สามีร้อง “กัน จอมพลัง” ช่วยฟ้องเอาผิด ผอ.รพ.แห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี แอบเป็นชู้กับภรรยา ช้ำใจเคยกราบเท้าเมียอ้อนวอนง้อให้กลับมาคืนดีเพื่อลูกแต่กลับไม่เห็นค่า ตัดเยื่อใยรักทวงสิทธิดำเนินคดีทางกฎหมาย ฝ่ายหญิงโฟนอินแจงในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ยืนยันบอกเลิกกับสามีแล้ว แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับ ส่วน ผอ.รพ.ยอมรับคบกันจริง เจ้าตัวไม่รู้มีลูกมีผัวจึงไม่ได้ผิดอะไร ด้านผู้ช่วย รมว.สธ.เผย สั่งย้าย ผอ.รพ.ฉาวไปช่วยราชการแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดวินัยและจรรยาบรรณที่ศูนย์ประสานงานนายนริสสร แสงแก้ว สก.เขตบางเขน ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กทม. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พานายต้น (นามสมมติ) อายุ 30 ปี มาแถลงข่าวกรณีขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย เนื่องจากภรรยาเป็นพยาบาล อายุ 28 ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แอบไปมีสัมพันธ์ชู้สาวกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี อายุ 40 ปี มิหนำซ้ำฝ่ายหญิงขอให้คบกัน 3 คน ชาย 2 หญิง 1 อีกด้วยนายต้นเปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ผอ.รพ. มาติดพันภรรยาทั้งที่รู้ว่ามีสามีและลูกแล้ว ภรรยาพฤติกรรมเปลี่ยนไปไม่ยอมรับโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ ตรวจสอบจีพีเอสมือถืออยู่ที่ จ.นครปฐม สอบถามอ้าง ว่าไปนอนบ้านหัวหน้า ติดต่อทางโซเชียลฯไม่ได้อ้างว่า เน็ตไม่ดี วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นตามร่างกายภรรยามีร่องรอยเป็นจ้ำๆ ตรวจสอบมือถือพบคลิปมีเพศสัมพันธ์กัน พอถูกจับได้ภรรยาถึงบอกว่า แอบคบกับ ผอ.รพ.แห่งหนึ่ง ตนพยายามง้อให้ภรรยากลับมาอยู่กับครอบครัวเพราะมีลูกแต่ดูเขายังลังเล ตนไม่เคยติดต่อไปหา ผอ.รพ.แต่อย่างใด ทราบว่าทั้งคู่มีรสนิยมเพศรุนแรงจนมีบาดแผลตามร่างกาย ชุดพยาบาลพบมีร่องรอยเปื้อนน้ำตาเทียน ภรรยายอมรับว่าชื่นชอบแบบนี้ ตนก็พร้อมจะปรับตัวแต่ขอให้เลิกไปมีสัมพันธ์กับ ผอ.รพ. ภรรยาเคยบอกว่า รักตนและลูกแต่ชื่นชอบ ผอ.รพ.ในเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ อ้างด้วยว่าไม่เหมาะสมกัน ทั้งที่ตนทำแต่งาน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวยาเสพติดแม้กระทั่งเหล้าบุหรี่ ตนพยายามง้อถึงขั้นกราบเท้าภรรยาแต่ไม่ได้ผล ปัจจุบันแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวนายต้นกล่าวด้วยว่า ตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่ไม่เป็นอันทำงาน เคยพูดกับเพื่อนร่วมงานให้ช่วยดูแลลูกแทนหากตนเองเสียชีวิต ภรรยามักออกหน้าปกป้อง ผอ.รพ.ไม่เคยห่วงความรู้สึกคนใน อยากบอกถึง ผอ.รพ.ว่า ทำงานมาถึงระดับนี้ควรคิดบ้างว่า ทำให้ครอบครัวคนอื่นต้องเดือดร้อน อยากทวงศักดิ์ศรีคืนดำเนินคดีทางกฎหมาย ทั้งๆที่เคยยอมก้มกราบภรรยากลับไม่เห็นค่า จากนี้จะไม่ขอคบหากันเป็นภรรยาอีกต่อไป ไม่กังวลว่าจะถูกฟ้องกลับ เพราะมีหลักฐานเป็นแชตตนคุยกับภรรยาและภรรยาคุยกับ ผอ.ก็ชัดเจนด้านกัน จอมพลัง กล่าวว่า จะพาผู้เสียหายไปยื่นหนังสือร้องเรียน ผอ.รพ.คนดังกล่าวที่กระทรวงสาธารณสุขว่า การกระทำในลักษณะนี้เข้าข่ายการกระทำที่ผิดจริยธรรมหรือไม่ เชื่อว่าผลกรรมที่ทำทั้งทางโลกทางธรรมต้องดำเนินการคู่กันไปด้านภรรยาของนายต้น เจ้าตัวได้โฟนอินเข้าไปในรายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า มีปัญหาระหองระแหงกับสามีมานานแล้ว ตกลงกันว่าจะแยกกันอยู่ แต่เขายังมีกุญแจบ้าน ยังเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านเดียวกัน ตนก็ยังลังเลอยากจะมีคนใหม่ แต่ก็อยากจะย้อนกลับไปอยู่ด้วยกันเพราะเป็นพ่อของลูกรักษาครอบครัวไว้ อีกใจหนึ่งก็อยากจะเลิก ยอมรับว่าไปคบหากับผอ.จริง เขาไม่รู้เรื่องเลยว่าตนมีสามีและลูกแล้ว บอกไปแค่ว่าเลิกกับสามีแล้วและเลิกกันจริงๆ ตอนไปคบกับ ผอ.บอกเลิกกันแล้วแต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับตามง้อขอคืนดีให้สถานะแค่เพื่อน อยู่บ้านเดียวกันแต่แยกกันนอน ที่ไปคบหากับ ผอ. ทาง ผอ.ไม่รู้เรื่องนี้จึงไม่ได้ผิดอะไรต่อมา เวลา 15.10 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) “กัน จอมพลัง” พานายต้นยื่นร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และจริยธรรมของ ผอ.คนดังกล่าว โดยมีนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมกล่าวว่า ผู้เสียหายมายื่นเรื่องที่ สธ. เนื่องจากภรรยาลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ผอ.รพ.สต.แห่งหนึ่งระหว่างที่ยังใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับผู้ร้อง แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยู่กินโดยพฤตินัย มีลูกด้วยกัน ทั้งนี้ สธ.ตรวจสอบในส่วนของ ผอ.รพ.สต.ที่ถูกอ้างถึง เนื่องจากเป็นบุคลากรในสังกัด สธ. เบื้องต้นปลัด สธ.มีข้อสั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นนทบุรี ออกคำสั่งย้าย ผอ.คนดังกล่าวมาช่วยราชการภายในจังหวัด ในวันที่ 21 มิ.ย. จะเรียก ผอ.ที่ถูกร้องเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริง พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงความผิดเรื่องจรรยาบรรณและวินัย ใช้เวลาสอบข้อเท็จจริง 2 สัปดาห์ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายนายธนกฤตกล่าวว่า ส่วนบทลงโทษต้องประเมินระดับความผิด มีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตักเตือน ตัดเงินเดือน ปลดออก ไล่ออก ขึ้นอยู่กับความเสียหายความร้ายแรงของความผิด หากเป็นสามีภรรยาจด ทะเบียนสมรสกันรู้ว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้วยังไปยุ่งอีกเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงคือปลดออก ถึงไล่ออก หากถูกไล่ออกจะไม่ได้สิทธิรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งนี้ยังมีสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งได้ ส่วนฝ่ายหญิงทราบว่าเป็นพยาบาล รพ.เอกชน รู้จักกันขณะที่ไปสัมมนาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่