ประชาชน “เข็ดม็อบ” เร่งเลือกตั้งจุดชนวนไม่ติดป่าลั่น สั่นสะเทือนทุ่งใหญ่นเรศวรกับปรากฏการณ์ที่เจ้าสัวใหญ่ระดับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อาณาจักรก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยถูกจับได้คาหนังคาเขา ขณะพาพรรคพวกเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีพร้อมอาวุธปืนหลายรายการ และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้า เก้ง และซากเสือดำพฤติกรรม “พรานหลงยุค” ที่โผล่มาในโลกยุคดิจิทัลและบาปกรรมก็ทันตาเห็น นายเปรมชัยยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ชื่อเสียงป่นปี้ สังคมประณาม ลามกระทบถึงธุรกิจในเครือฯหุ้นตกทะรูดทะราดนักลงทุนไม่อยากขอสังฆกรรมกับพวกไร้ศีลธรรมที่สำคัญโดยสถานการณ์ที่กระตุกกระแสปมความเหลื่อมล้ำ เสียงเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคมระหว่างคนจนกับคนรวย เปรียบเทียบกับคดีตายายเก็บเห็ดในป่าสงวนแล้วติดคุกมีการปลุกระดมให้ตามกัดติดแบบไม่ปล่อยให้ “คนรวยทำผิดลอยนวล”จากพรานไล่ล่าชีวิตสัตว์ ต้องมาโดนคนในสังคมไล่ล่าโดยรูปการณ์คงจะต่อประเด็นเป็นเรื่องใหญ่ ลามต่อไปเรื่อยๆ ลากกันอีกยาว กระแสข่าวของบิ๊กอิตาเลียนไทยฯกวาดพื้นที่สื่อ เบียดข่าวอื่นตกขอบไปหมดตามเงื่อนไขสถานการณ์เท่ากับช่วยผ่องแรงกดดัน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม อยู่ในที“พี่ใหญ่” เริ่มหายใจหายคอได้สะดวกขึ้นเช่นเดียวกับ “น้องเล็ก” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่แสดงท่าทีชัดเจนว่า พล.อ.ประวิตรมีความสำคัญ ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด“บิ๊กตู่” การันตี “พี่ใหญ่” กอดคอลุยฝ่าแนวต้านไปด้วยกันมีเรื่องทุ่งใหญ่นเรศวรมาเบี่ยงกระแสคั่นจังหวะก็น่าจะทำให้แรงกระแทกพี่น้องเบาตัวลงและนั่นก็ยังโยงไปถึงความเคลื่อนไหวของขบวนการกดดันให้เลือกตั้งที่อาศัยจังหวะที่รัฐบาล คสช.กำลังปะทะแรงเสียดทานหลายด้าน ในการโหมโรงเสียงโห่ไล่ “ลุงตู่” ต่อท่ออำนาจโดนข่าวใหญ่ของ “พรานไฮโซ” มาแย่งซีน ทำให้การปั่นกระแสไม่แรงต่อเนื่องเกมเรียกแขกขาดช่วงขาดตอนไปแต่เรื่องของเรื่องเลย ปรากฏการณ์ข่าวทุ่งใหญ่นเรศวรก็แค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ของจริงต้องยอมรับว่ากระแสกดดันเลือกตั้ง เกมแห่ไล่ “ลุงตู่” ยังไม่มีแรงสนับสนุนมากพอฟืนเปียก ก่อชนวนยังไม่ติดเพราะปมเหตุใหญ่มันอยู่ตรงที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่ลืมภาพหลอน ฝันร้ายเข็ดขยาดกับวิกฤติม็อบป่วนเมืองอาการแบบที่กลุ่มผู้ค้าย่านราชประสงค์ได้ออกแถลงการณ์วิงวอนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวนัดรวมพลกันในย่านธุรกิจ อย่าสร้างความวุ่นวายขอให้นึกถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบแนวโน้มต้องรบกันแน่ ประชาชนผวาถ้าเลือกตั้งไปท่ามกลางหัวเชื้อความขัดแย้งที่แฝงอยู่ทุกจุดแบบนี้ โอกาสเสี่ยงสูงถึงสูงมากที่สุดที่สถานการณ์จะไหลกลับไปลงเหวเปรียบเทียบกับสภาพการณ์ปัจจุบัน “นายกฯลุงตู่” ก็ยังประคองบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ชาวบ้านร้านตลาดรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ต้องผวาม็อบปิดเมืองอาละวาด ระเบิดตูมตาม ยิงกันตายบนท้องถนนรายวัน เหมือนรัฐล่มสลายความมั่นคงยังเป็นจุดขายที่ได้เปรียบของรัฐบาลทหาร คสช.ขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยเสริมด้านเศรษฐกิจ ที่ล่าสุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประกาศอย่างมั่นใจบนเวที “ไทยแลนด์ เทกออฟ 2018” เลยว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวติดหมดแล้ว ภาคการส่งออกที่เป็นบวกขึ้นทุกปี การคาดการณ์เศรษฐกิจปรับขึ้นตลอด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงสุดในรอบ 3 ปีขอให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจประเทศไทยไปได้แน่นอนพร้อมๆกับที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติผ่าน พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ พ.ร.บ.อีอีซี ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเมกะโปรเจกต์ “เรือธง” ของรัฐบาลเดินหน้าแบบเต็มกำลังเศรษฐกิจภาพรวมติดลมบน ผิดฟอร์มรัฐบาลทหารทั่วไป ขณะที่การลุยแก้ไขจุดอ่อนเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชนฐานราก ก็เต็มไปด้วยสารพัดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยบัตรคนจน โครงการสวัสดิการประชารัฐ คืบหน้าไปถึงเฟส 2 เฟส 3ตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณทั้งงบกลาง งบท้องถิ่นอัดฉีดกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานราก บรรเทาปัญหาปากท้องชาวบ้านไปได้แรงเสียดทานจากคนยากจนฐานใหญ่ของประเทศก็เบาลงยังไม่นับยุทธศาสตร์สำคัญที่ “นายกฯลุงตู่” เดินหน้าโครงการ “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่ใช้บุคลากรของรัฐกว่า 2 หมื่นคน ลงพื้นที่ไปสำรวจประชาชน สอบถามปัญหาความเดือดร้อน ชาวบ้านต้องการให้แก้ไขอะไร เพื่อนำข้อมูลมาประกอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนแนวการพัฒนาประเทศทั้งระบบลุยแบบถึงลูกถึงคน แก้ปัญหายากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมระยะยาวสถานการณ์เดินหน้าตามเป้าหมายการปฏิรูปใหญ่ประเทศปฏิเสธไม่ได้ ณ วันนี้ “ลุงตู่” มีทั้งหลักประกันเนื้องานและแรงหนุนจากคนส่วนใหญ่ รัฐบาล คสช.ยังมีต้นทุนมากพอจะประคองเกมสู้กับแรงเสียดทานของขบวนการกดดันเลือกตั้งดึงจังหวะยื้อกับนักการเมืองที่พยายามอิงแอบกับนักศึกษา นักวิชาการ ได้อย่างนิ่งๆสิ่งสำคัญก็คือการเลือกใช้กฎหมายแทนการใช้ปืนใช้กำลังในการเบรกสกัดขบวนการป่วนทำให้เลี่ยง “น้ำผึ้งหยดเดียว” ได้คสช.ล็อกเงื่อนไขอันตราย ไม่ให้ถูกลากไปจุดไฟในจังหวะที่ “นายกฯลุงตู่” ก็ยืนยัน ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ป ที่ยังไม่มีอะไรแน่นอนในกระบวนการจัดทำกฎหมายลูก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเกิดปัญหาการขัดลำระหว่าง สนช.กับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและ กกต.ต้องลากเข้าไปโขลกกันในที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายตามแนวโน้มที่มีการพูดถึงประเด็นการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และอาจไปถึงการคว่ำร่างกฎหมายในที่ประชุม สนช.ในการพิจารณารอบสุดท้ายเข้าเหลี่ยมกฎหมาย เพื่อขยายเวลาการเลือกตั้งออกไปสถานการณ์เข้าเค้า จุด “พลิกผัน” ปัจจัยเลื่อนโรดแม็ปอย่างที่หลายฝ่ายประเมินไว้แน่นอน โดยหลักการก็เป็นอะไรที่ผู้นำฝ่ายบริหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะอำนาจ 3 ฝ่ายที่แยกกันชัดระหว่างฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ห้ามก้าวก่ายแต่โดยภาวะที่ คสช.คุมอำนาจพิเศษ จัดรูปแบบแม่น้ำ 5 สายแบ่งงานกันทำ มันก็ยากที่จะห้ามเสียงวิจารณ์ เหลี่ยมเชิง “เหยียบตีน” กันเล่นแบบที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยหลุดวาทกรรม “อภินิหารกฎหมาย”อย่างไรก็ตาม ถึงจะคลุมเครือแคลงใจในเกม “หน่วงเลือกตั้ง” ยังไง แต่คำตอบสุดท้ายมันก็วนกลับไปที่ประชาชนส่วนใหญ่กลัวม็อบมากกว่าสถานการณ์ยังเอื้อ “นายกฯลุงตู่” และรัฐบาล คสช.แต่นั่นก็อย่าเผลอ “ย่ามใจ” กับพฤติการณ์ที่ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมแอบแฝงผลประโยชน์ของฝ่ายถืออำนาจ แบบที่ผู้นำต้องใช้ต้นทุนหน้าตักเป็นประกันขอโอกาสอยู่ด้วยกันหมดทั้งทีมคะแนนช่วยไม่เหลือ โอกาสผิดซ้ำไม่มี“ลุงตู่” จะปล่อยให้พี่น้องผองเพื่อนพลาดไม่ได้อีกแล้ว.“ทีมการเมือง”