่วมประชุมสภานัดแรก วันที่ 25 พ.ค. โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และนายสามารถ แก้วมีชัย คณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมดำเนินการประชุม ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้แจกแบบฟอร์มให้ ส.ส.กรอกรายชื่อบุคคลที่อยากให้เป็นประธาน และรองประธาน และมีการจัดแบ่งวิปของพรรคออกเป็น 4 ส่วน คือ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และ กทม. โดยภาคอีสานมี 24 คน อาทิ นายเอกธนัส อินทร์รอด นายสุทิน คลังแสง ภาคเหนือมี 8 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กทม. 2 คน คือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายการุณ โหสกุล และภาคกลาง 4 คน คือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร

ขั้ว 7 พรรคโชว์จับมือเหนียวแน่น

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่โรงแรมอวานีเอเทรียม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 7 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ร่วมประชุมพร้อมจับมือถ่ายภาพร่วมกัน เป็นการยืนยันว่าไม่มีงูเห่าเกิดขึ้น สำหรับการเสนอชื่อประธานสภาฯ ล่าสุดทั้ง 7 พรรคมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีเสียงแตก และเห็นว่าในกรณีนายชวน หลีกภัย ลงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ทั้ง 7 พรรคยินดียกมือสนับสนุน โดยมีเงื่อนไขว่านายชวนจะต้องชัดเจนว่าไม่ไปเข้ากับฝ่ายเผด็จการ และต้องผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“มิ่งขวัญ” ไม่ผิดคำพูดอยู่ฝั่ง ปชต.

ก่อนหน้านี้ที่รัฐสภาใหม่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นำ ส.ส.ของพรรค 4 คน มาแถลงจุดยืน นายมิ่งขวัญกล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังอยู่กับขั้วประชาธิปไตย ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นคนรักษาคำพูด และที่ ส.ส.มาร่วมแถลงเพียง 4 คน เพราะอีก 2 คน ไม่ได้เตรียมชุดสุภาพมาเปลี่ยนจากชุดปกติขาวที่เข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา แต่ยืนยันทั้ง 2 คนยังอยู่กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่เปลี่ยนจุดยืน การที่พรรคพลังประชารัฐอ้างว่าดึง ส.ส. 5 คนของพรรคไปร่วมแล้วนั้นไม่เป็นความจริง ยืนยันไม่มีเรื่องบาดหมางกับพลังประชารัฐ เพียงแต่อุดมการณ์แตกต่างกัน และที่ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพราะตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าหลังเลือกตั้งจะลาออก ไม่ถนัดงานด้านบริหาร ตกลงกันไว้ว่าตนจะช่วยหาเสียงเท่านั้น

โยน “ปู่ชัย” ชี้ขาด “ธนาธร” โหวต

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 25 พ.ค. ได้หรือไม่ ว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญที่แจ้งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว จึงต้องยึดหลักของศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำสั่ง แต่ไม่แน่ใจว่านายธนาธรจะสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อเลือกประธานสภาฯได้หรือไม่ ดังนั้น จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราวก่อนว่าจะพิจารณาอย่างไร และจะแจ้งให้นายธนาธรทราบอีกครั้ง

“วิษณุ” ยันไม่มีสิทธิโหวตในสภา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สิ่งสำคัญคือวันที่ 25 พ.ค. ที่จะมีการเปิดประชุมสภาฯจะต้องมีการปฏิญาณตน ถ้าไม่ปฏิญาณตนก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ แต่สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร เป็นมาแล้วตั้งแต่หลังการประกาศผลเลือกตั้ง อยู่ที่วันที่ 25 พ.ค. ได้ปฏิญาณตนหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้สั่งเพิกถอนสมาชิก–ภาพ ส.ส. เพียงแต่สั่งให้หยุดทำหน้าที่ นายธนาธร จึงไม่สามารถทำหน้าที่ ส.ส.โดยการโหวตในสภาฯได้ แต่การปฏิญาณตนก็ขึ้นอยู่กับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาฯ ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกฯบุคคลอื่นทำหน้าที่เสนอ ไม่ได้อยู่ที่นายธนาธร

กกต.ปัดวุ่นไม่ได้เร่งรีบเช็กบิล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏว่าสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายธนาธร มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ จึงส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามหน้าที่และอำนาจของ กกต. ส่วนกรณีที่มีการไต่สวนนายธนาธรว่าเป็นบุคคลผู้ไม่มีสิทธิ ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นั้น เป็นการดำเนินการตามที่มีผู้ร้องคัดค้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่ กกต.ได้แต่งตั้งขึ้น ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ไม่ได้เร่งรัดหรือมีมูลจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด

“สมชัย” เตือนอย่าฝันแก้ รธน.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมการ กกต. โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่าฝันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ง่าย ปรมาจารย์ผู้ร่างรัฐธรรมนูญสร้างป้อมปราการหลายชั้น มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 5 ด่าน คือ 1.ญัตติขอแก้ไขใช้คะแนนเสียงแค่ 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส. ที่มี 2.ต้องใช้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภา คือ 375 เสียง และต้องมี ส.ว. เห็นด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 เสียง 3.การลงมติเห็นชอบใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภา หรือ 375 เสียง แต่ยังกำหนดเงื่อนไขต้องมี ส.ส.จากฝั่งที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล และพรรคที่ไม่มีตำแหน่งประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ เห็นชอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และมี ส.ส.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด 4.หากเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ อำนาจศาล องค์กรอิสระ ต้องทำประชามติ จึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ และ 5.ก่อนทูลเกล้าฯ หาก ส.ส. 50 คน หรือ ส.ว. 25 คน หรือ ส.ส.หรือ ส.ว. รวมกัน 75 คน เห็นว่าร่างแก้ไขมีปัญหา ยังยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้อีก ใครสัญญารับปากจะแก้รัฐธรรมนูญ ถาม ส.ว.หรือยัง

หาม “ชัชวาลย์” เข้าโหวต ปธ.วุฒิ

ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่ห้องประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาอีก 2 ตำแหน่ง ปรากฏว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ส.ว. ต้องนอนมาบนเปลพยาบาลโดยมีเจ้าหน้าที่เข็นเข้ามา เนื่องจากระหว่างร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ที่กระทรวงการต่างประเทศ สภาพอากาศร้อนทำให้เกิดอาการหน้ามืดจะเป็นลม หายใจไม่สะดวก ต้องเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเดินทางมาร่วมประชุมวุฒิสภา กระทั่งเวลา 17.30 น. จึงเริ่มการประชุมวุฒิสภานัดแรก โดยมี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ส.ว.ที่มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว หลังที่ประชุมรับทราบพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้ง ส.ว. และกล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมแล้ว ก่อนเข้าสู่วาระ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. ได้ขอหารือว่าตำแหน่งประธานวุฒิสภาต้องได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ รวมถึงได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ให้กลุ่มบุคคลที่เคยปฏิบัติหน้าที่เกือบ 10 ปี แสดงตนเป็นผู้นำทางความคิด

“พรเพชร” นอนมาไม่มีคู่แข่ง

แต่ ร.อ.ทินพันธุ์ได้กล่าวตัดบทพร้อมระบุเชื่อมั่นในวิจารณญาณของ ส.ว.แต่ละคน จากนั้นนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ส.ว. เป็นผู้เสนอชื่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา เพียงชื่อเดียว และไม่มีผู้ใดเสนอชื่อบุคคลอื่นมาแข่งขัน ทำให้นายพรเพชรได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา โดยไม่ต้องลงคะแนน ทั้งนี้ นายพรเพชรกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมย้ำถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ว่าได้เรียนรู้ ศึกษาและเตรียมพร้อมเพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญลุล่วง ตามความคาดหวังของประชาชนต่อการปฏิรูปประเทศ และพร้อมทำงานร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ

“สิงห์ศึก-ศุภชัย” มาตามโผเป๊ะ

ต่อมาที่ประชุมได้พิจารณาเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 โดยมีเสนอเพียงรายชื่อเดียว คือ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เพื่อนสนิทร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. โดยไม่มีการเสนอชื่อแข่งขัน ทำให้ พล.อ.สิงห์ศึกได้รับเลือกโดยไม่ต้องลงคะแนน เช่นเดียวกับตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 มีการเสนอชื่อนายศุภชัย สมเจริญ เพียงคนเดียวโดยไม่มีการแข่งขัน กระบวนการหลังจากนี้เลขาธิการวุฒิสภาจะนำรายชื่อทูลเกล้าฯถวาย เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป

แต่งดำประท้วงสืบทอดอำนาจ

วันเดียวกันเวลา 17.30 น. ที่บริเวณลานสกายวอล์ก หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ แยกปทุมวัน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย นำสมาชิกมวลชนแนวร่วมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่งชุดดำ แสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมวางพวงหรีดประท้วงการประชุมรัฐสภา เพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช. รวมทั้งเรียกร้องความยุติธรรมให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. นพ.ทศพรกล่าวว่า ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยรู้สึกคับข้องใจ ว่าเหตุใดผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยต้องถูกดำเนินคดีฝ่ายเดียว โดยเฉพาะกรณีที่เกิดกับนายธนาธร เราจะต่อสู้ไปจนกว่าจะได้ประชาธิปไตย และความยุติธรรม

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562
https://www.thairath.co.th/election 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง ร.10เปิดประชุมรัฐสภาพระราชดำรัสสมาชิกรัฐสภาส.ส.กกต.ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้