ข่าว
100 year

ต้มออนไลน์ ยึดโกง 400 ล้านบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 มี.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

จับมาเลย์-เมียไทยรวยอู้ฟู่

ตำรวจเลยโชว์ฟอร์มประสานนครบาลลากคอหนุ่มมาเลเซียกับเมียสาวชาวไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ทั้งตู้เซฟมีเงินกว่า 10 ล้านบาท บัญชีธนาคารกว่า 100 บัญชีมีเงินกว่า 10 ล้านบาท บ้าน รถยนต์หรู แฉแผนหลอกเหยื่อสุดแยบยล เปิดเฟซบุ๊กขายเสื้อผ้าแล้วเบี้ยวไม่ส่งของ พอเหยื่อโพสต์ประจานโซเชียล สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารทำทีช่วยเหลือ หลอกเอาข้อมูลส่วนตัวและบัญชีธนาคารโอนเงินไปเกลี้ยง เชื่อของกลางที่ยึดได้มาจากการกระทำความผิดเพราะคนร้ายไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งกลับมีทรัพย์สินจำนวนมาก นำตัวส่งฝากขังศาลก่อนส่งเข้าเรือนจำ

ตำรวจลากคอหนุ่มมาเลเซีย ภรรยาชาวไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นคนไทยรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่หน้า สภ.เมืองเลย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงษ์สุเมธ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิบูลย์ วงศ์ก้อม ผบก.ภ.จ.เลย ร่วมแถลงผลจับกุมนายตุง กาห์ ซูน อายุ 29 ปี ชาวมาเลเซีย และ น.ส.โอคริสต์ ตุง อายุ 33 ปี ภรรยาชาวไทย อยู่บ้านเลขที่ 222/77 ซอยนวมินทร์ 42 แยก 27 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนของกลางยึดได้จากบ้านของผู้ต้องหาประกอบด้วยตู้เซฟ 1 ใบ มีเงินไทย 9,700,000 บาท เงินดอลลาร์สหรัฐฯและสกุลอื่นๆ มูลค่าราว 400,000 บาท รถเบนซ์จีแอลเอส 250 D สีดำ ทะเบียน ฆฏ 9966 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ฮัมเมอร์สีดำ ทะเบียน 7 กถ 9966 กรุงเทพมหานคร นาฬิกาแบรนด์เนม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆกว่า 100 เล่ม ยอดเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท ซิมการ์ด 210 ใบ เครื่องอ่านซิมการ์ด 1 เครื่อง และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 1 ชุด บ้านเดี่ยวราคา 8,000,000 ล้านบาท ปืน 9 มม. 1 กระบอก และทรัพย์สินอื่นรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดมาได้กว่า 400 ล้านบาท

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยเบื้องหลังคดีว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ชนิฎาภรณ์ ภูจำเนียน เป็นพนักงานธุรการศาลจังหวัดเลย ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองเลย ว่า ได้สั่งซื้อเสื้อผ้าผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อ Lalabell Shop ในราคา 700 บาท โอนเงินให้ไปแล้วแต่ไม่มีการส่งสินค้าให้นำเรื่องไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก “คนโกง บัญชีโกง ออนไลน์” เพื่อเตือนไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก หลังจากนั้นผู้ต้องหาสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแชต “ไลน์” แจ้งว่าจะช่วยเหลือนำเงินคืนให้ พร้อมขอให้กรอกรายละเอียดข้อมูลสำคัญและบัญชีธนาคาร รวมทั้งรหัสบัตรเอทีเอ็ม เลยพลาดท่าถูกผู้ต้องหาโอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายไปเกลี้ยงบัญชีกว่า 3,000 บาท

ผบช.ภ.4 กล่าวต่อว่า หลังชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่าคนร้ายคือผู้ต้องหาทั้งสองคน ขออนุมัติศาลจังหวัดเลยออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ที่เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ก่อนประสาน ร.ต.อ.กิตติ แผ่นหิน รอง สว.สส.สน.บึงกุ่ม เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้าน พร้อมกับยึดทรัพย์ดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ประสาน ปปง. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงิน และเร่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งมาดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองเลย เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเคยขายเคสโทรศัพท์มือถือ กระทั่ง 4 ปีก่อน กิจการประสบปัญหาจากสภาพเศรษฐกิจ หันมาเปิดขายเสื้อผ้าและหลอกลวงเหยื่อ หลังเหยื่อสั่งซื้อสินค้าผู้ต้องหาจะไม่ส่งของให้ รอให้ เหยื่อโพสต์ประจานทางโซเชียล ก็จะแสดงตัวเป็น เจ้าหน้าที่ธนาคารเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อหลอกเอาข้อมูลสำคัญโอนเงินบัญชีเหยื่อไปเข้าบัญชีเงินฝากที่จ้างคนอื่นเปิดรอไว้ บัญชีเงินฝากที่ยึดมาล้วนแต่เป็นของคนอื่น ไม่มีของผู้ต้องหาแม้แต่บัญชีเดียว ส่วนเงินไทยและเงินต่างประเทศกว่า 10 ล้านบาท คาดว่าได้มาจากการกระทำผิดดังกล่าว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ต่อมาตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเลย พร้อมคัดค้านการประกันตัวเกรงจะหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดเลย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1แก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเลเซียสภ.เมืองเลยจ.เลยเฟซบุ๊กข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้