ป้าชีช้ำ โดนไล่ออกจากที่ดินตัวเอง หลังไปค้ำประกันซื้อจยย. จนถูกฟ้องบังคับชำระหนี้ นำที่ดินไปขายทอดตลาด แล้วทนายความคนฟ้องไปซื้อไว้เอง โก่งราคาจะขายคืนให้ 4 ล้าน เผยมีคนที่ขอแบ่งซื้อที่ดินป้า อีก 5 ราย เดือดร้อนด้วย 

กรณี ป้าวัย 56 ปี ชาวบ้านสายโท 2 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ไปค้ำประกันซื้อรถจยย. มูลค่า 80,000 บาท แล้วถูกทนายฟ้อง จนถูกยึดบ้านและที่ดิน 14 ไร่ ไปขายทอดตลาด แล้วทนายความคนเดิมได้ไป ประมูลซื้อเองในราคา 3.4 แสนบาท โดยที่ป้าระบุว่าเมื่อไปซื้อคืน ทนายได้เรียกราคาสูงถึง 4 ล้านบาท

ที่ช้ำคือ ถูกตำรวจจับข้อหา "บุกรุก" ที่ดินตัวเอง โดนจับขังไว้บนโรงพัก ต้องขอให้ผู้ใหญ่บ้านเอาเงิน 5,000 บาท ไปประกันตัวออกมา ฝ่ายทนายได้ยื่นคำขาด ให้ย้ายออกจากบ้านและที่ดินภายใน 27 กุมภาพันธ์ 63 นี้

ล่าสุด พบว่า นางวัฒนา คงงาม อายุ 56 ปี ที่ถูกฟ้องยึดที่ดินและบ้านรวมเนื้อที่ 14 ไร่ ฐานเป็นคนค้ำประกันรถจักรยานยนต์ให้กับเพื่อนบ้าน โดยทนายคนฟ้อง เป็นคนซื้อเอาที่เสียเอง ซึ่งนอกจากนางวัฒนาแล้ว ยังมีเพื่อนบ้าน และข้าราชการ 5 ราย มีที่ดินคนละ 1-5 ไร่ เดือดร้อนด้วย

นางณภัทร คิมประโคน อายุ 58 ปี เป็นครูสอนโรงเรียนภายในหมู่บ้าน กล่าวว่า ได้ขอแบ่งซื้อที่ดินจากนางวัฒนา จำนวน 2 งาน ในราคา 300,000 บาท ซึ่งนางวัฒนา ได้แบ่งขาย เพื่อเอาเงินไปรักษาตัวระหว่างที่ป่วยหนัก แต่ยังไม่ได้โอน เพราะหลักฐานโฉนดที่ดิน ยังติดจำนองที่ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ(ธ.ก.ส.) เพียงแค่ตกลงซื้อแล้วทำสัญญาต่อกันไว้ หวังจะเอามาสร้างบ้าน หลังเกษียณอายุราชการ โดยได้ทำการถมที่ไว้เรียบร้อยแล้ว รู้อยู่ว่าหลักฐานที่ดิน อยู่ ธ.ก.ส. แต่ได้ทำสัญญาต่อกันเอาไว้ ไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นได้

ส่วนนางเลียน รีเคน อายุ 67 ปี ชาวบ้านอีกราย ที่ขอแบ่งซื้อที่ดินจากนางวัฒนา จำนวน 2 ไร่ ตั้งใจจะทำเป็นปลูกพืชผักตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตอนนี้ได้เริ่มปลูกมะนาวกับมะพร้าวแล้ว นอกจากนี้ ยังมีคนที่มาแบ่งซื้อคนละ 1-2 งาน สร้างบ้านอยู่ 3 หลัง รวมแล้วมีคนมาอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนี้ ซึ่งยังไม่โอนรวม 5 คน

...

ปรากฏว่า หลังที่ดินถูกยึดขายทอดตลาด และทนายที่ซื้อไป ไม่ยอมขายคืนให้เจ้าของในราคาที่เป็นธรรม ทั้งหมดคงจะต้องออกจากที่ดินภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นี้เช่นกัน เพราะเกรงจะถูกจับขังคุก เหมือนนางวัฒนา ที่โดนจับฐานบุกรุกก่อนหน้านี้

สำหรับกรณีนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของบริษัทรถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำตอบว่า บริษัทให้ทนายฟ้องเรียกค่ารถคืนเท่านั้น สาบานได้ว่า ไม่ได้ให้ทนายฟ้องยึดทรัพย์ บริษัททำการค้ามานานกว่า 20 ปี ไม่เคยคิดทำแบบนี้ ส่วนเหตุการณ์ถึงขั้นยึดบ้าน ที่ดิน คาดว่า ทนายน่าจะแอบทำเอง เพราะเพิ่งทราบว่าฟ้องเอง และไปประมูลซื้อเอง แต่หากมีข้อสงสัย บริษัทพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างบริษัทกับทนายได้ ว่าในช่วงประมูลซื้อบ้านและที่ดิน มีการเชื่อมโยงทางการเงินหรือไม่ 

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว ได้พยายามติดต่อไปที่ "ทนายความ" คนดังกล่าว เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง คาดว่าจะได้รับการชี้แจงเร็วๆ นี้ ซึ่งความคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป  

อ่านข่าว ป้าสุดช้ำโดน "ทนาย" หลอก หลังเซ็นค้ำออกจยย.ให้เพื่อนจนถูกยึดที่ 14 ไร่