ข่าว
100 year

‘ป้อม’ สวน ‘ยอร์ช’ ด่า คสช.ไม่คิดถึงข้าวแดงแกงร้อน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์22 พ.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

ตอนอยู่ไม่พูดวิ่งเต้นตลอดไม่คิดว่าจะมีทหารไป ทษช.อีก ‘ทักษิณ’ โต้ยังดีกว่ายึดอำนาจ

“บิ๊กป้อม” ฉุนจัดซัด “บิ๊กยอร์ช” อดีตรอง ผบ.สส. ที่ดอดไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทษช.ไร้วุฒิภาวะ ทำตัวเป็นจิ้งจกเปลี่ยนสีไม่คิดถึงข้าวแดงแกงร้อนที่เคย กลืนลงท้องสมัยเป็นทหาร พร้อมแฉยับสมัยรับราชการวิ่งเต้นเป็นประจำ “ทักษิณ” กระทุ้งกลับ ทหารอาสาทำการเมืองตรงไปตรงมาน่าชื่นชมกว่ายึดอำนาจเข้ามา “ประวิตร” ยันนโยบายช่วยคนจนเปล่าหาเสียง “พุทธิพงษ์” บอกทำมาเป็นปีไม่ใช่คิดเมื่อวาน เหมาะออกช่วงนี้เพื่อช่วยจุนเจือรายจ่ายครัวเรือน พรรคการเมืองรุมจวกหาเสียงล่วงหน้า ทษช.-พท.ชี้แบกหนี้สร้างภาระ ต้องไปรีดขนห่านเก็บภาษีประชาชน “อภิสิทธิ์” อัดเป็นประชานิยมคืนชีพ หว่านเงินตามใจฉัน พปชร.ยังคึกคนชื่อดังเข้าพรรคต่อเนื่อง วางเป้าแย่ง 5 ส.ส.กทม. ชพน.ตั้ง “เทวัญ-ดล” หน.-เลขาฯ ชูสโลแกน “โนพรอมแพรม” ยุคน้าชาติ “สะสมทรัพย์-ไกรวัตนุสสรณ์”

โผซบ ชทพ.ตามนัด “โอ๊ค” แฉแผนตุกติกแบ่งเขต จากแพ้เรียบเป็นชนะบางเขต “เฉลิม” ประกาศพร้อมทำงานอยู่โยงเพื่อไทยกลายเป็นวิวาทะเผ็ดร้อนทางการเมือง หลังจาก พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทหารแสดงจุดยืนเคียงข้างประชาชน หมดยุคของการยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ออกมาตอบโต้กลับแบบไม่ไว้หน้า

“บิ๊กป้อม” ซัด “บิ๊กยอร์ช” สมัคร ทษช.

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ หรือบิ๊กยอร์ช อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด สมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติว่า เป็นความคิดของเขา แต่ก็แปลกดี ขนาดเกษียณแล้ว มีวุฒิภาวะมาก อยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมาโดยตลอดแต่มาด่า คสช. ไม่คิดถึงข้าวแดงแกงร้อน ทั้งที่ คสช.ก็ทำทุกอย่าง เป็นเพราะเหตุใดตอนที่อยู่ถึงไม่พูด ไปโดนอะไรมาหรือไม่ ก็มันวิ่งเต้นมาตลอด ถือว่าไม่เหมาะสมที่ทำแบบนี้ เมื่อถามว่าในฐานะรุ่นพี่ผิดหวังหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ผิดหวังมาก เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาตนมา ส่วนจะมีการนำเรื่องของ คสช.ไปแฉอีกนั้น ตนไม่กลัว เพราะไม่มีอะไรให้แฉ คสช.มีแต่ข้อมูลที่ดีทั้งนั้น จะมาแฉเรื่องอะไร เพราะไม่เคยทำอะไรผิด

ทำไม่เหมาะเหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสี

เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญเปิดกว้างให้ทหารเข้ามาเล่นการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นสิทธิและขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อยากไปอยู่พรรคไหนก็ไป แต่ไม่ควรนำเรื่องภายในต่างๆ ไปพูดในทางที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องไม่ดีและไม่ควรทำ เมื่อถามว่า ทำตัวเหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ใช่ เป็น จิ้งจก ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าจะมีอดีตทหารไปเข้าพรรคไทยรักษาชาติอีกหรือไม่ แต่คิดว่าไม่น่าจะมี ทหารไม่เล่นการเมือง ตนก็ไม่เล่นหรอก ส่วนจะอยู่เบื้องหลังช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ เมื่อถามว่า ในรัฐบาลหน้าจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา เราอยู่เฉยๆ ตอนขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ก็มาเชิญเราไปร่วมงาน ตนก็ทำงานอย่างเดียวไม่มีอะไร

“ทักษิณ” สวนน่าชื่นชมกว่ายึดอำนาจ

ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความ บนทวิตเตอร์ส่วนตัวตอบโต้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมว่า “ทหารที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองแบบตรงไปตรงมา น่าชื่นชมกว่าทหารที่เข้ามาโดยการยึดอำนาจไหมครับป้อม”

“ประวิตร” ยันช่วยคนจนเปล่าหาเสียง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้คนจนเป็นการใช้งบประมาณมากเกินไปว่า ความจริงเรื่องนี้ทำมานานแล้ว หลายปีกว่าจะสำเร็จอย่างชัดเจน เพราะต้องการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน รัฐบาลต้องการให้คนที่มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจึงเข้าไปช่วยเหลือ รัฐบาลทำมานานคิดมานานแล้ว สำรวจมานานด้วย เพราะมีคนจนเป็น 10 ล้านคน เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการเตรียมการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตอบย้ำว่า ได้เตรียมการมานานแล้ว ไม่ใช่ว่าเพื่อรองรับการเลือกตั้ง ถามว่าไม่ดีหรือ เพราะต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จ ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะไป และเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย ทั้งคนแก่และคนที่มีรายได้น้อย เราให้ทุกอย่าง

ทำมาเป็นปีไม่ใช่เพิ่งคิดเมื่อวาน

ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ย. อนุมัติงบประมาณ 86,994 ล้านบาท เพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า หลายๆเรื่องเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างผู้สูงอายุต้องมีงบฯลงไปดูแล งบฯที่สนับสนุนลงไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 พันบาท ค่าเช่าที่อยู่อาศัย คิดว่า เป็นจุดที่เหมาะสมควรทำ และรัฐบาลต่อไปก็น่านำไปสานต่อให้ได้ เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณมากขนาดนี้หวังผลการเมืองกับให้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 14.5 ล้านราย นายพุทธิพงษ์ตอบว่า เชื่อทุกคนตั้งข้อสงสัยเหมือนกับคำถามนี้ แต่ทุกนโยบายที่ทำขึ้น ไม่ได้คิดวันนี้แล้วทำวันนี้ หรือคิดเมื่อวานแล้วทำวันนี้ ต้องดำเนินการมาร่วมปีกว่าจะถึงวันนี้ และการออกช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะสม ใกล้สิ้นปี ขึ้นปีใหม่ ประชาชนต้องมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นทุกครอบครัว รัฐบาลจึงพยายามช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ให้ประชาชน การทำโครงการต่างๆ อย่าไป มองว่าพรรคไหนได้ประโยชน์ เพราะไม่ได้หมายความว่าการได้ประโยชน์จากเรื่องนี้เรื่องเดียวแล้วจะไปเลือกพรรคนั้น เชื่อว่าสุดท้ายประชาชนจะไปดูในภาพรวมการบริหารประเทศว่าใครควรได้บริหารประเทศต่อไป

ทษช.จวกใช้อัดงบหาเสียงล่วงหน้า

นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การที่รัฐบาล คสช.อนุมัติงบ ประมาณหลายหมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เป็นการใช้งบประมาณของประเทศเพื่อหาเสียงล่วงหน้า และมีนัยทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ เนื่องจากรัฐมนตรี 4 คนในรัฐบาล คสช.เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยตรง เป็นแกนนำของพรรคพลังประชารัฐที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการเลือกตั้ง จึงถือว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ในขณะที่พรรค การเมืองอื่นยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างอิสระ แม้มาตรการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือประชาชน แต่ถือเป็นการช่วยเหลือแค่ในระยะสั้น ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังสร้างภาระทางการคลังให้กับรัฐบาล ผูกพันภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ขอให้รัฐมนตรีทั้ง 4 คนลาออกจากตำแหน่ง และหยุดอัดฉีดงบประมาณหาเสียงล่วงหน้าเช่นนี้

พท.กระตุกอย่าคิดเป็นหนี้บุญคุณ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาล คสช.บริหารประเทศมาเป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน แต่ทำไมมีคนจนที่รัฐบาลต้องช่วยเหลือมากถึง 14.5 ล้านคน เป็นตัวชี้วัดได้ว่าการบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวใช่หรือไม่ โดยมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4 มาตรการ ของรัฐบาลเป็นการให้เงินช่วยเหลือระยะสั้นเพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น โครงการเร่งด่วนเฉพาะกิจเช่นนี้ รัฐบาลได้เสนอ กกต.ให้พิจารณาเห็นชอบก่อนตามข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เงินที่รัฐบาลใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์นั้นล้วนเป็นเงินที่คนไทยทุกคนมีสิทธิเป็นเจ้าของเพราะส่วนหนึ่งเป็นเงินภาษี การที่ประชาชนได้รับเงินผ่านบัตรคนจนเป็นการรับเงินของประชาชนเอง ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใคร เพราะไม่ใช่เงินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และไม่ใช่เงินของ 4 รัฐมนตรีที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐที่ยังไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง

กู้เงินมาแจกสุดท้ายต้องเก็บภาษีเพิ่ม

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เคยมีรัฐบาลไหนอนุมัติงบประมาณมาแจกจ่ายประชาชนในช่วงที่กำลังจะมีการหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ และการนำงบมาแจกชาวบ้านเท่ากับเป็นการสร้างหนี้ให้กับประเทศมากถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี รัฐบาลควรหาวิธีสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนมากกว่า การมาแจกเงินในช่วงที่กำลังจะเลือกตั้ง ถือเป็นการเอาเงินแผ่นดินมาหาเสียงและซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่ เอาเปรียบคนอื่นในขณะที่ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง ดังนั้น รัฐบาลปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ได้หาเสียง ทั้งนี้ รัฐบาลบริหารประเทศมาเข้าปีที่ 5 ทำไมคนถึงยังจนเพิ่มขึ้นถึงต้องมาแจกเงิน และถามว่าทำไมเพิ่งจะมาแจกเงินเพิ่มช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง กู้เงินมาแจกขนาดนี้ ท้ายที่สุดต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ประชาชนกลับมาลำบากอีกเหมือนเดิมใช่หรือไม่

“อภิสิทธิ์” ชี้ปลุกประชานิยมคืนชีพ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณี ครม.ทุ่มงบฯเพิ่มสิทธิประโยชน์หลายอย่างผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า รัฐบาลทำในลักษณะตามใจชอบ ไม่เป็นระบบ สะท้อนว่ากำลังกลับไปสู่ประชานิยมเหมือนเดิม อีกทั้งมาตรการที่ออกมามีความซับซ้อนพอสมควร เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งน่าเป็นห่วงว่ามีการเอานโยบายอื่นมาเกี่ยวพันกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมากขึ้น แต่ขาดการวางระบบและหลักเกณฑ์ที่มีความยั่งยืน ทั้งนี้ ถ้าคิดว่าดีทำไมกำหนดให้สิ้นสุดแค่เดือน ก.ย.62 ไม่รู้ว่าเป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ แต่ประชาชนมองออก โดยเชื่อว่าจะไม่เป็นอย่างที่รัฐบาลหวังว่าคนจะให้การสนับสนุนมากขึ้น และไม่คิดว่าจะได้เสียงมากเท่าที่รัฐบาลคิด

ชี้หว่านงบช่วงปลายปีเป็นประจำ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอัดงบประมาณครั้งนี้ค่อนข้างตรงเป้าหมาย คือการโอนเงินตรงเข้าบัตรไปสู่คนจน มีจำนวนเงินให้นำไปซื้อของที่ร้านไหนก็ได้ เงินกระจายจับจ่ายเข้าสู่ระบบ ไม่เกิดการผูกขาดของนายทุนเจ้าใดเจ้าหนึ่ง ไม่เหมือนกับของเดิมก่อนหน้านี้ แต่น่าเสียดายที่มาเลือกทำเอาช่วงใกล้ๆ วันที่จะมีการเลือกตั้ง ที่จริงน่าจะทำตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เข้ามาบริหารประเทศแล้วด้วยซ้ำ ส่วนจะเรียกว่าหาเสียงหรือไม่ ตนไม่อยากชมหรือด่า เพราะรัฐบาลก็อัดงบฯช่วงปลายปีมาตลอด

อัด รมว.เกษตรฯไร้กึ๋นแก้ปัญหายาง

นายอรรถวิชช์ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาราคายางพาราว่า นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไม่มีชั้นเชิงการต่อรองกับจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งๆที่ไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกและไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย มีส่วนแบ่งการตลาดรวมถึงร้อยละ 75 ของตลาดโลก แต่ไม่เห็นการเดินสายเพื่อรวมกลุ่มประเทศผู้ขายเหล่านี้เลย และการที่รัฐบาลจะเอายางพารามาทำถนน เห็นพูดมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี เป็นการทำโชว์มากกว่าทำจริง ทั้งที่มีราคากลางรองรับไว้แล้ว ผิวทางลาดยางปกติแบบ Asphaltic Concrete อยู่ที่ 227 บาทต่อตารางเมตร แต่ถ้าเป็นผิวทางลาดยางแบบยางพารา Para Asphalt Concrete จะอยู่ที่ 330 บาทต่อตารางเมตร ราคาห่างกันไม่มากถ้าพร้อมทำจริงได้เลยแต่ที่ผ่านมาก็ได้แต่ทำโชว์สั้นๆ ส่วนแผนระยะยาวก็ไม่ชัดเจน รัฐบาลควรจะชวนบริษัทยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ มาตั้งฐานการผลิตในไทยเลย ผ่านกลไก EEC ก็ได้ดังนั้นอย่าคิดแค่ส่งออกยางก้อน ควรส่งออกเป็นยางล้อรถไปเลย ถ้าทำจริงจังราคายางพาราพุ่งไปแล้ว

พปชร.ยังกั๊กส่งเทียบเชิญ “บิ๊กตู่”

วันเดียวกัน ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค ได้นำคนรุ่นใหม่ 30 คน สมัครสมาชิกพรรค โดยมีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรค ต้อนรับ โดยที่น่าสนใจ อาทิ นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้บริหารธุรกิจด้านอาหาร นายจักรวี วิสุทธิผล ทายาทธุรกิจประกันภัย เป็นต้น ขณะที่นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มา ล้วนมีประสบการณ์ มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนที่จะทำงานการเมืองและบางส่วนสนใจลงเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯในนามพรรคหรือไม่และเมื่อไหร่ หรือใครเหมาะสม ทั้งหมดต้องรอมติเสียงส่วนใหญ่ผู้บริหารพรรคและสมาชิก

ตั้งเป้ากวาด ส.ส.กทม. 5–6 ที่นั่ง

ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า คนรุ่นใหม่ที่มาสมัครสมาชิกพรรควันนี้ บางส่วนจะขอลงสมัคร ส.ส.กทม.แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่เลือกตั้ง กทม. แข่งขันกันสูงกับเจ้าของพื้นที่เดิม ซึ่งพรรคต้องทำงานหนัก เบื้องต้นตั้งเป้าคาดหวังพื้นที่รอบนอก กทม. เขตลาดกระบัง หนองจอก คลองสามวา คลองเตย ราษฎร์บูรณะ หลักสี่ ห้วยขวาง และวังทองหลาง ได้ 5-6 เก้าอี้ ถ้าได้ 15 ที่นั่งก็จะดี ยอมรับกังวลพื้นที่ชั้นใน เพราะประชาธิปัตย์มีฐานเสียงที่แข็งมาก แต่พื้นที่ชั้นนอกเราได้คนที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทยและผู้บริหารท้องถิ่นมา ส่วนนายพุทธิพงษ์จะขอลงสมัคร ส.ส.เขตพญาไท เขตเดิมที่ชนะเลือกตั้ง แต่ต้องพิจารณาตัวผู้สมัครของคู่แข่งด้วย ส่วนนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.ไม่ลงสมัครเพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และติดปฏิบัติหน้ารองผู้ว่าฯ กทม.

พ่อ–พี่ “รุจ เดอะสตาร์” เข้าร่วมสังกัด

ต่อมาช่วงบ่าย นายวนิชย์ ปักกิ่งเมือง นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย นายสมชาย กี่แก้ว อดีตกำนัน ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายสุชน อินทเสม อดีต ส.ว.ประจวบคีรีขันธ์ มาสมัคร พร้อมเสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 3 เขต โดยทั้งหมด ร.อ.มนัส พรหมเผ่า สมาชิกพรรคทาบทาม และนายศุภสิธ เตชะตานนท์ อดีต ส.ส.ขอนแก่น บิดาของรุจ เดอะสตาร์ พร้อมบุตรชายนายศุภณัจ เตชะตานนท์ อดีต ส.จ. อ.พล จ.ขอนแก่น พี่ชายรุจ เดอะสตาร์ มาสมัครสมาชิกพรรคด้วย นายศุภสิธกล่าวว่า เมื่อพ่อและพี่ชายลงเลือกตั้ง เป็นไปได้ที่รุจ เดอะสตาร์ จะมาช่วยหาเสียง ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ส่งมาให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อไปยาวๆไม่คิดว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ใครที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจเห็นแก่ตัว ไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารประเทศบ้าง

23 พ.ย.ถึงคิว “สุชาติ ตันเจริญ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 พ.ย. นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ จะนำอดีต ส.ส.และสมาชิกในกลุ่ม ทั้ง จ.ยโสธร มุกดาหาร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค รวมถึงนางตรีนุช เทียนทอง และนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย หลานนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย

“เทวัญ–ดล” หัวหน้า–เลขาฯ ชพน.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท พรรคชาติพัฒนาจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2561 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ภายหลังประชุม นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคแถลงว่า ที่ประชุมมีมตินายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นหัวหน้าพรรคใหม่ รองหัวหน้าพรรค 9 คน ประกอบด้วย นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายประสาท ตันประเสริฐ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ นายปกครอง ผาสุขยืด นายสาคร พรหมภักดี นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ และนายธงชัย ลืออดุลย์ ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค คือนายดล เหตระกูล ผอ.พรรคคือ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และ น.ส.เยาวภา บุรพลชัย เป็นโฆษกพรรค

ชูสโลแกน “น้าชาติ”–“No problem”

นายเทวัญกล่าวว่า ทิศทางของพรรคชาติพัฒนาหลังจากนี้คือเดินสายกลาง จะใช้สโลแกนหาเสียงว่า ชาติพัฒนา No problem เพื่อทำการเมืองยุคใหม่ และทำให้เห็นว่าพรรคชาติพัฒนาไม่มีปัญหา หรือเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เพื่อให้การเมืองมีความผ่อนคลาย ยึดหลักของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนแรก หลังจากนี้ไปคือการให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ เดินหน้าสร้างความปรองดองประนีประนอม เข้าได้กับทุกฝ่ายไม่ขัดแย้งกับใคร ขณะเดียวกันวันที่ 23 พ.ย. จะนัดกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ประชุม เพื่อขอความเห็นให้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของพรรคหรือไม่ สำหรับทิศทางของพรรคนั้นในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จะส่งครบทั้ง 14 เขต ส่วนในพื้นที่อื่นพรรคจะส่งให้มากที่สุด

สะสมทรัพย์–ไกรวัตนุสสรณ์ ซบ ชทพ.

วันเดียวกัน ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ทีมนครปฐมของตระกูลสะสมทรัพย์ นำโดยนายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ลูกชายนายไชยา สะสมทรัพย์ อดีต รมช.มหาดไทย และทีมสมุทรสาคร ของตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ ประกอบด้วย นายปัญญา ชวนบุญ อดีตประธานสภา อบจ.สมุทรสาคร และนายอภิชาต โพธิ์ถนอม รองประธานสภา อบจ.สมุทรสาคร และทีมงานสมาชิก อบจ.สมุทรสาคร เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา โดยมีนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา ต้อนรับ นายพาณุวัฒณ์กล่าวว่า จ.นครปฐม มี ส.ส. 4 เขต รอบนี้จะส่งครบทุกเขต มั่นใจจะเอาคืนมาได้ทั้งหมด ขณะที่นายปัญญากล่าวว่า เข้ามาสมัครเข้าพรรคชาติไทยพัฒนาด้วยความเต็มใจและมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเห็นว่าพรรคก้าวข้ามความขัดแย้ง จ.สมุทรสาคร ไม่ต้องมีปัญหากับใครเหมาะสมกับเรา มั่นใจเกินร้อยว่าจะยกจังหวัดทั้ง 3 เขต และพร้อมสนับสนุนหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี

ตั้งโฆษก 4 ด้าน “ยุทธพล” หัวหน้าทีม

ขณะที่นายนิกรกล่าวว่า จะไปประชุมกับ กกต. ในวันที่ 22 พ.ย. จะรับฟังความชัดเจนเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. หลังจากที่ คสช.มีคำสั่งให้สรรหาได้จนถึงวันเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามกำหนดเดิม เพราะเลื่อนมานานแล้ว ส่วนคำสั่ง คสช.16/2561 เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะทำให้พรรคการเมืองเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบนั้น อยู่ที่มุมมองแต่ละฝ่าย อาจมีบางประการไม่ชัดเจน น่าจะเป็นความปรารถนาดีของ คสช. ส่วนในวันที่ 23 พ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคเพื่อออกระเบียบเกี่ยวกับการสรรหา นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคได้มี คำสั่งแต่งตั้งคณะโฆษกพรรค ประกอบด้วย นายยุทธพล อังกินันทน์ หัวหน้าโฆษกพรรค น.ส.ทัศน– ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช โฆษกพรรคด้านสังคม พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกพรรคด้านกิจการทั่วไป และนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ โฆษกพรรคด้านกิจการทั่วไป

“ถาวร–วรงค์” แจงเครียดปมช่วย “เทือก”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียนผ่านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ให้สอบข้อเท็จจริงกรณีนายถาวร เปิดบ้านพักที่ จ.สงขลา ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ใช้รับสมัครสมาชิกพรรค รปช. เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังหารือร่วม 1 ชั่วโมง นายถาวร และ นพ.วรงค์ เดินออกจากห้องทำงานของนายอภิสิทธิ์ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยนายถาวรไม่ให้สัมภาษณ์ ส่วน นพ.วรงค์กล่าวว่า เข้าใจกันหมดแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรจบแล้วๆ

ทั้งคู่ยอมรับผิด–ตั้งกฎเหล็กถึงขับออก

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงกรณี นายถาวร และนายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองอื่น ที่ประชุมเข้าใจตรงกันว่าเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว การคบหากับคนเคยร่วมงานกันเป็นเรื่องปกติ แต่การไปปรากฏตัวระหว่างการรับสมาชิกพรรคการเมืองอื่นที่กระทบกับการแข่งขันของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เกิดความสับสนกับสมาชิกและประชาชนทั่วไป จึงขอให้นายนิพิฏฐ์รวบรวมข้อเท็จจริง จากนั้นตนได้โทรศัพท์คุยกับนายวิทยา และพบกับนายถาวร เพื่ออธิบายว่าพรรคมีจุดยืน ไม่คิดฮั้วกับพรรคใด โดยทั้งสองยอมรับว่าเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ ไม่ระมัดระวัง กก.บห.จึงเห็นควรยุติเรื่องเพราะทั้งคู่ยอมรับแล้ว แต่ มีมติเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต กรณีสมาชิกไปกระทำการร่วมกิจกรรมกับพรรคอื่น จะลงโทษตามข้อบังคับพรรค คือไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าร้ายแรงก็ขับออก

รับมีระเบิดเวลาแต่เชื่อคุมอยู่

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับผลจากการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค แต่ยอมรับว่ายังมีผลข้างเคียงจากการกระทบกระทั่งระหว่างการหยั่งเสียง ซึ่งหากมีระเบิดเวลาก็เชื่อว่าจะแก้ไขได้ และมั่นใจว่าฐานะหัวหน้าพรรค ยังสามารถกุมสภาพในพรรคได้

“สุเทพ” ยันไม่รับเก้าอี้การเมือง

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อมทีมงาน ออกเดินคารวะแผ่นดินในพื้นที่ จ.พังงา โดยนำใบสมัครสมาชิกพรรค แจกจ่ายให้ประชาชน มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนขอถ่ายรูปคู่และมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ และสอบถามกรณีที่ก่อนหน้านี้ บอกจะไม่ลงเล่นการเมือง นายสุเทพ ตอบไปว่าไม่ได้ลงเล่นการเมืองจริง แต่ออกมาช่วยหาสมาชิกพรรค และต้องการให้มีตัวแทนพี่น้องประชาชนตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง จากนั้นนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ขณะลงพื้นที่แม่ค้าบ่นว่าตลาดเงียบ ขายของยาก อยากเรียกร้องให้การเมืองช่วยดูแลเรื่องราคายางพารา คิดว่าชาวพังงาจะสมัครสมาชิกพอสมควร ส่วนที่คนพยายามกระพือข่าวว่าตนผิดคำพูดที่ว่าไม่เล่นการเมืองแล้วมาลงอีก ยืนยันว่ายังรักษาคำพูด จะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว รวมถึงตำแหน่งในพรรค ไม่ลงเลือกตั้งทั้งบัญชีรายชื่อและเขต หากพรรคเป็นรัฐบาลก็ไม่รับตำแหน่งใน ครม. จะทำหน้าที่ในฐานะประชาชน แต่มีประสบการณ์จึงมาช่วยก่อตั้งพรรคช่วยทำงานให้

เด็ก พท.จ.ตาก ครบทีมหนุน พปชร.

ที่ จ.ตาก นายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก กล่าวว่า ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตาก เข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคพลังประชารัฐ พร้อมลงเลือกตั้ง ส.ส.ตากใน 3 เขตเลือกตั้ง ซึ่ง 2 ใน 3 เขต เป็นบุตรชาย ส่วนอีก 1 เขต เป็นรองนายก อบจ.ตาก โดยจะมาผลักดันเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตาก ให้มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน

อนาคตใหม่ลงใต้เปิดศูนย์ จ.ยะลา

อีกด้านหนึ่ง ที่ อ.เมือง จ.ยะลา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมสมาชิกลงพื้นที่ จ.ยะลา เปิดบ้านที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรค สาขายะลา พร้อมกับประชุมนโยบายและเยี่ยมชมที่ทำการศูนย์ประสานงาน น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไปเปิดที่ทำการศูนย์ประสานงานที่ จ.นราธิวาส และจะต่อไป จ.ปัตตานี ทั้งนี้ มีคำถามเกี่ยวกับพรรคในการทำงานในพื้นที่มีความหวังแค่ไหน ซึ่งทราบดีว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความแน่นแฟ้นกับกลุ่มพรรคการเมืองเดิมในพื้นที่ แต่ยืนยัน ว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับคะแนนเสียงอย่างเดียว แต่การเป็นสถาบันการเมืองระยะยาว แก้ไขปัญหาแบบระยะยาวในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวซับซ้อน

“เพื่อคนไทย” ฟุ้งรวบที่นั่งอีสาน-ใต้

ที่โรงแรมพักพิง อิงโขง จ.นครพนม นายวิทยา อินาลา หัวหน้าพรรคเพื่อคนไทย พร้อมแกนนำ อาทิ นายอรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพยสิทธิ์ นายณพจน์สกร ทรัพยสิทธิ นางรัตนาภรณ์ คงพราหมณ์ ร่วมประชุมใหญ่ ครั้งที่ 1/2561 เพื่อลงมติสรรหากรรมการบริหารพรรค และสรรหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้ง รวมทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง นายวิทยากล่าวว่า เป้าหมายนโยบายหลักคือ แก้ปัญหาความยากจนให้มีอาชีพและรายได้ ลดความขัดแย้ง ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอย่างจริงจัง ส่วนตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต เราพร้อมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสานและใต้ ซึ่งจะกวาดที่นั่งให้มากที่สุด

“สมชัย” จี้ กกต.เปิดข้อมูลแบ่งเขต

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กล่าวว่า การที่เลขาธิการ กกต.แถลงว่าจะรับฟังคำร้องของประชาชนและพรรคการเมืองทุกฝ่ายเกี่ยวกับรูปแบบการแบ่งเขต ถึงวันที่ 25 พ.ย. ตนได้เข้าไปตรวจสอบเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.จังหวัดหลายที่ พบว่าบางที่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการแบ่งเขต บางที่ข้อมูลดังกล่าวซ่อนอยู่ลึกจนค้นหาได้ยาก ฉะนั้นเพื่อให้การตรวจสอบว่าการแบ่งเขตเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่ใช่เปิด การรับฟังแบบเป็นพิธีกรรม จึงขอเรียกร้องให้สำนักงาน กกต.จังหวัด นำข้อมูลรูปแบบการแบ่งเขต 3 รูปแบบขึ้นเว็บไซต์ของ สนง.กกต.จังหวัด ทำเป็นแบนเนอร์หัวข้อที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ควรให้รายละเอียดเกี่ยวกับเขตปกครอง รูปแผนที่ และการแสดงค่าผลต่างที่ต่างจากค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็นในแต่ละรูปแบบ ให้ครบถ้วน รวมทั้งมีช่องทางให้ผู้แสดงความคิดเห็นสามารถบันทึกความคิดเห็นโดยสุภาพ กกต.ควรต้องให้ประชาชนเห็นการทำงานแบบมืออาชีพ เป็นกลาง และจริงใจต่อประชาชน

“โอ๊ค” แฉแผนตุกติกแบ่งเขตเลือกตั้ง

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การแบ่งเขตเลือกตั้ง มีเนื้อหาจำลองเขตเลือกตั้ง 5 เขตสมมติให้แต่ละพรรคมีคะแนนทั้ง 5 เขต เป็นสัดส่วนโดยเฉลี่ยเท่าๆกัน โดยที่พรรคหนึ่งมีคะแนนนิยม 3 ใน 5 ขณะที่อีกพรรคมีคะแนนนิยม 2 ใน 5 ซึ่งพรรคแรกจะชนะการเลือกตั้งทั้ง 5 เขต แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบพิเศษ ที่สลับอำเภอและตำบลต่างๆ ของแต่ละเขตเลือก เพื่อเกลี่ยคะแนนในแต่ละเขต จะทำให้พรรคที่แพ้มีสิทธิชนะใน 3 เขต และแพ้เพียงแค่ 2 เขต ทั้งที่การเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องยากแต่การแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้กลับตกลงกันไม่ได้ จนต้องถูกยืดออกไปจนเลยกรอบเวลาที่ตั้งไว้ ถึงขั้นที่หัวหน้า คสช. ต้องใช้มาตรา 44 ผ่อนผันเงื่อนเวลาและให้อำนาจ กกต.นั่งเทียนเขียนเขตเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ได้ ถ้าประชาชนทั่วไปมองว่าเป็นการใช้อำนาจพิเศษเพื่อเอาเปรียบทางการเมืองต่อพรรคการเมืองอื่น คะแนนที่ได้อาจไม่คุ้มเสีย เพราะคนไทยจะเห็นใจคนที่ถูกกระทำเสมอ ดังนั้น อย่าให้คนทั่วไปมองว่านอกจากรัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาเพื่อพรรคของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แล้ว มาตรา 44 ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเอาเปรียบทางการเมืองอีกด้วย

ฉะไม่ยอมศิโรราบเลยโดนแกล้ง

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 23 พ.ย.นี้ จะไปยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน จ.มหาสารคาม และจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 27 ที่ระบุให้รวมอำเภอต่างๆ เป็นเขตเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงพื้นที่ ที่ติดต่อใกล้ชิดกันและการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน และมาตรา 29 ระบุว่าการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ต้องยึดถือเขตเลือกตั้งที่มีอยู่ก่อนมาเป็นหลักและปรับปรุงตามมาตรา 27 มองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการ กลั่นแกล้งกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้มีอำนาจเคยชักชวนตนให้เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ แต่พอตนไม่เข้าร่วมก็จัดการด้วยการแบ่งเขตกลั่นแกล้งกันเช่นนี้

ปชป.ร้องค้านกาญจนบุรี–สุโขทัย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมรับทราบคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 โดยเห็นตรงกันว่าคำสั่งนี้ทำให้การแบ่งเขตล่าช้า และเปิดช่องให้มีการร้องเรียนผ่าน คสช.และรัฐบาลแทน ที่จะเป็นเรื่องของ กกต.โดยตรง ซึ่งอาจทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะมีมาตรา 44 คุ้มครอง โดยที่ประชุมยกกรณี จ.กาญจนบุรี และ จ.สุโขทัย ที่น่าจะแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กรรมการบริหารพรรคจึงมีมติให้ส่งความเห็นค้านไปยัง กกต.ต่อไป

“เฉลิม” ลั่นพร้อมทำงานใต้สังกัด พท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ที่ห่างการเมืองไปนานมีกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ทำให้แสดงความเห็นได้ไม่มากนัก แต่ขณะนี้ใกล้เวลาเลือกตั้งแล้ว ขอยืนยันว่าหากพรรคเพื่อไทยให้โอกาสตนลงสมัครรับเลือกตั้งยืนยันว่าพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ที่มีข่าวว่าตนเจ็บป่วยไม่เป็นความจริง หลังจากมีการอนุญาตให้แสดงความเห็นทางการเมืองได้ จะปฏิบัติการทันที ทั้งนี้ ที่บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ แสดงความเห็นกันอยู่เป็นพวกขาดความเข้าใจทางการเมือง ขอยกตัวอย่างว่าเรามี ส.ส.เพียง 500 คน แต่ละพรรคก็อ้างว่าจะได้ 300 คน จะได้ 150 คน จะได้ 50 คน จำนวน ส.ส.ถ้าจะได้จริงคงต้องนับกันหลายครั้ง เรื่องเร่งด่วนขณะนี้คือความยากจนของประชาชน และปัญหายาเสพติด ตนเคยทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการปราบปรามยาเสพติดมา 3 สมัย ขอให้พี่น้องรอเวลาอีกเล็กน้อย หากมีโอกาสจะทำงานให้สมกับเงินเดือนนักการเมืองที่พี่น้องเสียภาษีมาจุนเจือ

จวก อนค.ใจแคบ ด่าจนเจ็บคอ

นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ขอถอนตัวจากการแข่งกีฬาของกลุ่มนิวเดมว่า พรรคอนาคตใหม่จิตใจคับแคบเกินไป ไม่น่าจะเป็นอนาคตใหม่ เพราะแค่มาแข่งกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ยังทำไม่ได้เลย เห็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค พูดบ่อยๆ ว่าจะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะมาบริหารประเทศได้อย่างไร ถ้าคิดแบบนี้กีฬาโอลิมปิกหากจัดที่จีนคงต้องถอนตัวกันทุกประเทศ อย่าเป็นคนรุ่นใหม่แต่ปาก ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ด้วยจิตวิญญาณ มีวิสัยทัศน์ ทำเพื่อชาติบ้านเมือง อย่าทำเพื่อตัวเอง พรรคพลัง–ประชารัฐไม่ได้เป็นพรรคเผด็จการ เป็นพรรคของพี่น้องคนไทยทุกคนที่จะนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้ง การเป็นพรรคการเมืองต้องเป็นพรรคของคนทั้งประเทศ หรือถ้าพรรคอนาคตใหม่เป็นรัฐบาล พี่น้องบางจังหวัดที่ไม่เลือก แต่เลือกพรรคพลังประชารัฐ ท่านจะไม่ดูแลใช่หรือไม่ การจัดแข่งกีฬาเป็นเรื่องที่ดี ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งดีขึ้น เกิดมิตรภาพที่ดี จริงๆแล้วตนไม่อยากพูดอะไร เจ็บคอ

กกต.นัดโหวตเลือก 2 ว่าที่ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 22 พ.ย. จะมีวาระพิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ค้างอยู่ 2 คน คือนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ ที่ปรึกษาสภาทนายความ ซึ่งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมได้ตรวจสอบเสร็จแล้ว โดยในส่วนของนายฐิติเชฏฐ์ไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและพฤติกรรมทางจริยธรรม ส่วนนายเลิศวิโรจน์ มี สนช.บางส่วนตั้งข้อสังเกตกรณีนายเลิศวิโรจน์ไม่ไปเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 จึงถูกมองเรื่องความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง กกต. ซึ่งนายเลิศวิโรจน์ได้ทำหนังสือชี้แจงว่าเนื่องจากมีเหตุการณ์ประท้วง บางหน่วยถูกผู้ชุมนุมปิดล้อมเกรงจะไม่ปลอดภัย ต่อมาศาลมีคำสั่งการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทั้งนี้ สนช.ส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะไม่ให้ความเห็นชอบ มีความจำเป็นต้องโหวตให้ผ่านเพื่อให้มี กกต.เข้าไปทำหน้าที่ให้ครบ 7 คนและเห็นว่าบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 2 คน มีความเหมาะสมแล้ว

นรม.ชวนแอฟริกาใต้ลงทุนอีอีซี

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ทำเนียบ รัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเจฟฟรีย์ ควินตัน มิตเชลล์ ดอยจ์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต้อนรับนายเจฟฟรีย์ พร้อมชื่นชมนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างของผู้นำและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก ทั้งนี้ ยินดีที่ทราบว่าสองประเทศจะร่วมกันจัดสัมมนาโอกาสการค้าการลงทุนในแอฟริกาใต้ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-แอฟริกาใต้ ครบรอบ 25 ปี และเชิญชวนนักลงทุนแอฟริกาใต้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี

ชื่นชมบทบาทมาเลย์ร่วมแก้ไฟใต้

ต่อมาเวลา 11.15 น. นายฮาจิ โมฮาเหม็ด บิน ซาบู รมว.กลาโหมมาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ โอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม หลังการหารือ พล.ท.วีรชน เปิดเผยว่า นายกฯเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกองทัพไทยกับมาเลเซียจะเป็นรากฐานสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดย รมว.กลาโหมมาเลเซียกล่าวว่า พร้อมสนับสนุนความร่วมมือให้ครอบคลุมในทุกมิติ สำหรับความร่วมมือด้านทหารและความมั่นคง ซึ่งมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการรับมือกับปัญหาในพื้นที่ชายแดน

อารมณ์ดีบอกไม่มีการเมืองนะจ๊ะ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) ครั้งที่ 1/2561 โดยนายกฯกล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสำคัญ เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ ทั้งในการปฏิบัติและการบริหารให้เป็นไปตามพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องประสานงานและดำเนินการให้ครบทุกประเด็น ทรงเน้นย้ำให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับประชาชนโดยรวมทุกพื้นที่และทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งต้องปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อมาเวลา 15.30 น. ภายหลังการประชุม นายกฯปฏิเสธให้สัมภาษณ์ กล่าวเพียงสั้นๆด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า “วันนี้มาหารือเกี่ยวกับเรื่องโครงการหลวง ไม่มีการเมืองนะจ๊ะ” ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ

ปรับแผนสืบสานโครงการหลวง

ทั้งนี้ การประชุมเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ ที่สนับสนุนงานโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ 61 รวมทั้งพิจารณาแผนงานสนับสนุนโครงการหลวง ตลอดจนเรื่องสำคัญอื่นๆ ในงบประมาณปี 62 เห็นชอบปรับแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (2561-2565) ปรับแผนกรมทางหลวงชนบท เพื่อปรับปรุงถนนพื้นที่โครงการหลวง ในงบฯปี 62-64 จำนวน 33 สาย ปรับแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (2561-2565) ในพื้นที่ 4 โครงการหลวง ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงพบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ที่โครงการหลวงผาผึ้ง-ศรีคีรีรักษ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก ที่โครงการหลวงห้วยน้ำขาว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และที่โครงการหลวงห้วยก้างปลา อ.แม่จัน จ.เชียงราย ให้มูลนิธิโครงการหลวงขอใช้ประโยชน์พื้นที่ตั้งของสถานีวิจัยเกษตรหลวงและศูนย์พัฒนาโครงการหลวง เพื่อการศึกษาวิจัย ขยายพันธุ์พืชและสัตว์ การสาธิต การแปรรูป และเห็นชอบจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาบนพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง/สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

“วัฒนา” เฮรอดคดีซื้อรถ–เรือดับเพลิง

อีกด้านหนึ่ง ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษา ยืนตามศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนคำสั่ง กทม.ที่ให้นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ชนะคดีไม่ต้องชดใช้เงินจำนวน 1,296,794,910.27 บาท ให้กับ กทม. กรณีเสียหายการทุจริตการซื้ออุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย จาก บ.สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จํากัด ประเทศออสเตรียปี 2547 เนื่องจากเห็นว่าแม้ขั้นตอนทำการค้าต่างตอบแทน นายวัฒนา ขณะเป็น รมว.พาณิชย์ ร่วมประชุม ครม.มีมติรับหลักการโครงการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง อุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามที่ กทม.เสนอ โดยมีเงื่อนไขทำการค้าต่างตอบแทน ร้อยละ 100 แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ทำการค้าต่างตอบแทนเอง โดยเป็นหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศ อีกทั้งไม่ปรากฏให้เห็นว่าการกำหนดให้สินค้าต่างตอบแทนเป็นไก่ต้มสุก เป็นผลจากการผลักดันของนายวัฒนา ไม่ได้เป็นเหตุให้ กทม.ต้องซื้อแพงกว่าปกติ ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนไม่ได้กระทำจงใจหรือประมาทเลินเล่อร้ายแรงจนทำให้ กทม.เสียหาย ดังนั้นนายวัฒนาไม่ต้องรับผิดชอบค่าสินไหมให้กับ กทม. ซึ่งในวันนี้ นายวัฒนา ไม่ได้มารับฟังการอ่านคำพิพากษาตามที่นัดไว้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยศนันท์ หร่ายเจริญประวิตร วงษ์สุวรรณพรรคไทยรักษาชาติข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้