ประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติมาตลอด ทุกพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชาติไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นมั่นคงจวบจนทุกวันนี้ เกิดจากความเข้มแข็งของสถาบัน ศาสนาและพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยโดย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง บอกถึงเรื่องพระมหากษัตริย์กับความเป็นไทยว่า ประเทศไทยเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่มีพระมหากษัตริย์ปัจจุบันโลกใบนี้มีทั้งสิ้น 193 ประเทศ มีเพียง 43 ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเดิมพระมหากษัตริย์ไทยปกครองด้วย 2 แนวคิด คือ ปกครองแบบพ่อปกครองลูก และแบบนายปกครองบ่าวภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก็มีอีกแนวคิดหนึ่งเพิ่มขึ้นในประเทศไทย คือ การเป็นประมุขที่ครองราชย์ แต่ไม่ปกครองบ้านเมืองโดยตรงการกล่าวถึงพระมหากษัตริย์กับความเป็นไทย ถือว่าส่วนหนึ่งเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 และเป็นการอุ่นเครื่องทางความรู้ ทางความคิดก่อนมีพระราช-พิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10พิธีดังกล่าวนี้สำคัญมาก เพราะเป็นพิธีที่พระมหากษัตริย์ได้รับความศักดิ์สิทธิ์จากเทพและจากการสรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินพระมหากษัตริย์กับคนไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทรงนำพาประชาชนมาตั้งแต่ต้นในการร่วมกันสร้างความเป็นไทยในช่วง 700-800 ปีที่ผ่านมาการสร้างความเป็นไทยมีหลายองค์ประกอบ หนึ่งในนั้นคือ “คนไทยขาดพระมหากษัตริย์ไม่ได้” เพราะสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระองค์มีพระราชอำนาจสิทธิ์ขาด ทรงเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราปกครองแบบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระองค์ลงพระปรมาภิไธย มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิด เป็นผู้รับชอบแม้ 24 มิ.ย.2475 ความตั้งใจของผู้ก่อการต้องการให้เปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปเป็นระบอบรัฐธรรมนูญ เป็นประชาธิปไตยแต่ผลที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเราดูตอนปลายรัชกาลที่ 9 และต้นรัชกาลที่ 10 ก็เปลี่ยนจากราชาธิปไตยแบบรัชกาลที่ 7 กลายเป็นราชาธิปไตยแบบรัชกาลที่ 9 ซึ่งชอบธรรม รัชกาลที่ 9 ไม่ได้ทรงปกครอง แต่ทรงครองแผ่นดิน ครองราชย์ ทรงปกเกล้าปกกระหม่อมประชาธิปไตยและระบอบใดก็ตามที่ขึ้นมาแทนประชาธิปไตยเป็นครั้งคราวพระมหากษัตริย์เป็นความมั่นคง เป็นความต่อเนื่องของประเทศไทย บ้านเมืองไม่ว่าจะอยู่ในระบอบใด ประชาธิปไตย เสรีนิยม เผด็จการนิยมล้วนต้องอ้างอิงความชอบธรรมจากพระองค์ทั้งสิ้นหากเป็นคนที่มาจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ในอดีตคิดว่าเป็นเพียงมารยาทที่คณะรัฐมนตรีจะไม่เข้าทำงานก่อนหากยังไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง แต่สมัยนี้กลายเป็นหลักการแล้ว พระองค์ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ ผู้มีอำนาจเด็ดขาด แต่ทรงเป็นมากกว่านั้น80 ปีที่ผ่านมา เราไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นระยะเวลาประมาณครึ่งหนึ่ง แต่เราต้องมีพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เรามีความจงรักภักดีต่อพระองค์ เชื่อว่าพระองค์เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้ปัญหาคลี่คลายไปข้างหน้าได้ความเป็นไทยอีกองค์ประกอบหนึ่ง คือ “พระมหากษัตริย์กับประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” พระมหากษัตริย์ทรงรักและดูแลเอาใจใส่ประชาชน ประชาชนก็เทิดทูนและรู้จักกตัญญูต่อพระเจ้าอยู่หัว ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นรัชกาลใดก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนอนุโลมเรียกกันว่า ราชประชาสมาสัย อาศัยพึ่งพิงกัน การใดเป็นเรื่องยาก การใดที่เป็นไปไม่ได้ หากเป็นราชประชาสมาสัยก็ทำให้เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างที่แก้ไขไม่ได้ก็แก้ไขได้ เปรียบเสมือน ของวิเศษที่เรามีเป็น ทุนทางสังคมแบบ ไทยๆเมื่อทบทวนจากอดีตถึงปัจจุบัน เชื่อมั่นว่าเราเป็นชาติมีผู้นำดีและผู้นำสูงสุดของเราคือพระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ปรับตัวได้ดี นำพาให้ประเทศอยู่รอดได้ 700-800 ปีความพิเศษของสถาบันกษัตริย์ในยุคราชวงศ์จักรี 10 รัชกาลกินเวลายาวนานถึง 237 ปี มีการสืบสันตติวงศ์ ผลัดแผ่นดินโดยชอบธรรม สงบสันติสร้างสันติสุขแก่สยาม ไม่มีสงครามมาเกือบ 200 ปี สามารถจัดการข้าศึกได้อยู่หมัดจนไม่อาจรุกล้ำเข้ามาได้อีก นำพาประเทศรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของตะวันตกด้วยเหตุนี้เราจึงต้องปกป้อง รักษา หวงแหนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระมหากษัตริย์ต้องทำประชาธิปไตยอย่างเข้าใจว่า “ราชาธิปไตย” มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าประชาธิปไตยธรรมราชาธิปไตยต้องแผ่พระบารมีและพระบรมเดชานุภาพ มาปกป้อง ประชาธิปไตยด้วยประชาธิปไตย ที่มั่นคงยืนยง ต้องรับเอาพระบรมราชวินิจฉัย พระราชดำริ พระปรีชาชาญของพระมหากษัตริย์มาเป็นหลักชัยในการนำพาบ้านเมืองด้วยขณะเดียวกัน ประชาธิปไตยที่สามารถดำเนินไปได้ด้วยดี จำเป็นต้องเดินเคียงข้างกับปรมิตตาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเป็นธรรมาธิปไตยและเป็นธรรมราชที่อยู่เหนือการเมืองความชอบธรรมทางการเมืองนั้นอิงอยู่กับระบอบปรมิตตาญาสิทธิราชย์ ไม่ใช่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประชาธิปไตยสามารถดำเนินไปได้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะไม่ใช่ระบอบที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและการบริหารบ้านเมืองไปทุกเรื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระราชโองการในกลางคืนของวันที่ 8 ก.พ.62 นับเป็นการรักษาสถานะของปรมิตตาญาสิทธิราชย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมืองไม่ทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมายุ่งเกี่ยวหรือเป็นฝักฝ่ายในทางการเมืองสถานะพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง ไม่เป็นฝักฝ่ายทางการเมือง แต่ในยามวิกฤติของชาติ คนไทยก็ควรขอรับพระบรมราชวินิจฉัยและพระราชดำริมาเป็นหลักชัยในการแก้ปัญหาของประเทศที่ผ่านมาสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีบทเรียนอันยาวนานในการติดตาม เข้าใจจิตใจและความรู้สึกของประชาชนและสังคมไทยไม่น้อยกว่าสถาบันใดๆระบอบกษัตริย์สะสมความชอบธรรมอยู่เสมอ แทบไม่หยุดผ่านการทรงงาน ในขณะนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ได้กลายเป็นที่มาและเป็นผู้รับรองความชอบธรรมทั้งหมดในประเทศ ซึ่งในเงื่อนไขนี้ ประเทศเห็นจะมีทางออกในการพัฒนาประชาธิปไตยอยู่สำหรับมุมมองของผม ประชาธิปไตยที่จะประสบความสำเร็จต้องขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญของสังคม ความสร้างสรรค์ของประชาชนที่จะออกแบบประชาธิปไตย ให้สอดคล้องกับดุลกำลังและดุลทางวัฒนธรรมที่เป็นจริงของประเทศพรรคการเมืองและนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องเป็นความหวังของประเทศ สามารถเป็นทางออกของประเทศได้ พรรคการเมืองและนักการเมืองต้องสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง โดยสร้างการยอมรับจากประชาชนทุกกลุ่มในประเทศ และต้องเป็นแสงสว่างให้กับประเทศประเทศไทยควรเป็นราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สถาบันพระมหากษัตริย์ยังต้องเป็นที่พึ่งพิงของระบอบประชาธิปไตย ในระหว่างที่ประชาธิปไตยสร้างความชอบธรรมและการยอมรับในระบอบจากประชาชนได้ด้วยตัวเอง ดุลอำนาจระหว่างปรมิตตาญาสิทธิราชย์และประชาธิปไตยในสังคมไทยสามารถแปรเปลี่ยนไปได้จากผลงานของระบอบ และอาจแปรเปลี่ยนกลับไปกลับมาได้ในอนาคตมาถึงขณะนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้ทรงครองแผ่นดินและดำเนินพระราชกรณียกิจในรูปแบบคล้ายคลึงกับพระราชบิดารัชกาลที่ 9 ในหลายเรื่องฉะนั้นขอเชิญชวนให้พวกเราน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์และขอให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระเจริญ.ทีมการเมือง