king10
Thairath Logo
กีฬา

เรืองไกรชง กกต.ฟัน อนุทิน-ณัฏฐพล

Share :
line-share-logo

จี้สอบถือหุ้นสื่อ ศาล รธน.วินิจฉัย ผู้ตรวจร้อง 8 พ.ค. วิษณุแพลม รมต. ร่วมเป็น ส.ว.ด้วย

ศาล รธน.ตั้งแท่น รับตีความ คำร้องผู้ตรวจฯ วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นัดลงมติ 8 พ.ค. กกต. ตัดสิทธิ 11 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเล็ก ส่งผลคะแนนค่าเฉลี่ย ส.ส.ต่อ 1 คนลดลง “เรืองไกร” เดินบทถนัด ยื่น กกต.สอบ “อนุทิน-ณัฏฐพล-เอกนัฏ-ทวีศักดิ์” ถือหุ้นสื่อ ดักคออย่าเลือกปฏิบัติ “ณัฏฐพล” คุยโตแมนๆถ้าผิดก็พร้อมรับ อนาคตใหม่แจ้งความเอาผิด “ศรีสุวรรณ” กลั่นแกล้ง พท.ขู่ใช้สูตรใส่พานให้พรรคเล็ก ยื่น ป.ป.ช.-ฟ้องเอาผิดรายคนแน่ “บิ๊กป้อม” ชิ่งข่าวมี รมต.ไปนั่ง ส.ว. “วิษณุ” รับมีรมต.ไปเป็น ส.ว. คสช.เริ่มต่อสายคนผ่านเข้ารอบสุดท้าย เลขาสภาฯโต้ไทม์ไลน์ของปลอม ดัชนีชี้การเมืองแกว่งทำ ศก.ผันผวน

ท่ามกลางคดีการเมืองที่แต่ละฝ่ายยังโรมรันพันตูกันอยู่ ล่าสุด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นกรณีถือครองหุ้นสื่อ

ศาล รธน.ตั้งแท่นคำร้องผู้ตรวจฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 พ.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ โดยคำร้องดังกล่าวเป็นคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยไม่รับวินิจฉัยคำร้องของ กกต. ที่ขอให้วินิจฉัยว่าสามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาแล้ว

รับตีความพร้อมนัดลงมติ 8 พ.ค.

ต่อมาเวลา 12.56 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารเผยแพร่ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้รับวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้วินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ โดยเห็นว่าคดีนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่จำเป็นต้องไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมของ กรธ. ในมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในมาตรา 128 รวมทั้งเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และให้เลขาธิการวุฒิสภาจัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญ สนช.ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ยื่นต่อศาลภายในวันที่ 7 พ.ค. และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 09.30 น.

กกต.ตัดสิทธิอีก 11 ผู้สมัครเขต

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กกต.ได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า กกต.มีมติสั่งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 11 คน ได้แก่ นายวัฒนา เทพน้ำทิพย์ ผู้สมัครเขต 1 นายอธิป แท่นรัตนกุล ผู้สมัครเขต 4 น.ส.พรสุปรีฐ์ บุปผานนทพัฒน์ ผู้สมัครเขต 6 จ.นนทบุรี นายสมพงษ์ รัตนัง ผู้สมัครเขต 8 จ.ขอนแก่น จากพรรคพลังไทยรักไทย นายสุทัศน์ สัตย์แสง ผู้สมัครเขต 4 จ.สุรินทร์ พรรคพลังปวงชนไทย นายธนัท วัฒนะสิริโชค ผู้สมัครเขต 1 จ.นครราชสีมา พรรคประชาธรรมไทย นายวัชระ วัชระกวีศิลป์ ผู้สมัครเขต 4 จ.ร้อยเอ็ด พรรคพลังชาติไทย นายเคน วิเศษสุนทร ผู้สมัครเขต 1 จ.หนองคาย พรรครวมใจไทย เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคมากกว่า 1 พรรค

ส่งผลคะแนนเฉลี่ย ส.ส.ลดลง

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบผู้ที่ขาดคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ นายบุญชู แก้วกระจ่าง ผู้สมัครเขต 4 จ.ราชบุรี พรรคพลังชาติไทย เป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วัน นายณัฑฐภณ ฉิมอินทร์ ผู้สมัครเขต 2 จ.สมุทรสาคร พรรคเสรีรวมไทย เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ นายสำเร็จ วงศ์ศักดา ผู้สมัครเขต 13 จ.นครราชสีมา พรรคชาติ- พัฒนา เนื่องจากเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ โดยทั้ง 11 คนนี้ไม่ชนะการเลือกตั้ง ส.ส.เขต แต่คะแนนของทั้ง 11 คน รวมกันแล้วมีประมาณ 12,292 คะแนน จะถูกนำไปหักออกจากคะแนนรวมของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่งผลให้คะแนนค่าเฉลี่ยของ ส.ส.ต่อ 1 คนลดลง

“เรือง” ยื่นฟัน “อนุทิน-ณัฏฐพล”

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร 4 ราย ว่าเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) หรือไม่ เนื่องจากถือหุ้นในธุรกิจสื่อ นายเรืองไกรกล่าวว่า จากมาตรฐานการตรวจสอบของ กกต.กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่ายังมีผู้สมัครอีกหลายรายที่ถือหุ้น และอาจเข้าลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร กกต.จึงไม่ควรเลือกปฏิบัติ จากการตรวจสอบกับกรมธุรกิจการค้าล่าสุด ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 4 ราย มีชื่อถือหุ้นในบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์การดำเนินกิจการไว้ในข้อ 19 ว่า ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ ประกอบด้วย 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคภูมิใจไทย ถือหุ้นในบริษัทซิโนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด จำนวน 37,500 หุ้น

ร้องระงับคำนวณปาร์ตี้ลิสต์

นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า 2.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ถือหุ้นในบริษัท ศรีธาราแลนด์ จำกัด จำนวน 750,000 หุ้น และถือหุ้นบริษัทพิมลทรัพย์ จำกัด จำนวน 80,000 หุ้น รวมทั้งถือหุ้นในบริษัท แฟซิฟิกเอ็กซ์คลูซีฟ ซิตี้ คลับ จำกัด อีก 35,000 หุ้น ในบริษัทดังกล่าวนี้ยังพบมีชื่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 27 พรรคประชาธิปัตย์ ถือหุ้นอยู่ 35,000 หุ้น รวมถึงนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 และเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย ถือหุ้น 10,000 หุ้น ขอให้ กกต.ตรวจสอบ หากบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร จะถือว่ามีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ รวมถึงต้องยุบพรรคการเมืองตามมาหรือไม่ และข้อร้องเรียนดังกล่าวมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงแต่ละพรรคการเมือง ขอให้ กกต.ระงับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ จนกว่าจะตรวจสอบให้ครบถ้วนเสียก่อน

อนค.จี้เปิดคะแนนทั่วประเทศ

อีกด้าน นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นเรื่องร้องต่อ กกต. ขอให้มีคำสั่งไปยังสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร เพื่อเปิดเผยรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งรายหน่วย ในรูปแบบเอกสารทั่วไป และเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ นายรณวิตกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พรรคอนาคตใหม่ได้มายื่นร้องต่อ กกต. ให้เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนรายหน่วยแล้ว จึงมาร้องอีกครั้ง และขอให้กำลังใจ กกต.ทำงานในส่วนนี้ให้เร็วที่สุด

แจ้งความ “ศรีสุวรรณ” กลั่นแกล้ง

ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายคารม พลพรกลาง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นำว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่รวม 11 คน อาทิ นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นายวินท์ สุธีรชัย นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.นรีรัตน์ สุขวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 2 นายวีระชน นามประกาย ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 4 เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ในข้อหากระทำการอันเป็นเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิด และกลั่นแกล้งให้ผู้สมัคร ส.ส.ถูกเพิกถอนสิทธิในการลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือไม่ได้รับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 143 วรรคสอง การยื่นตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นสื่อของนายศรีสุวรรณ เป็นการกระทำที่เกินเลย และไม่มีกฎหมายรองรับ ถือเป็นการกลั่นแกล้ง

พปชร.ร้องจัด ลต.ใหม่นนทบุรี

วันเดียวกัน นายทศพล เพ็งส้ม ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้งดประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 นนทบุรี และถอนชื่อนายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย รวมทั้งสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตดังกล่าว เนื่องจากตรวจสอบพบว่านายวันชัยถือหุ้นในบริษัท วิศวเจริญ ยนต์ จำกัด ที่ในหนังสือจดทะเบียนบริษัทระบุวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อ มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)

“ณัฏฐพล” คุยโตแมนๆไม่พูดมาก

ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่า ตามที่นายธนาธรพาดพิงถึงตนเรื่องบริษัททำสื่อ ขออธิบายว่า หากตนถือหุ้นในบริษัทสื่อ หรือจะผิดพลาดที่ไม่ได้ขาย หรือโอนตามกรอบกฎหมาย ก็หลุดจากการเป็น ส.ส. ง่ายๆ ตรงๆ ไม่มีอ้อมไปมา และพร้อมรับคำตัดสินแบบลูกผู้ชาย ส่วนตัวชัดเจนอยู่แล้ว มีบริษัทที่ทำโรงเรียน อีกบริษัททำอสังหาริมทรัพย์ สื่อมวลชนไปตรวจสอบได้เลย แต่ของดสัมภาษณ์ช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงเวลามหามงคลของประเทศชาติ เป็นเวลาพิเศษสำหรับคนไทยทุกคน ส่วนหลังพระราชพิธีที่นายธนาธรระบุว่าจะสงวนสิทธิ์ในการฟ้อง ขอฟ้องเองเลย อย่าให้ตัวแทนมาฟ้อง สังคมเราเจอแต่ตัวแทนปลอมๆมาพอแล้ว

“จุติ” จี้มีหุ้นสื่อต้องรับผิดชอบ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พ.ค.วันเดียวกับ กกต.จะประกาศผลรับรอง ส.ส. ที่กังวลว่าอาจทําให้การเลือกตั้งโมฆะนั้น ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น ประเทศหมดเงินไปกี่พันล้านบาทกับการเลือกตั้ง ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนในบ้านเมืองจะปล่อยให้พลาดง่ายๆ อยากให้ทุกคนคิดตั้งสติให้ดี นึกถึงบ้านเมืองนึกถึงคนอื่น มาสมัครเป็นนักการเมืองมีเพียงหมื่นกว่าคน จะไปทำให้ประชาชนอีก 69 ล้านคนเดือดร้อน มันไม่ใช่เรื่อง ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อตนเอง เรื่องหุ้นสื่อถ้ามีหุ้นต้องรู้ว่าต้องไม่ทำให้บ้านเมืองมีปัญหาเดือดร้อน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ตรวจสอบเบื้องต้นตามที่ผู้สมัครบอก

“สาธิต” โบ้ย รธน.ห้ามเป็นเจ้าของ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พาดพิงตนว่าถือครองหุ้นสื่อนั้น ขอเชิญชวนนายธนาธรมาช่วยกันให้ข้อมูลประชาชนแบบตรงไปตรงมา เพราะกรณีของนายธนาธรกับตน เป็นคนละประเด็นกัน กรณีนายธนาธรต้องไปหาข้อเท็จจริงว่ามีการโอนหุ้นหรือไม่โอน ส่วนประเด็นของตนต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เท่าที่จำได้ไม่ได้ทำกิจการอะไรเกี่ยวข้องกับสื่อ ข้อมูลที่ส่งมาเป็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการจดแจ้ง ยินดีให้ตรวจ สอบ ตามเจตนารมณ์ห้ามเป็นเจ้าของสื่อ เพราะถือเป็นแต้มต่อของนักการเมือง ส่วนของตนไม่ได้ทำกิจการ ต้องแยกแยะประเด็นให้ถูก และอธิบายต่อสังคมให้ครบ อย่าพยายามไปจับหรือเอาใครมาเป็นตัวประกัน ต้องแยกแยะจับให้ตรงประเด็น

จี้เร่งสอบยุบ พปชร.มีผลตั้ง รบ.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว กกต.จะยึดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม กรธ. คือจะมี 27 พรรคการเมืองได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง กกต.ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ หากเป็นจริงพรรคจะดูว่ามีวิธีการโต้แย้งอย่างไรได้บ้าง เช่น การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ส่วนความรับผิดชอบส่วนบุคคลนั้นกำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน คือร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. หรือฟ้องเป็นคดี เพื่อให้บุคคลต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ กรณีกรรมการบริหารพรรคถือหุ้นธุรกิจสื่อ นายชูศักดิ์ตอบว่า กำลังติดตามดูว่า กกต.จะตัดสินใจอย่างไร หวังว่าจะพิจารณาด้วยความรวดเร็ว เพราะมีผลต่อจำนวน ส.ส.โดยตรง

“บิ๊กป้อม” ชิ่งข่าว รมต.ไปนั่ง ส.ว.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการคัดสรรสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ไม่ทราบ จำไม่ได้แล้ว เมื่อถามว่าการคัดสรรรายชื่อ ส.ว.จนถึงขณะนี้เสร็จหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบเพียงสั้นๆว่า เดี๋ยวเสร็จ เมื่อถามย้ำว่ามีรัฐมนตรีหลายท่านจะไปเป็น ส.ว.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม และรีบเดินขึ้นห้องประชุมทันที

“วิษณุ” แจงไทม์ไลน์นับ 8 พ.ค.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต. ว่า เดิมที กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกรอบเวลา 150 วัน แต่ทราบข่าวว่าจะประกาศเร็วขึ้น โดยประกาศผล ส.ส.ระบบเขตวันที่ 7 พ.ค. และ ส.ส.บัญชีรายชื่อวันที่ 8 พ.ค. ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องยึดการประกาศผลอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 ในวันที่ 8 พ.ค. จะมีผลถึงวันรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องทำภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผล และการทูลเกล้าฯถวายรายชื่อ ส.ว. ต้องทำภายใน 3 วันนับจากวันที่ 8 พ.ค. ส่วนไทม์ไลน์ การประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาไม่มีกรอบเวลาตายตัว เนื่องจากสิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากรัฐพิธีเปิดสภา คือการประชุมของแต่ละสภาเพื่อเลือกประธาน รองประธาน เคยให้ความคิดเห็นว่าควรมีการประชุมในวันเดียวกัน เพื่อความสะดวก แล้วนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว ประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมเพื่อเลือกนายกฯต่อไป ส่วนกรณีที่นายกฯระบุรัฐบาลชุดใหม่จะมีภายในเดือน มิ.ย.นั้น หมายความถึงการมีคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ตนตอบแบบชี้ชัดไม่ได้ แต่วิเคราะห์จากกรอบเวลาต่างๆแล้วพอมีการโปรดเกล้าฯประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาจะเรียกประชุม เพื่อเลือกนายกฯโดยเร็ว จากนั้นนายกฯไปพิจารณาพรรคที่จะมาร่วมรัฐ และตั้งรัฐมนตรี คงจะล้ำไปในเดือน มิ.ย.แล้ว

รับมี รมต.คนสำคัญไปเป็น ส.ว.

เมื่อถามว่า รายชื่อ ส.ว.ที่ คสช.จะแต่งตั้งหากมีชื่อบุคคลใน ครม. ต้องปฏิบัติอย่างไร นายวิษณุตอบว่า จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ช่วยจัดการให้มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เมื่อถามย้ำว่าใน ครม.มีใครไปเป็น ส.ว.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ครม.ชุดนี้มีคนสำคัญเยอะ คงจะมีมั้ง ส่วนผมนั้นไม่ใช่คนสำคัญ”

แปลงคำสั่ง คสช.ได้ไม่ทั้งหมด

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีที่นายกฯสั่งการ ให้แปลงประกาศ และคำสั่ง คสช.ต่างๆที่เคยประกาศออกมาเป็นกฎหมายส่งต่อให้รัฐบาลชุดหน้าว่า มีทั้งหมด 3 ส่วน คือ ประกาศ คสช. ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.2557 ถึงตอนมีรัฐบาล คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ออกโดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 ทั้งหมดรวมแล้วมีจำนวนมาก แต่ครึ่งหนึ่งถูกยกเลิกไปแล้วด้วยตัวมันเอง และประกาศยกเลิกไป เหลือเพียงครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ที่ไม่ต้องทำอะไร เมื่อดำเนินการตามคำสั่งไปแล้วก็จะเป็นที่ยุติ เช่น คำสั่งย้ายบุคคล ส่วนอีกครึ่งที่เหลือยังมีสถานะอยู่และหมดความจำเป็นแล้ว หากปล่อยให้ถึงรัฐบาลต่อไปถ้าเขาจะยกเลิกก็ต้องเป็นภาระที่ต้องออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อยกเลิก ดังนั้นจึงจะออกมาตรา 44 ขึ้นมา 1 ฉบับ อาจเป็นคำสั่งสุดท้ายหรือเกือบสุดท้าย เพื่อล้างสิ่งเหล่านี้ออกไป แต่จะมีเหลืออยู่จำนวนหนึ่งประมาณ 62 ฉบับที่ยังมีความจำเป็นอยู่ และมีคำแนะนำจาก คสช.ไปถึง ครม. ซึ่งมีมติ ครม. ออกมาแล้ว ว่าให้กระทรวงไปถ่ายโอนเข้าสู่ระบบโดยเร็ว คาดว่าจะมีบางส่วนเหลือไปถึงรัฐบาลต่อไปให้ดำเนินการ

คสช.ต่อสายคนผ่านรอบสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ถึงความคืบหน้าการคัดเลือก ส.ว.จากจำนวน 400 คน ที่ผ่านกรรมการสรรหา ส.ว. ชุดที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เพื่อส่งรายชื่อต่อให้หัวหน้า คสช.จิ้มเลือกรอบสุดท้ายให้เหลือ 194 คนนั้น ขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จาก คสช. เริ่มต่อสายแจ้งกับผู้ผ่านเข้ารอบ 194 คน จากนั้นจะมีเอสเอ็มเอสส่งตามไปอีกครั้งว่า “คสช.จะมีเอกสารสำคัญส่งอีเอ็มเอสด่วนไปให้ทางไปรษณีย์” ซึ่งมีรายงานว่าเป็นเอกสารเพื่อให้ผู้ผ่านเข้ารอบกรอกประวัติยืนยันตัวตน และให้ส่งกลับภายในวันที่ 4 พ.ค. ทั้งนี้โควตาของ สนช. มีบางส่วนได้รับข้อความอีเอ็มเอสบ้างแล้ว โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่า การจิ้มเลือก ส.ว.ในรอบสุดท้าย พล.อ.ประวิตรให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.เลือกเพียงคนเดียว เพราะต้องการหลบกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงทำตามรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล ที่กำหนดให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้คัดเลือกในรอบสุดท้าย

สภาฯโต้ไทม์ไลน์หลุดของปลอม

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ในวันที่ 21 พ.ค.ว่า ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์ใดๆเกี่ยวกับการเปิดประชุมรัฐสภา ตนและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไม่เคยคุยกันถึงเงื่อนเวลาการเปิดประชุมสภาดังกล่าว รวมถึงวันเวลาในการโหวตเลือกนายกฯช่วงหลังวันที่ 24 พ.ค. การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี จะเป็นวันใดต้องรอให้ กกต.รับรอง ส.ส.ให้ครบร้อยละ 95 ก่อน จากนั้นต้องรอพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก และต้องสอบถามพรรคการเมืองว่ามีความพร้อมในวันใดในการเลือกตัวประธานสภาฯและนายกฯ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจกำหนดเอง ไทม์ไลน์ที่ออกมาไม่เป็นความจริง

ใช้สภาใหม่รับรายงานตัว ส.ส.

นายสรศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการย้ายสถานที่ประชุมเพื่อเลือกนายกฯ จากหอประชุมทีโอที แจ้งวัฒนะ มายังห้องประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นั้น สถานที่เลือกนายกฯยังคงใช้หอประชุมทีโอที แจ้งวัฒนะตามเดิม ยังไม่ได้รับแจ้งการเปลี่ยนสถานที่ประชุม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา และพรรคการเมืองจะหารือกันว่าจะใช้สถานที่ใด แต่ยอมรับว่าหอประชุมทีโอทีมีความคับแคบเกินไป ไม่สามารถรองรับสมาชิกรัฐสภา 750 คนได้ ขณะที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ สถานที่กว้างขวางรองรับสมาชิกทั้ง 750 คนได้ เท่าที่เคยพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีให้ใช้เป็นสถานที่เลือกนายกฯ แต่ติดปัญหาเรื่องที่จอดรถ อาจต้องใช้พื้นที่สนามหลวงแทน ส่วนการเตรียมความพร้อมในการรับรายงานตัว ส.ส. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความพร้อมแล้ว สามารถรับรายงานตัวได้ทันทีที่ กกต.ประกาศรับรอง ส.ส. โดยเตรียมสถานที่ชั้น 4 อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย เป็นสถานที่รับรายงานตัว ส.ส.

3 แคนดิเดตชิงหัว ปชป.ขยับหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงความเคลื่อนไหวการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ว่า ล่าสุดมีแคนดิเดตที่ประกาศตัวชัดเจน 3 คน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส่วนนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้รับการประสานจากทีมของนายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา และอดีตแกนนำ กปปส. แต่ยังมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้แบบกั๊กๆว่าจะลงหรือไม่ ขณะที่คนใกล้ชิดไม่สนับสนุนให้ลงสมัครในครั้งนี้ สำหรับตำแหน่งเลขาธิการพรรค เดิมมีผู้ประกาศต่อเพื่อนสมาชิกว่ามีแค่ 2 คน คือ นายถาวร แต่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกแค่บางส่วน ขณะที่กลุ่มผู้อาวุโสและกรรมการสภาที่ปรึกษาส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน เพราะเห็นว่ามีส่วนสำคัญทำให้พรรคเกิดความขัดแย้งแตกแยก

“กรณ์” ชิงเดินเกมเร็วกว่าคู่แข่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แคนดิเดตเลขาธิการพรรคอีกคน คือนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ มีบุคลิกสามารถประสานงานกับกลุ่มต่างๆได้ จึงมีการเสนอสูตรให้แข่งขันกันเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคให้คงชื่อนายชัยวุฒิไว้ ไม่ว่าใครชนะได้เป็นหัวหน้าพรรค ก็ให้นายชัยวุฒิเป็นเลขาธิการพรรค แต่นายจุรินทร์คัดค้านไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าตามธรรมเนียมปฏิบัติคนที่เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นคนเลือกเลขาธิการพรรคมาเป็นแม่บ้าน จะทำงานเข้าขากันได้ดีกว่า จึงเป็นที่มาของการตกลงกันระหว่างนายกรณ์ และนายชัยวุฒิ ที่นายกรณ์ชิงเปิดตัวนายชัยวุฒิไปก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งนายจุรินทร์ และนายอภิรักษ์ ต้องเร่งนัดหารือทีมงานเพื่อฟอร์มทีมก่อนจะเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 15 พ.ค.นี้

“มาร์ค” ยังคุมเสียงส่วนใหญ่ไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าในส่วนทีมนายจุรินทร์ นอกจากจะได้แกนนำอาวุโสและกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคสนับสนุนแล้ว ยังมีอดีต ส.ส.กทม.ว่าที่ ส.ส. สมาชิกภาคใต้และภาคเหนือบางส่วนสนับสนุน ขณะที่สมาชิกพรรคในปีกที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ยังคงรอฟังสัญญาณจากนายอภิสิทธิ์ ว่าจะเทคะแนนสนับสนุนให้ใคร เนื่องจากช่วงแรกที่มีชื่อนายอภิรักษ์จะลงชิง ก็มีสมาชิกในปีกของนายอภิสิทธิ์ส่วนหนึ่งระบุว่าจะสนับสนุนนายอภิรักษ์ ดังนั้น จึงต้องจับตาว่าช่วงโค้งสุดท้ายนายอภิสิทธิ์ที่ถือว่ามีดุลอำนาจหลักในพรรค และคุมฐานเสียงสมาชิกส่วนใหญ่ ยังเชื่อมั่นต่อแนวทาง และเลือกเทคะแนนให้แคนดิเดตคนใด

“จุรินทร์” ดึงมือเศรษฐกิจร่วมทีม

วันเดียวกันเวลา 12.00 น. ที่โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่พบปะว่าที่ ส.ส. อดีต ส.ส. และตัวแทนสาขา 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง มีการแลกเปลี่ยนเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง สวนปาล์ม สถานการณ์การเมือง การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ทีมงานนายจุรินทร์ได้พบปะหารืออดีต ส.ส.กทม. และร่วมฟอร์มทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยผู้มีประสบการณ์หลายคนพร้อมมาร่วมทีม อาทิ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง หรือนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์ บุตรชายนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัด

“พิชัย” ซัด “บิ๊กตู่” ทำ ศก.ทรุดยาว

ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า เคยเตือนไว้ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะย่ำแย่โตไม่ถึง 4% ไม่ทันไรเริ่มเป็นจริงแล้วกระทรวงการคลังลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือเพียง 3.8% และจากแนวโน้มส่งออกติดลบหนักมาตลอด 3 เดือนแรกของปีนี้ ต่อเนื่องจาก 2 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วทั้งการลงทุนหดหาย การท่องเที่ยวขยายตัวต่ำประชาชนส่วนใหญ่รายได้ลดลง ทำให้ไทยมีการเติบโตต่ำที่สุดในอาเซียนอีกปีหนึ่ง ลูกหลานไทยคงต้องไปขายแรงงานประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต หากยังบริหารประเทศกันแบบนี้ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกฯ ต่อ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะยังคงตกต่ำต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง เพราะมีกรอบคิดล้าสมัยแจกเงินอย่างเดียว ไม่สร้างขีดความสามารถแข่งขัน เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาทาง การเมืองของพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีการสัญญาว่าจะแจกเงินเพิ่มผ่านบัตรคนจน เหมือนเป็นการสัญญาว่าจะให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องเร่งพิจารณา

5 ปีเอาแต่แจกเงิน–หนุนกลุ่มทุน

นายพิชัยกล่าวว่า การที่ประเทศจะเปลี่ยนทิศ ทางเศรษฐกิจได้ ต้องมีแนวคิดพัฒนาใหม่ๆ ต้องเชื่อมต่อการพัฒนาของโลกสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าไปมาก รัฐบาลนี้พิสูจน์แล้วว่าทำไม่ได้ เพราะถ้าทำได้ประเทศคงพัฒนา และเจริญมากกว่านี้แล้ว หลังจากบริหารมา 5 ปี คิดได้เพียงการแจกเงิน และสนับสนุนกลุ่มนายทุนผูกขาดเท่านั้น หากยังมีการสืบทอดอำนาจต่อไป อนาคตของประเทศไทยจะมืดมน และลูกหลานไทยคงจะได้ไปขายแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านแน่

ยินดีจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เดินทางไปลงนามในสมุดแสดงความยินดี พร้อมมอบแจกันดอกไม้ ในโอกาสการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นพระองค์ใหม่ โดยมีนายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

การเมืองแกว่งทำ ศก.ผันผวน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. ปรับตัวลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน นับแต่เดือน ม.ค.61 ทั้งความเชื่อมั่นโดยรวม ความเชื่อมั่นโอกาสการหางาน และความเชื่อมั่นรายได้ในอนาคต แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มั่นใจ สาเหตุมาจากความกังวลถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยเป็นตัวบั่นทอน วิเคราะห์กันว่ามีโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกฯอีก แต่ต้องดูว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีเสียงเกิน 250 เสียงแค่ไหน หากมีมากจะสะท้อนความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนนโยบายได้ต่อเนื่อง หากการเมืองอยู่ในกรอบไม่มีการประท้วง จะดึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคไปในทิศทางขาขึ้นได้ทันที รวมทั้งสงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงราคาพืชผลเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ และปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตการเกษตรเสียหาย คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโต 3.8-4% แต่หากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในกรอบเวลา มิ.ย.-ก.ค. อาจทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเข้าสู่ภาวะขาลง และเศรษฐกิจอาจขยายตัวเพียง 3.5% หรือต่ำกว่าได้

“โจ๊ก” ดอดรายงานตัว สปน.แต่เช้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามารายงานตัวแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ค. กับกองการเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และกองงานธุรการ เพื่อรับมอบหมายงานที่ปรึกษา การให้บริการกับประชาชน และการพัฒนาระบบงานพัฒนาประชาชน โดยได้ลงนามในคำสั่งเพื่อมอบหมายงานไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์สามารถเริ่มงานได้เลย ห้องทำงานอยู่ที่กองการเจ้าหน้าที่ สปน. ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อทำงานไปสักพักจะดูว่าตรงไหนหรือส่วนไหนต้องการคำปรึกษาจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะเชิญมาให้คำปรึกษา หรืออาจมอบหมายงานให้ดูแลเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม...
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะกกต.อนุทิน ชาญวีรกูลณัฏฐพล ทีปสุวรรณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่งข่าวหน้า1เลือกตั้ง