ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำตัว “ลุงพล-ป้าแต๋น” เข้าเครื่องจับเท็จ ไขปมปริศนาการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” หลังก่อนหน้านี้นำตัวพ่อแม่และพี่สาวพร้อมญาติรวม 7 คนมาเข้าเครื่องจับเท็จไปแล้ว ส่วนลุงพลกับป้าแต๋นมารั้งท้าย ป้าแต๋นใช้เวลา 4 ชม. ส่วนลุงพล 6 ชม. ถึงเสร็จ รอง ผบช.สพฐ.เผยทั้งคู่ไม่เครียด ทุกขั้นตอนผ่านไปด้วยดี ให้ผู้เชี่ยวชาญสรุปผลวิเคราะห์ปฏิกิริยาร่างกายส่งพนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน ยันเป็นกระบวนการสอบสวนและหลักฐานประกอบสำนวนคดี ไม่ชี้ขาดว่าใครเป็นคนร้าย ถือเป็นมาตรฐานสากลเคยใช้เป็นหลักฐานที่ศาลรับฟังประกอบการพิจารณาคดีฆาตกรรมดังมาแล้วหลายคดีปมปริศนาการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่หายตัวจากบ้านในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนจะพบเป็นศพเปลือยอยู่ในป่าบนภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านประมาณ 2 กม. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจ มีสื่อมวลชนหลายแขนงพากันเจาะลึกนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องมานานหลายเดือน มีคนตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลายรายโดยเฉพาะคนใกล้ชิดของน้องชมพู่ แต่ตำรวจยังไม่มีหลักฐานจะดำเนินคดีใครได้ กระทั่งวันที่ 3 ต.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงสรุปคดีน้องชมพู่ ชี้แจง 8 เหตุผลยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนภูเหล็กไฟจุดที่พบศพได้ด้วยตนเอง เชื่อว่ามีผู้พาน้องชมพู่ไปและทำให้ถึงแก่ความตายทั้งทางตรงหรือทางอ้อมความคืบหน้าของคดีเดินหน้าไปอีกเปลาะเมื่อตำรวจนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาซักถามและเข้าเครื่องจับเท็จ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ม.ค. ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เชิญตัวนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล อายุ 44 ปี และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น อายุ 41 ปี ลุงเขยและป้าของน้องชมพู่มาให้ปากคำกับตำรวจ มีนักจิตวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ร่วมสอบปากคำและตอบข้อซักถามต่างๆ พร้อมเข้าสู่กระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ก่อนหน้านี้ตำรวจนำผู้เกี่ยวข้องกับน้องชมพู่ทั้งหมดมาซักถามและเข้าเครื่องจับเท็จไปแล้ว เมื่อวันที่ 5 ม.ค. น้องสะดิ้ง พี่สาวของน้องชมพู่เป็นคนแรกที่ผู้เชี่ยวชาญซักถาม แต่ไม่ได้เข้าเครื่องจับเท็จเนื่องจากยังเป็นเยาวชน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากนั้นนายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ เป็นคนที่สองถูกซักถามแล้วเข้าเครื่องจับเท็จ ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. และในช่วงบ่าย นางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ เป็นคนที่สามถูกซักถามแล้วเข้าเครื่องจับเท็จ ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ต่อมาวันที่ 6-7 ม.ค. นางจุ–ไรภรณ์ หรือน้าต่าย นายเสริม น้าเขยของน้องชมพู่ นายนรินทร์ หรือน้าแต และ น.ส.สายฝน หรือฝน ถูกผู้เชี่ยวชาญซักถามก่อนนำเข้าเครื่องจับเท็จ แต่ละคนใช้เวลาคนละประมาณ 3 ชม. หลังแล้วเสร็จทั้ง 7 คนเดินทางกลับหมู่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร โดยรถตู้ของ สภ.กกตูมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 นัดหมายจะส่งรถไปรับลุงพลกับป้าแต๋นที่บ้านกกกอก แต่ได้รับการปฏิเสธ ทั้งคู่แจ้งว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาเอง ก่อนให้ตำรวจนำรถตู้ไปรับที่โรงแรมที่พักในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งใน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อพาลุงพลและป้าแต๋นมาถึงด้านข้างอาคารศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 ตำรวจพาทั้ง 2 คนหลบกองทัพผู้สื่อข่าวที่มาดักรอจำนวนมากขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนเข้าเครื่องจับเท็จ มีตำรวจ สภ.กกตูม ตำรวจ บก.ภ.จ.มุกดาหาร ชุดสืบสวน บช.ภ.1 และชุดสืบสวน บช.น. ที่เป็นชุดทำงานตั้งแต่ต้นนำเอกสารต่างๆ มามอบให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานด้วยกระทั่งเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่นำตัวลุงพลกับป้าแต๋นลงมายังห้องซักถาม ไม่มีตำรวจชุดคลี่คลายคดีเข้าร่วม แยกห้องสอบปากคำโดยนักจิตวิทยา นักวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันซักถามตามกระบวนการเพื่อสังเกตอาการ หลังตอบข้อซักถามต่างๆแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ตรวจวัดคลื่นหัวใจและนำเข้าเครื่องจับเท็จ เป็นขั้นตอนตามหลักกฎหมายเป็นที่ยอมรับสากลทั่วโลกใช้เพื่อนำไปใช้ประกอบสำนวนคดี ใช้เวลาคนละหลายชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก ขณะที่บรรยากาศด้านนอกอาคารเต็มไปด้วยสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาเฝ้ารอทำข่าว ตำรวจไม่อนุญาตให้เข้าไปภายใน รวมทั้งมีแฟนคลับของลุงพลและป้าแต๋นที่ทราบข่าวพากันมาให้กำลังใจด้วยนายเจริญ มีทองแสน ยูทูบเบอร์ช่องเมเดย์สตอรี่ ผู้ที่ติดตามลุงพลและป้าแต๋นมาตั้งแต่ต้นเผยว่า เดินทางตามลุงพลมาตั้งแต่เมื่อคืน เท่าที่คุยลุงพลพูดจาปกติไม่ได้มีสีหน้าหรือแววตารู้สึกกังวลใดๆ กลับกันยังพูดจาหยอกล้อกับบรรดาแฟนคลับด้วยซ้ำ ส่วนป้าแต๋นยังไลฟ์สดพูดคุยปกติจนถูกแฟนคลับแซวว่าให้พักผ่อนบ้าง การที่ตำรวจเชิญมาเข้าสู่กระบวนการใช้เครื่องจับเท็จในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจนั้น ลุงพลไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ยังเคยบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องการเข้าสู่กระบวนการจับเท็จ แต่ไม่รู้ทำไมปล่อยให้เวลาผ่านมาเนิ่นนานจนถึงขณะนี้ในช่วงบ่าย นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความของลุงพลและป้าแต๋น เดินทางมายังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 พร้อมเผยว่า มาสแตนด์บายรอเนื่องจากไม่รู้ว่าตำรวจทำงานไปถึงไหนแล้ว หากมีการออกหมายจับจะได้เตรียมประกันตัว แต่หากทั้งคู่ออกมาอย่างสบายใจตนก็มาให้กำลังใจเท่านั้น ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับลุงพลมาบ้าง แต่ตำรวจไม่อยากให้เข้ามายุ่งมากเพราะต้องการทำงานอย่างเต็มที่ ตนจะรอจนกว่าลุงพลและป้าแต๋นจะออกมาพร้อมช่วยเหลือด้านคดีอย่างเต็มที่ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ต.ต.สันติ์ สุขวัจน์ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มารอทำข่าว โดยเปิดเผยถึงการนำลุงพลและป้าแต๋น เข้าเครื่องจับเท็จว่า เป็นหนึ่งในกระบวนการสอบสวนและเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่จะใช้ประกอบสำนวนคดีนี้ แต่ไม่ใช่การชี้ขาดว่าใครคือคนร้ายฆาตกรรมน้องชมพู่ สาเหตุที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเชิญคนในครอบครัวของน้องชมพู่ รวมถึงลุงพลกับป้าแต๋นให้มาเข้าเครื่องจับเท็จ เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดที่สามารถเข้าถึงตัวน้องชมพู่ได้ง่าย โดยที่เด็กไม่ร้องหรือต่อต้าน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านี้คือคนร้าย หรือผู้ต้องสงสัยในคดี วันนี้เจ้าหน้าที่เชิญป้าแต๋นเข้าสู่กระบวนการก่อน เริ่มเข้าเครื่องจับเท็จเวลา 11.00 น. แล้วเสร็จเวลา 15.00 น. รวมระยะเวลา 4 ชม. ส่วนลุงพลเข้าเครื่องจับเท็จหลังป้าแต๋นตอน 15.00 น. ยังไม่แล้วเสร็จพล.ต.ต.สันติ์เผยต่อไปว่า บรรยากาศการเข้าเครื่องจับเท็จของลุงพลและป้าแต๋นเป็นไปด้วยดี ไม่มีใครที่มีอาการเครียดหรือเจ็บป่วย กระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จที่ผ่านมา ตำรวจใช้ประกอบสำนวนคดีสำคัญมาแล้วหลายคดี อาทิ คดีเสริม สาครราษฎร์ฆาตกรรมแฟนสาว และคดีหมอวิสุทธิ์ ฆาตกรรมแพทย์หญิงผัสพร ผลจากการเข้าเครื่องจับเท็จของทั้ง 2 คดีที่มีการจับปฏิกิริยาของร่างกายในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญซักถาม เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่ศาลรับฟังจนนำไปสู่การพิจารณาคดีรอง ผบช.สพฐ.ตร. เผยถึงขั้นตอนการทำงานของเครื่องจับเท็จ จะเริ่มจากการซักถามประวัติของบุคคลก่อนจะอ่านคำถามในการเข้าเครื่องจับเท็จให้ฟัง พร้อมกับสร้างความคุ้นเคยของทั้ง 2 ฝ่ายคือผู้เชี่ยวชาญกับผู้ที่เข้าเครื่องจับเท็จ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เพื่อวัดคลื่นหัวใจและความดัน ขั้นตอนนี้ถ้าหากมีการโกหก แม้ร่างกายภายนอกจะดูปกติ แต่ปฏิกิริยาภายในจะแสดงมาในรูปแบบกราฟ จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจะนำกราฟมาวิเคราะห์ก่อนสรุปผลส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน เพื่อประกอบในสำนวนคดี ส่วนศาลจะรับฟังหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ยืนยันว่าเครื่องจับเท็จที่นำมาใช้กับลุงพลและป้าแต๋นมีมาตรฐานสากล เพราะเป็นแบบเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาใช้ ถือเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กระทั่งเวลา 21.30 น. หลังจากกระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จของลุงพลผ่านไปประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่งเสร็จสิ้น ลุงพลและป้าแต๋นเดินออกมาจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 ลุงพลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ให้เข้าเครื่องจับเท็จ ให้ตอบคำถามว่าใช่หรือไม่ ไม่ให้อธิบาย แต่จำคำถามทั้งหมดไม่ได้ คำถามวนไปวนมา ไม่รู้ว่าเครื่องเหล่านี้ทำอะไรให้เราได้ สิ่งที่กังวลคือกลัวจะตอบผิดตอบถูก อย่างไรก็ตามไม่หนักใจ ยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง อยากให้น้องชมพู่ให้กำลังใจลุงกับป้า ที่ต่อสู้มาถึงวันนี้เพื่อเรียกความยุติธรรมให้หลาน ต้องการให้คนที่ทำผิดต้องออกมารับผิดชอบเพราะเวลาผ่านมาหลายเดือนแล้ว