สังคมสะเทือนใจเกินรับไหว เด็กหญิงวัย 13 ปี นักเรียน ชั้น ม.2 ต้องหมดอนาคตทั้งชีวิต หลังถูกโชเฟอร์รถตู้หื่นกามมอมยาในน้ำดื่มข่มขืนจนสลบคารถ ผู้ปกครองแฉช่วงปิดเทอมให้รถตู้โดยสารรับตัวเด็กจากบ้านย่า จ.ขอนแก่น มาส่งที่พักพ่อแม่ย่านบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พอใกล้เปิดเทอมเหยื่อกลับถึงบ้านย่า พร่ำเพ้อโดนปิศาจย่ำยีถึงขั้นเสียสติ กลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษาที่โรงพยาบาล พ่อร่ำไห้ยกมือไหว้วิงวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดคดี เพราะเกิดเหตุมากว่า 1 เดือนแต่ไม่มีความคืบหน้า หวั่นคนร้ายทำลายพยานหลักฐานและไปสร้างตราบาปเพิ่มอีก ด้านตำรวจสองท้องที่โยนกลองกันไปมา อ้างไม่มีอำนาจสืบสวนสอบสวนเรื่องราวสุดสะเทือนใจสะท้อนความโสมมของสังคมไทย เด็กหญิงวัย 13 ปี ต้องหมดอนาคตกลายเป็นคนป่วยจิตเวช หลังถูกโชเฟอร์รถตู้ขยี้กาม ผ่านมากว่า 1 เดือนคดียังไม่คืบ ญาติวอนตำรวจเร่งจับกุมไอ้หื่นหวั่นไปสร้างตราบาปให้เด็กหญิงคนอื่นอีก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น พบกับครอบครัวของ ด.ญ.งาม (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียน ม.2 โรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ หลังญาติของเด็กร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.งาม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อไปถึงได้พบกับนางสวย (นามสมมติ) อายุ 63 ปี ย่าของน้องงาม และญาติพี่น้อง รวมตัวอยู่ที่บ้านพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนน้องงามถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.นางสวย ย่าของเหยื่อทรชนเปิดเผยว่า ลูกชายและลูกสะใภ้ไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชาย อายุ 16 ปี เรียนอยู่ ม.4 คนเล็กคือน้องงาม ตนเลี้ยงดูหลานๆมาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ก่อนเกิดเหตุช่วงโรงเรียนปิดเทอม พ่อแม่อยากให้ลูกๆลงไปหาที่กรุงเทพฯ ลูกชายลงไปก่อน ส่วนลูกสาวตามไปเมื่อเย็นวันที่ 1 ต.ค. พ่อของน้องงามให้รถตู้โดยสารที่วิ่งล่องกรุงเทพฯและปริมณฑลมารับน้องงามที่บ้านใน อ.แวงน้อย ไปส่งที่พักย่านบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เป็นการไปกรุงเทพฯเพียงลำพังครั้งแรกของหลานสาว ในรถตู้ยังมีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางไปกรุงเทพฯอีกหลายคน ทำให้ตนไว้วางใจไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายย่าน้องงามกล่าวต่อว่า ตามกำหนดรถตู้จะต้องส่งหลานสาวถึงพ่อแม่ในช่วงเช้ามืดวันที่ 2 ต.ค. แต่รถตู้ไปส่งหลานสาวในช่วงใกล้เที่ยงวันที่ 2 ต.ค.สอบถามคนขับรถตู้อ้างว่าจราจรติดขัดเพราะซ่อมถนนเลยมาส่งช้า ช่วงหลานสาวที่อยู่กรุงเทพฯ พ่อแม่ไม่ได้สังเกตความผิดปกติ แต่ในวันแรกที่ลูกมาถึงเห็นลูกนิ่งเงียบ คิดว่าลูกสาวเมารถหรืออาจคิดถึงเพื่อนที่โรงเรียน ไม่ได้สอบถามรายละเอียดมากนัก ลูกสาวอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพฯจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม พอโรงเรียนเปิดเทอม พ่อได้จองรถตู้ให้ไปรับกลับมาส่งบ้านที่ จ.ขอนแก่น เป็นรถตู้คันเดิมที่รับหลานสาวไปกรุงเทพฯ แต่ขากลับหลานสาวเดินทางมาพร้อมกับพี่ชาย ทั้ง 2 พี่น้องมาถึงในบ้านใน อ.แวงน้อย ช่วง 9 โมงเช้า วันที่31ต.ค.“หลังหลานสาวลงรถตู้มีอาการเหม่อลอย พฤติกรรมเปลี่ยนไป ตนเฝ้าสังเกตอาการและพูดคุยกับหลานสาวในช่วงเข้านอน หลานสาวไม่ยอมหลับยอมนอน ได้แต่พนมมือพูดพึมพำเอ่ยชื่อ “น้าเดช” คนขับรถตู้ที่พาไปกรุงเทพฯ บางครั้งมีอาการสะดุ้งตื่น หวาดผวา ตนรู้สึกผิดปกติพยายามเค้นถามจนหลานสาวเล่าให้ฟังว่า ขณะนั่งรถตู้ไปกับน้าเดชเมื่อใกล้ถึงกรุงเทพฯ น้าเดชตระเวนส่งคนไปทั่ว กระทั่งเหลือหลานสาวคนเดียว ขณะนั้นยังเป็นช่วงเช้ามืด น้าเดชได้ให้หลานสาวดื่มน้ำ บอกว่าถ้าดื่มน้ำแล้วจะพาไปส่งพ่อแม่ หลังดื่มน้ำหลานสาวมีอาการสะลึมสะลือ อ่อนแรง ไม่มีแรงขัดขืน น้าเดชขับรถไปจอดที่มืดและเปลี่ยวแห่งหนึ่ง จากนั้นได้ข่มขืนหลานสาวอย่างรุนแรงจนเลือดออกเปื้อนเต็มเบาะรถ หลานสาวหมดสติไป รู้สึกตัวอีกทีช่วงฟ้าสว่างแล้ว พบว่าตัวเองนอนอยู่ในเบาะรถตู้ น้าเดชยังขับรถวนไปหลายที่พร้อมพูดข่มขู่ ทำให้หลานสาวหวาดกลัว” นางสวยกล่าวนางสวยกล่าวอีกว่า เมื่อรถตู้ไปส่งถึงบ้านพ่อแม่ย่านบางกอกใหญ่ หลานสาวไม่กล้าบอกพ่อแม่ถึงเรื่องที่ถูกข่มขืน ยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่พฤติกรรมเปลี่ยนไป พอเห็นรถตู้จะมีอาการสะดุ้งหวาดกลัว จนเมื่อกลับมาถึงบ้านย่า และถูกซักถามถึงเล่าให้ฟัง เมื่อถามว่ามีใครร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ หลานสาวยกมือขึ้น 3 นิ้ว แล้วแสดงอาการหวาดกลัว ตนคาดว่านอกจากคนขับรถตู้แล้ว อาจมีคนอื่นร่วมก่อเหตุด้วย หลังทราบเรื่องได้โทรศัพท์บอกลูกชายและลูกสะใภ้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ตนได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.แวงน้อย ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นสันนิษฐานเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นช่วงเวลา 05.00-11.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางกอกใหญ่ ตำรวจสภ.แวงน้อย ได้ประสานตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ ที่คาดว่าเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ให้สืบสวนสอบสวนเพื่อขออนุมัติหมายจับคนขับรถตู้ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า“ขณะนี้หลานสาวมีอาการเหม่อลอย พร่ำเพ้อหนักขึ้นเรื่อยๆ พูดแต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ชอบพูดว่าถูกปิศาจข่มขืน ท่าทางคล้ายคนมีอาการทางประสาท สติแตก ตะโกนโวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง หลังเข้า แจ้งความที่ สภ.แวงน้อย ตำรวจทำเรื่องส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.แวงน้อย แพทย์แจ้งในเบื้องต้นว่าอวัยวะเพศฉีกขาด มีแผลที่เกิดจากการถูกล่วงละเมิดแต่เกิดขึ้นนานแล้ว ส่วนอาการเหม่อลอยเหมือนเสียสติ เป็นอาการของคนถูกวางยา แพทย์ รพ.แวงน้อย ส่งตัวหลานสาวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ตอนนี้พ่อแม่ต้องลางานมาเฝ้าดูลูกสาว ที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น อาการหลานสาวยังไม่ดีขึ้น ส่วนตำรวจทั้ง 2 พื้นที่ ยังไม่มีฝ่ายไหนติดต่อมา เกรงว่าหากปล่อยไว้นานพยานหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะเลือดของหลานที่เปื้อนเบาะรถตู้ รวมทั้งคนก่อเหตุอาจไหวตัวหลบหนี หรือไปสร้างตราบาปกับผู้หญิงอื่นอีก อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดสืบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว” ย่าเหยื่อกามกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบนายเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี พ่อของน้องงามที่เฝ้าดูแลลูกสาวอยู่ที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น นายเอกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า เคยใช้บริการรถตู้คันดังกล่าว เป็นรถตู้ที่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก มีป้ายโฆษณาติดไว้ตามเสาไฟฟ้าในหมู่บ้านในชุมชน ช่วงลูกสาวปิดเทอมด้วยความคิดถึงอยากให้ลูกไปอยู่ด้วย ได้ติดต่อรถตู้ให้ไปรับลูกสาวจากที่บ้านมาส่งที่พักในกรุงเทพฯ ปกติรถจะถึงในช่วงเช้ามืด แต่รอแล้วไม่เห็นมา โทรศัพท์สอบถามนายเดช คนขับรถตู้ อ้างว่าซ่อมถนน รถเยอะ รถติด จะถึงช้า ส่วนโทรศัพท์ลูกสาวติดต่อได้ แต่ไม่รับสาย ตอนนั้นคิดว่าลูกสาวงีบหลับในรถ กระทั่งก่อนเที่ยงรถตู้มาส่งลูกสาว ช่วงนั้นไม่ได้สังเกตความผิดปกติของลูก เห็นเพียงอาการนิ่งเงียบ ไม่พูดคุย คิดว่าลูกเมารถ ให้ลูกพักผ่อน ตนและภรรยาออกไปทำงานตามปกตินายเอกล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 30 ต.ค. ต้องส่งลูกสาวและลูกชายกลับบ้านที่ จ.ขอนแก่น ได้ให้รถตู้คันเดิมมารับลูกที่พักย่านบางกอกใหญ่ ตกเย็นรถตู้มารับ เมื่อลูกสาวเห็นรถตู้และคนขับรถตู้ชื่อนายเดช ลูกสาวมีอาการหวาดผวาร้องไห้โผเข้ากอดแม่แน่นบอกจะไม่ยอมไป คิดว่าลูกสาวคงคิดถึงพ่อแม่ ได้ปลอบลูกสาวและส่งขึ้นรถพร้อมลูกชาย อายุ 16 ปี เรียนชั้น ม.4 เมื่อลูกทั้ง 2 คนถึงบ้านย่า ลูกสาวกลับมีอาการเหมือนคนเสียสติ พร่ำพูดถึงเหตุการณ์ที่ถูกคนขับรถตู้ข่มขืนในรถจนเลือดไหล ลูกบอกว่าคนขับรถตู้เป็นปิศาจ ชอบพูดแต่เรื่องในหว่างขา ทำให้ย่าผิดสังเกตที่หลานสาวเพ้อเช่นนั้น พยายามเค้นถามหาความจริงจนทราบว่า ลูกสาวถูกคนขับรถตู้ข่มขืนในรถ เข้าแจ้งความกับตำรวจให้สืบสวนจับกุมนายเดชมาดำเนินคดี แต่ตำรวจทำงานล่าช้ามาก ไม่เคยมาสอบสวนลูกสาวแม้แต่ครั้งเดียวพ่อน้องงามบอกว่า ตนรู้ว่าเรื่องเด็กต้องให้ทีมสหวิชาชีพร่วมสอบสวน แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีใครหรือหน่วยงานใดมาสอบปากคำ ย่า พ่อ แม่ หรือลูกสาวเลย ถามตำรวจ สภ.แวงน้อย บอกว่ารอฝ่าย สน.บางกอกใหญ่ เจ้าของพื้นที่สอบสวนและขอหมายจับ หากได้รับหมายศาล สภ.แวงน้อย จะเร่งจับตัวนายเดชส่งให้ สน.บางกอกใหญ่ดำเนินคดี ส่วนตำรวจ สภ.บอกกอกใหญ่บอกว่าเหตุที่ยังไม่ได้สอบสวนผู้เสียหายและพยานแวดล้อม เพราะต้องรอให้น้องงามอาการดีขึ้นก่อนถึงจะสอบปากคำได้ แต่ขณะนี้อาการลูกสาวคล้ายคนเสียสติ แพทย์ รพ.ศูนย์ขอนแก่นแจ้งว่ายังไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากการที่น้องงามถูกกระทำรุนแรงฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก ทำให้เกิดอาการทางจิตดังกล่าว“แพทย์ รพ.ศูนย์ขอนแก่นจะสแกนสมองน้องงามในวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.นี้ ตนอยากส่งลูกสาวไปรักษา รพ.จิตเวช เพราะเชื่อว่าลูกสาวสติแตกจนมีอาการทางจิตประสาทแล้ว ขอกราบวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเข้ามาดูแลคดีของลูกสาวด้วย ตอนนี้ลูกสาวเสียสติ หนังสือไม่ได้เรียนแล้ว แพทย์บอกว่าอาการเช่นนี้ต้องใช้เวลารักษาเป็นปีถึงจะดีขึ้น เท่ากับว่าคนขับรถตู้ทำร้ายทำลายชีวิตลูกสาวตนจนต้องเสียอนาคต หัวอกคนเป็นพ่อรู้สึกทุกข์ทรมานใจแทบคลั่ง ขอให้ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด ไม่อยากให้ไปก่อเหตุกับเด็กผู้หญิงคนอื่นอีก” นายเอกล่าวทั้งน้ำตาพร้อมยกมือไหว้ขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวอย่างน่าเวทนาพ.ต.อ.สมมาตย์ มั่งไธสง ผกก.สภ.แวงน้อย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทราบเรื่องเด็กหญิงถูกคนขับรถตู้ข่มขืนแล้ว ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจย่าเด็กเข้าแจ้งความที่ สภ.แวงน้อย เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ได้สอบถามผู้ปกครองเด็กและประมวลเหตุการณ์ เส้นทาง ช่วงเวลาเกิดเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดเหตุในท้องที่ สน.บางกอกใหญ่ พนักงานสอบสวนประสานไปแล้ว แต่ต้องรอตำรวจเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายก่อน สภ.แวงน้อย ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฎหมาย จะเรียกตัวคนขับรถตู้คันที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนดำเนินคดีด้าน พ.ต.อ.คงศักดิ์ ปานน้อย ผกก.สน.บางกอกใหญ่ เปิดเผยว่า เบื้องต้นพ่อและแม่ของเด็กเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ตามกฎหมายใหม่ผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ทั่วประเทศที่สะดวก พ่อกับแม่เด็กพักอยู่ในชุมชนวัดหงส์ฯ ข้างโรงพัก แต่ยังสอบเด็กไม่ได้ว่าเหตุเกิดในพื้นที่โรงพักใด หากผู้ก่อเหตุเป็นคนขับวินรถตู้ แต่ในพื้นที่ สน.บางกอกใหญ่ ไม่มีวินรถตู้ วินรถตู้จะอยู่ที่ห้างพาต้าปิ่นเกล้า ต้องรอสอบสวนเด็กผู้เสียหายเสียก่อน ขณะนี้ยังให้การไม่ได้ หากรู้จุดเกิดเหตุจะประสานและส่งเรื่องให้ท้องที่เกิดเหตุดำเนินการต่อไปขณะที่ พ.ต.อ.คะเชน ยืนยงค์ รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตำรวจเข้าใจญาติพี่น้องที่เป็นผู้เสียหาย แต่ สภ.แวงน้อย ไม่ใช่ท้องที่เกิดเหตุ ทำได้เพียงรับแจ้งความไว้ และประสานไปยัง สน.บางกอกใหญ่ ให้สืบสวนสอบสวนคดีและหาหลักฐาน หากตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ ต้องการข้อมูลเพิ่มหรือจะสืบสวนในประเด็นใด สามารถประสานมาได้ที่ บก.ภ.จ.ขอนแก่น และ สภ.แวงน้อย ในส่วนของรถตู้ที่ผู้เสียหายอ้างว่า เด็กถูกข่มขืนในรถตู้นั้น ขณะนี้ตำรวจ สภ.แวงน้อย ยังไม่ทราบว่า สน.บางกอกใหญ่ ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว หากต้องการตรวจยึดเอารถไปตรวจหาร่องรอยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี ขอให้ประสานมาได้เช่นกัน เพราะขณะนี้ สภ.แวงน้อย ไม่ใช่พื้นที่เกิดเหตุ และคดีหลักรวมทั้งการสอบสวนผู้เสียหายเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.บางกอกใหญ่อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่