ป้าสุดช้ำค้ำประกันรถมอเตอร์ไซค์ให้เพื่อนบ้าน ถูกฟ้องค่ามูลหนี้ 80,000 บาท แต่กลับถูกยึดบ้านที่ดิน 14 ไร่ แถมถูกทนายหลอกพาไปประมูลทรัพย์ กระซิบ “ไม่ต้องค้านใดๆ” สุดท้ายทนายประมูลซื้อเอง 3 แสน
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านสายโท 2 ใต้ ต.ปราสาท จ.บุรีรัมย์ พบชาวบ้านมาให้กำลังใจนางวัฒนา คงงาม อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมขึ้นป้ายหน้าบ้านด้วยข้อความว่า "ท่านนายกฯ ลุงตู่ ช่วยชาวบ้านด้วย ค้ำประกันรถมอเตอร์ไซค์ 80,000 บาท ยึดที่ดิน 14 ไร่ ถูกจับขังคุก ไม่มีที่ยืนในสังคมแล้ว เดือดร้อนมากจริงๆ"
นางวัฒนา เล่าว่า เมื่อปี 2558 คนรู้จักกันต่างหมู่บ้าน ขอให้ช่วยค้ำประกันรถมอเตอร์ไซค์ให้ กับร้านขายรถจักรยานยนต์ที่ อ.บ้านกรวด ตนก็ไม่ขัดเพราะเห็นเป็นคนรู้จักกัน จากนั้นตนก็ใช้ชีวิตตามปกติ
ต่อมาเมื่อปี 2560 เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ ได้มาแจ้งตนว่าไม่ส่งงวด "เขาให้ตนไปร่วมเจรจา" แต่ตนไปไม่ได้เพราะป่วย ซึ่งได้รับประสานจากทนายมาว่าถ้าไปไม่ได้ให้เซ็นใบมอบอำนาจไปให้ ตนเซ็นให้ไม่คิดอะไร
กระทั่งมีป้ายมาติดที่บ้านว่าโดนยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เป็นบ้านและที่ดินจำนวน 14 ไร่ ของตนที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน ตนแปลกใจมาก เพราะเป็นเพียงแค่คนค้ำประกัน และมาทราบว่า บริษัทให้ทนายฟ้องเงินค่าผิดสัญญาเพียง 82,040 บาท
จากนั้นทนายคนเดิม ได้ให้ตนไปร่วมประมูลทรัพย์ โดยทนายกระซิบตนว่า "ป้าไม่ต้องคัดค้านอะไรนะ ไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวผมจะช่วยเอง" จนกระทั่งมีการเคาะประมูลทั้งบ้านและที่ดิน 14 ไร่ เป็นเงิน 340,000 บาท
ตนซึ่งไม่รู้ขั้นตอนของกฎหมาย จึงจะซื้อคืนจากทนายในราคา 500,000 บาท แต่ทนายกลับบอกว่าไม่ได้ ถ้าจะซื้อคืนจะขาย 4 ล้านบาท ตนถึงกับเข่าทรุด เสียใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ
...
ล่าสุดทนายคนดังกล่าว ได้ให้ตำรวจ สภ.บ้านกรวด มาเชิญตัวไปโรงพัก เมื่อไปถึง ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาบุกรุก จับขังทันที จึงขอให้ผู้ใหญ่บ้านเอาเงินจำนวน 5,000 บาท ไปประกันตัวออกมา ซึ่งทนายให้ย้ายออกจากบ้านภายใน 27 ก.พ. 63 นี้
ตอนนี้ตนไม่มีที่พึ่ง ไม่รู้จะไปอยู่ไหน ถึงแม้ในด้านกฎหมายตนยอมรับว่าแพ้แล้ว แต่อยากจะวิงวอนให้ทนายคนฟ้อง เมตตา ให้ไถ่บ้านคืนในราคา 500,000 บาท จากที่ทนาย ประมูลมาเพียง 340,000 บาท เพราะลูกและญาติจะหาเงินมารวมกันช่วยไถ่ถอนให้ แค่อยากจะให้ทนาย คิดถึงคุณธรรมบ้าง แล้วจะให้ครอบครัวเป็นทาสรับใช้อย่างไรก็ยอม
จากการสอบถามเจ้าของบริษัทรถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำตอบว่า บริษัทให้ทนายฟ้องเรียกค่ารถคืนเท่านั้น สาบานได้ว่าไม่ได้ให้ทนายยึดทรัพย์ บริษัททำการค้ามานานกว่า 20 ปี ไม่เคยคิดทำแบบนี้
ส่วนเหตุการณ์ถึงขั้นยึดบ้าน ที่ดิน คาดว่าทนายน่าจะแอบทำเอง เพราะเพิ่งทราบว่าฟ้องเองและซื้อเอง แต่หากมีข้อสงสัย บริษัทพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างตนกับทนายได้ ว่าในช่วงประมูลซื้อบ้านและที่ดิน มีการเชื่อมโยงทางการเงินหรือไม่