อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ย่านเกียกกาย ยังคงเร่งดำเนินการก่อสร้างตกแต่งภายในและภายนอกอย่างต่อเนื่อง ในภาพรวมโครงการแล้วเสร็จไปร้อยละ 60 แต่คงเหลือการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) และสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องอื่นๆ...ที่เพิ่งได้ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือเอไอที เข้ามาดำเนินการใช้เวลาติดตั้งทั้งระบบ 580 วัน!ทำให้ยังไม่มีความชัดเจน...กำหนดแน่นอนได้ว่า จะเข้าใช้สภาใหม่...เกียกกาย...ได้เต็มรูปแบบเมื่อใด เพราะการติดตั้งระบบเครื่องเสียง อุปกรณ์ภายในอื่น และผู้ก่อสร้างตัวอาคาร มีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินการ ถือสัญญากันคนละฉบับ...พลิกแฟ้มข้อมูลโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ระยะเวลาตามสัญญา 2,382 วัน ผลงานสะสมที่ตั้งไว้ร้อยละ 66.63 ทำได้ร้อยละ 60.10 ใช้แรงงานประมาณ 3,500-4,000 คนต่อวัน ทำงาน 2 กะ คือกะแรก 07.00-17.00 น. และกะ 2 เวลา 18.00-02.00 น. ผ่านมาถึงวันนี้กลายเป็นว่า...การประชุมสภาชุดใหม่ครั้งแรกปี 2562 เพื่อเลือกประธานและรองประธาน ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จะเริ่มขึ้นปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จำต้องเปลี่ยนที่ประชุมมาใช้ บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ ด้วยสนนราคาค่าเช่าสถานที่เดือนละ 11 ล้านบาทหรือคิดง่ายๆตกวันละประมาณ 360,000 บาท หากคิดเป็นรายชั่วโมงอยู่ที่ราว 15,000 บาทต่อ ชม.!สรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ข้อมูลว่า เดิมการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ ตั้งเรื่องของบประมาณ 19,000 ล้านบาท แต่สำนักงบประมาณชี้แจงว่า การคลังไม่มีงบประมาณมากมายขนาดนั้น และจำเป็นต้องตัดรายการที่ไม่จำเป็นออกก่อน เช่น แอร์ทางเดิน ผ้าม่าน ทำให้เหลืองบก่อสร้างทั้งหมด 12,000 ล้านบาทเมื่อมีการเริ่มดำเนินการก่อสร้างพบว่า มีโครงแบบหลายจุดออกแบบไม่เหมาะสมโครงสร้างจริง แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะโครงแบบนี้มีการอนุมัติมาตั้งแต่ปี 2554 ผ่านคณะเลขาธิการสภาฯมาแล้ว 4 คณะทำให้ต้องยอมรับว่า การก่อสร้างรัฐสภาใหม่มีความหนักใจที่สุด นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสภาฯ ตอนนั้นใกล้ครบสัญญาส่งมอบตัวอาคาร 900 วัน แต่การก่อสร้างอาคารเสร็จร้อยละ 10 มีเพียงเสาเข็มให้เห็นเท่านั้นเพราะติดขัดเรื่องงานก่อสร้างชั้นใต้ดิน คืองานขุด-ขนดิน และความล่าช้า...เรื่องการขนย้ายดินออกจากพื้นที่ก่อสร้างคงหลงเหลือ 37,000 ลบ.ม.ที่ยังไม่มีใครรับผิดชอบ...จนเป็นภารกิจเร่งด่วน...ต้องหาผู้ประมูลซื้อดินนำรายได้เข้าแผ่นดิน จากนั้นได้ปรึกษากับบริษัทซิโน-ไทยฯ ได้รับปากรับซื้อดินนี้แบบ “ประชดประชัน” ภายหลังเซ็นสัญญาซื้อเสร็จแล้ว บริษัทผู้รับเหมา ประกาศบริจาคดินให้ประชาชนนำไปใช้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องจัดหารถมาขนดินกันเองเมื่อแก้ปัญหาเรื่องขนย้ายดินออกจากพื้นที่ก่อสร้างเสร็จสิ้น...กลับมาพบอุปสรรคเรื่องชุมชนที่อยู่อาศัยด้านหลัง ร.ร.โยธินบูรณะ ไม่ยอมย้ายออกนอกพื้นที่ 98 ครัวเรือน อ้างว่าตกสำรวจในปี 2556 ไม่ได้รับค่าชดเชยและต้องแก้ไขด้วยการสร้างทาวน์เฮาส์ บริเวณฝั่งตรงข้ามอาคารรัฐสภาฯ 29 ห้อง และขอใช้ห้องพัก แฟลต ขส.ทบ.อีก 54 ห้อง ให้ผู้ตกสำรวจพักอาศัย...ถัดมาก็เจอปัญหา...ร.ร.โยธินบูรณะ ขอขยายเวลาย้ายออกพื้นที่ไปอีก 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับปีการศึกษา เมื่อครบกำหนดย้าย...กลับไม่ยอมรื้อถอนทุบตัวอาคารเรียน ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯต้องทำหนังสือผ่านกระทรวงการคลัง ขออนุญาตดำเนินการทุบอาคารเรียนเอง “กระทั่งเวลาผ่านไปครบกำหนดสัญญาผู้รับเหมาต้องส่งมอบตัวอาคาร 900 วัน ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่จำนวน 142 ไร่ ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาให้กับบริษัทซิโน-ไทยฯ เพราะยังเหลือพื้นที่ส่งมอบไม่ได้ 19 ไร่ ทำให้บริษัทผู้รับเหมานำเหตุความล่าช้าทั้งหมด อ้างในการขยายต่อสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่” สรศักดิ์ว่าจนมีการขอขยายต่อสัญญาจ้างงานครั้งแรก 387 วัน ครั้งที่ 2 จำนวน 421 วัน และครั้งที่ 3 ขอขยายต่อสัญญาจ้างงานเพิ่มอีก 674 วัน เริ่ม 10 ก.พ.2561–31 ธ.ค.2562...มีการขยายเวลา 3 รอบ รวมทั้งหมดเป็น 1,482 วันปัญหาทั้งหมดดูเหมือนจะจบ...ความคืบหน้าการก่อสร้างดำเนินงานไปตามแผนถึงร้อยละ 60 โครงสร้างตัวอาคารสภาใหม่เสร็จเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้การส่งมอบรัฐสภาใหม่ คงเหลือตกแต่งภายในตัวอาคาร ที่รอสถาปนิกของบริษัทซิโน-ไทยฯ เข้าดำเนินการเท่านั้นแต่ก็กลับมาพบปัญหาใหญ่ คือ การติดตั้งระบบไอซีทีและระบบสาธารณูปโภค เพราะที่ผ่านมาถูกคัดค้านมาตลอด...ส่งผลล่าช้าในส่วนขั้นตอนเปิดประมูล มีผู้สนใจซื้อเอกสารประมูลคัดเลือก 15 ราย ถูกคัดเหลือ 3 ราย ก่อนได้ผู้ชนะประมูลบริษัทเอไอที เป็นผู้รับผิดชอบเดิมของบจัดซื้อจัดจ้าง 8,000 ล้านบาท ภายหลังเปลี่ยนแปลงเหลือ 3,000 กว่าล้านบาท ในระยะเวลาก่อสร้าง 580 วัน หรือ 19 เดือน เริ่มตั้งแต่ 20 ก.พ.2562 และสิ้นสุดสัญญาเดือน มิ.ย.2563สำหรับสเปกระบบไอซีที มีความทันสมัยนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบควบคุมต่างๆ และระบบสาธารณูปโภค ต้องใช้เวลาสั่งอุปกรณ์พอสมควรส่วนการติดตั้งระบบต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการตกแต่งภายในตัวอาคาร...ทั้ง 2 บริษัทนี้ต้องทำงานประสานกัน หากต่างคน...ต่างทำงาน ของตัวเอง มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด เสี่ยงต่อการรื้อระบบไอซีที หรือทุบอาคารตรงจุดไม่สอดคล้องกัน ส่งผลอาจเกิดฟ้องร้องกันขึ้นในอนาคตความล่าช้าติดตั้งระบบไอซีทีและสาธารณูปโภค เป็นสาเหตุให้งานไม่แล้วเสร็จตามกรอบเวลาสัญญาจ้างครั้งที่ 3...คาดว่าซิโน-ไทยฯ จะขอขยายต่อกรอบเวลาสัญญาจ้างงานเป็นครั้งที่ 4...เพราะการติดตั้งระบบไอซีทีและระบบสาธารณูปโภคใช้เวลา 580 วัน มีผลผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารสภาใหม่ ส่งงานไม่ครบทั้งหมด ต้องขยายสัญญาจ้างออกไปด้วย แต่ไม่ทราบว่าจะขอขยายอีกกี่วัน?ต้องรอให้บริษัทซิโน-ไทยฯ นำเสนอตัวเลขเวลา ส่งให้บริษัทผู้ควบคุมงาน ATTA พิจารณาเรื่องให้กับบริษัทผู้บริหารโครงการ CAMA นำเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ พิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง“ซิโน-ไทยฯ เคยมาคุยกันแบบเปิดอกว่า จะเร่งงานอย่างเต็มที่ทั้งระบบ เพราะยิ่งล่าช้ามากเท่าไร...ยิ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แม้ว่าขาดทุนย่อยยับ ขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะเร่งงานทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาธารณูปโภค รวมถึงตกแต่งภายใน ภายนอกให้เสร็จสมบูรณ์เต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2563 นี้”ย้ำว่า...สภาใหม่คงไม่เสร็จทันเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกประธาน และรองประธาน ทั้ง 2 สภา รวมถึงเลือกนายกรัฐมนตรีแน่นอน ดังนั้นสถานที่ประชุมต้องใช้ที่ห้องประชุมของบริษัททีโอทีฯชั่วคราวที่ทำสัญญาเช่าเต็มรูปแบบในเดือน มิ.ย.2562 ที่มีการเสนอเดือนละ 11 ล้านบาท ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องหารือกับประธานรัฐสภาฯ คนใหม่ อาจจะใช้ห้องประชุมสุริยัน มีพื้นที่รองรับ ส.ส.ได้ 500 คนการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ผ่านไปแล้ว 2,000 กว่าวัน มีการต่อสัญญาจ้าง 3 รอบ ผลงานผู้รับจ้างคืบร้อยละ 60.10 มีกำหนดส่งมอบงาน 31 ธ.ค.2562 นี้ และยังเหลือติดตั้งระบบไอซีที ต้องใช้เวลาอีก 19 เดือนส่งสัญญาณว่า...ต้องต่อสัญญาอีกครั้ง เป็นรอบที่ 4 ทำให้เหล่าบรรดา ส.ส.ชุดใหม่ และ ส.ว.อาจต้องร่อนเร่...ไม่มีที่ทำงานไปอีก 580 วัน.