เมื่อตอนเริ่มตั้งหน่วยงานทางด้านวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เรียกหน่วยงานนี้ว่า สภาเศรษฐกิจแห่งชาติต่อมาในสมัย รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เปลี่ยนเป็น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือที่เรียกกันติดปากว่า สภาพัฒน์พอถึง รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมด้วยจึงมีการเปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานนี้เป็น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีชื่อย่อหน่วยงานว่า สศช. และใช้กันมาถึงปัจจุบันแต่คนทั่วไปยังเรียก สภาพัฒน์ ด้วยความเคยชินมาถึง รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ...ให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว กำลังเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาออกมาเป็นกฎหมายใหม่สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้คือการกำหนดให้มี “สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคนและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสิบห้าคน และให้ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการสภา และให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการกำหนดให้ประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี โดยผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกันกำหนดให้สภาสามารถมีมติให้เชิญปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่พิจารณา หรือผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญมาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการสภาด้วยก็ได้ โดยให้ผู้ที่ได้รับเชิญมามีฐานะเป็นกรรมการสภาสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้นกำหนดให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และให้ความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในเรื่องของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีบทบัญญัติ 3 ประเด็นคือ1.กำหนดให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงระยะเวลาห้าปี2.กำหนดให้มีคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในแต่ละด้านตามกรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและเสนอต่อสภาพิจารณา โดยต้องมีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำมาประกอบการยกร่างด้วย3.กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่จะกำกับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวด้วยพรุ่งนี้จะเขียนถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.“ซี.12”