“เจ้าพระยา-ป่าสัก” ระบาย เตือน 9 จังหวัดรับมือ! “อัศวิน” ยัน กทม.ยังไหว (คลิป)

ข่าว

    “เจ้าพระยา-ป่าสัก” ระบาย เตือน 9 จังหวัดรับมือ! “อัศวิน” ยัน กทม.ยังไหว (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 ต.ค. 2564 05:15 น.

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีลงพื้นที่ชัยภูมิ-นครสวรรค์-อยุธยา เชิญพระบรมราโชบายป้องกันแก้ไขปัญหา พร้อมมอบถุงพระราชทานบรรเทาความเดือดร้อน สถานการณ์เขื่อนป่าสักฯวิกฤติหนัก ปริมาณน้ำเกินความจุเร่งระบายเพิ่มเท่าตัว กอนช.แจ้งเตือน 8 จังหวัดกับกรุงเทพฯเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่ง สั่งอพยพชาวบ้านพื้นที่เสี่ยงแล้ว ด้านอ่างลำเชียงไกรน้ำลดฮวบเกือบเกลี้ยง เหลือแค่ 24% ของความจุ นำเครื่องจักรเร่งอุดรอยแตก ตากระทึกดินสไลด์ถล่มถนนขาด

    คนเมืองกรุงพออุ่นใจคันกั้นน้ำรับมือไหว แต่ 11 ชุมชน นอกแนวกั้นเตรียมขนของขึ้นที่สูง นายกฯล่องเรือตรวจน้ำเจ้าพระยามั่นใจเอาอยู่ คุยฟุ้งเตรียมการมาหลายปี ไม่สาหัสเท่าปี 54 แน่นอน หากไม่มีพายุถล่มซ้ำเชื่อน้ำแห้งสนิทใน 10-15 วัน

    น้ำเกือบเกลี้ยงอ่างลำเชียงไกร

    หลายจังหวัดพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ และลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง ยังไม่พ้นวิกฤติน้ำท่วม เมื่อวันที่ 30 ก.ย. สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา หลังจากเมื่อ 3 วันก่อน พนังอ่างแตกเป็นช่องโหว่กว้างกว่า 40 เมตร ทำให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักลงสู่ท้ายอ่าง พื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างใน อ.โนนไทย อ.โนนสูง และ อ.พิมาย ล่าสุดระดับน้ำเหนืออ่างลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นสันดอนดินโผล่ ปริมาณน้ำในอ่างเหลือเพียง 6.8 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 24% ของความจุ 27.7 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำที่เคยแตะระดับสูงสุด 45.4 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 164% ก่อนที่อ่างจะแตกเมื่อวันที่ 27 ก.ย.

    เร่งปิดช่องโหว่ให้เสร็จใน 7 วัน

    นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผอ.โครงการชลประทานนครราชสีมา สั่งการเจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรหนัก ทั้งรถบรรทุก รถแบ็กโฮ รถเครนขนาดใหญ่ เข้าพื้นที่สันอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) เร่งซ่อมแซมจุดที่คันดินแตกชำรุด วางแผนนำก้อนหินขนาดใหญ่ใส่ตะแกรงลวดบิ๊กแบ็กไปอุดชั้นฐานรากและเสริมคันดินให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมภายใน 7 วัน เมื่อปิดช่องโหว่คันดินแล้วจะเปิดประตูระบายน้ำคอนกรีต 4 บาน ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จให้ระบายน้ำผ่านช่องทางนี้ไปก่อน เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจจะมีพายุฝนตกลงมาซ้ำอีก ทั้งนี้ขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ เนื่องจากมีมวลน้ำจำนวนมากเกินศักยภาพของอ่างจะรับไหว

    ลำตะคองล้นท่วมเขตเทศบาล

    ส่วนเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เริ่มมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 200 หลัง ริมน้ำลำตะคองช่วงผ่านตัวเมือง นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งบรรจุกระสอบทรายไปกั้นน้ำในชุมชน มิตรภาพซอย 4 ระดับน้ำสูง 50-60 ซม. ระยะทาง 500 เมตร ชุมชนเกาะลอย ระดับสูงตั้งแต่ 60 ซม. ถึง 1 เมตร สำหรับมวลน้ำส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับลุ่มน้ำลำเชียงไกร แต่เป็นน้ำฝนสะสมท้ายเขื่อนมาจาก อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน และ อ.ขามทะเลสอ ที่มาจากทุ่งนา เทศบาลติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง เร่งระบายน้ำออก ถ้าในช่วง 2-3 วันไม่มีฝนมาเติมก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ ยืนยันว่าน้ำจะท่วมไม่เท่าปี 54 และ รพ.มหาราชฯจะไม่น้ำท่วมแน่นอน

    เขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำเพิ่ม

    นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เผยว่า เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำไหลเข้าวันเดียวมากถึง 94.92 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 1,662 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 68.36 ของความจุอ่าง ต้องปรับการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำพอง เพิ่มเป็น 10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรองรับมวลน้ำที่จะไหลมาจากเขต อ.ชุมแพ และ อ.หนองเรือ ขณะเดียวกัน ได้ตรวจความมั่นคงแข็งแรงทั้งประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ รวมถึงเขื่อนกั้นริมตลิ่งต่างๆ พบว่า เขื่อนกั้นริมตลิ่งของแนวแม่น้ำพองที่ ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น ทรุดตัวลง 1 จุด เจ้าหน้าที่เข้าเสริมคันดินแก้ไขสถานการณ์จนแล้วเสร็จและพร้อมรับมวลน้ำก้อนใหญ่จาก จ.ชัยภูมิ ขอให้ประชาชนที่อยู่ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำพองและพื้นที่ริมตลิ่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงไว้ในที่ที่ปลอดภัย พร้อมจัดเวรยามตรวจสอบสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชม.

    ระทึกดินภูเขาสไลด์ถนนขาด

    จ.ตาก เกิดเหตุระทึกบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1175 แม่ระมาด-บ้านตาก กม.ที่ 55 หมู่ 5 บ้านม้งใหม่พัฒนา ต.ท้องฟ้า อ.บ้านตาก ดินบนภูเขาสูงริมถนนอุ้มน้ำฝนที่ตกหนักสะสมนานหลายวันไว้ไม่ไหว เกิดสไลด์ตัวถล่มลงมาทำให้ถนนขาดออกจากกันเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร เป็นทางโค้งและเหวลึกเส้นทางหลักเชื่อมต่อระหว่าง อ.แม่ระมาด และ อ.บ้านตาก รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาขับรถบรรทุกพืชผลทางการเกษตรต้องรีบจอดรถถอยหนี เช่นเดียวกับร้านค้าใกล้เคียงต้องเร่งขนย้ายข้าวของออกจากร้านเนื่องจากหวั่นเกรงว่าดินภูเขาจะสไลด์และยุบตัวไปมากกว่านี้ ยังโชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงตากที่ 1 นำป้ายไปปิดกั้นพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเลี่ยงเส้นทาง และนำเครื่องจักรกลหนักเข้าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว

    วอนช่วยเด็ก ป.4 น้ำซัดบ้านหาย

    จ.กำแพงเพชร หลังเกิดน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และอุทยานแห่งชาติคลองลานไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.คลองลาน และ อ.ปางศิลาทอง ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะนี้น้ำแห้งแล้วแต่ยังทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 219 หมู่ 4 บ้านหินดาด ต.หินดาด อ.ปางศิลาทอง ถูกน้ำซัดหายไปทั้งหลัง ทำให้ ด.ช.ธนพนธ์ หรือน้องนิว วังคีรี อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านเขาน้ำอุ่น พร้อมครอบครัวรวม 6 ชีวิตต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่สามารถเอาทรัพย์สินออกจากบ้านได้ทัน แม้กระทั้งชุดนักเรียน สมุดดินสอ หนังสือเรียน ก็ไม่เหลือ ยังโชคดีที่ทุกคนปลอดภัย สอบถามทราบว่าครอบครัวน้องนิวยากจนมาก พ่อแม่แยกทางกัน พักอาศัยอยู่กับตายาย วอนขอผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือโอนผ่านบัญชีธนาคาร ธกส.สาขาปางศิลาทอง เลขที่บัญชี 020155500407 ชื่อบัญชี ด.ช.ธนพนธ์ วังคีรี จะมีคณะกรรมการบริหารจัดการเงินทั้งหมด

    สุโขทัยระทมน้ำเริ่มเน่าเหม็น

    จ.สุโขทัย แม้ฝนจะทิ้งช่วงมาแล้ว 2-3 วัน แต่น้ำที่ท่วมขังที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย ยังคงวิกฤติ เนื่องจากเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ โดยเฉพาะหมู่ 3 บ้านขวาง หมู่ 5 บ้านหางคลอง และหมู่ 6 บ้านเหมืองน้ำหัก บ้านเรือนจมน้ำ 1-1.5 เมตร มานานร่วม 1 อาทิตย์ และนาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยวจมน้ำตายหมด ทำให้น้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็นแล้ว เช่นเดียวกับในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำยม ระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านในชุมชนคลองโพธิ์ ชุมชนคูหาสุวรรณ ชุมชนร่วมพัฒนา และชุมชนเลอไท ยังคงใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก

    หนีน้ำท่วมขออาศัยศาลเจ้าแม่

    จ.พิษณุโลก มวลน้ำจาก จ.สุโขทัย ไหลหลากมาตามแม่น้ำยมสายหลักและแม่น้ำยมสายเก่า เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนคุ้มแม่ย่า บ้านวังกุ่ม หมู่ 15 ต.บางระกำ อ.บางระกำ ระดับน้ำท่วมสูง 30-50 ซม. ชาวบ้านต้องขนข้าวของอพยพมาอยู่ริมถนนสายบางระกำ-พิษณุโลก บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยม มีอยู่คนหนึ่งคือนางบังอร หรือป้าแหวว จักรกร่าง อายุ 62 ปี อยู่บ้านชั้นเดียวมีน้ำท่วมสูง 50 ซม.ต้องขนทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้มาวางกองอยู่ใต้ศาลเจ้าแม่มะลิวัลย์ได้ 3 วันแล้ว สามีกับลูกไปอาศัยอยู่บ้านญาติ ป้าแหววต้องคอยเฝ้าข้าวของและปักหลักพักอาศัยอยู่บริเวณศาลเจ้าแม่มะลิวัลย์เพียงลำพัง ช่วงกลางวันบางครั้งก็ปีนบันไดขึ้นไปนั่งหลบแดดบนศาลเลยทีเดียว

    ในหลวงทรงห่วงใยผู้ประสบภัย

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จ.นครสวรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมทั้งเชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวในที่ประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอท่าตะโก จ.นครสวรรค์ และห้องประชุมที่ว่าการอำเภอผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

    พระราชทานถุงบรรเทาทุกข์

    จากนั้นองคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต่างๆ ที่เป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ ในโอกาสนี้องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรรวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

    ซีพีเอฟจัดให้วัตถุดิบทำอาหาร

    ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลตำบลท่าตะโก จ.นครสวรรค์ นายปิติพงษ์ ธงภักดี ผู้แทนซีพีเอฟพร้อมอาสาสมัครซีพี-ซีพีเอฟ นำไข่ไก่สด น้ำดื่ม และอาหารแห้ง ไปมอบให้กับนางณภัทร สื่อสุนทรานนท์ ปลัดเทศบาลตำบลท่าตะโก เพื่อใช้ปรุงอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ด้านนายเกรียงไกร ยะถา ผู้แทนซีพีเอฟ ได้นำเนื้อสุกรดิบสำหรับปรุงอาหารไปมอบให้กับ ด.ต.เริงศักดิ์ เข็มทอง นายก อบต.หลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนเช่นเดียวกัน

    พระเณรร่วมป้องวิหารพ่อแพ

    จ.สิงห์บุรี น้ำในแม่น้ำน้อยเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณหน้าวัดพิกุลทอง หมู่ 3 ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง พระ เณร ประชาชน ต้องช่วยกันนำแผ่นพลาสติกติดกำแพงวัด แล้วนำกระสอบทรายมาเรียงเป็นแนวยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อไม่ให้น้ำเข้าในวัดเป็นที่ตั้งวิหารหลวงพ่อแพ-พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์หลวงพ่อ 125 ปี จังหวัดสิงห์บุรี และโรงเรียนพระปริยัติธรรม

    หวั่นน้ำล้นทะลักเมืองอ่างทอง

    จ.อ่างทอง หลังพนังกั้นน้ำเจ้าพระยาแตกในพื้นที่ อ.ป่าโมก น้ำท่วมแผ่ขยายวงกว้างออกไปได้รับผลกระทบหลายร้อยครอบครัวที่ ต.โผงเผง ต.บางปลากด อ.ป่าโมก ต.จำปาหล่อ ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง และ ต.บางจักร อ.วิเศษชัยชาญ ถนนสายป่าโมก-อยุธยา ยังมีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมสูง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่ 9.12 เมตร จากระดับพนังกั้น 10 เมตร เหลือไม่ถึง 1 เมตรน้ำจะล้นทะลักออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอ่างทอง ระดมกระสอบทรายไปปิดกันน้ำตามจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันเขตเศรษฐกิจเมืองอ่างทองอย่างเต็มที่

    อพยพท้ายเขื่อนป่าสัก

    นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.ลพบุรี นำคณะไปติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ท้ายเขื่อน ชุมชนบ้านหนองบัว บ้านแก่งเสือเต้น ไปยังศูนย์อพยพชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกินความจุไปที่ 1,014.15 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 105.64 ของความจุ 960 ล้าน ลบ.ม. ยังมีมวลน้ำเหนือไหลลงเขื่อนที่ 153.40 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้มีความจำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 7 บาน เพื่อเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอีกเท่าตัว จาก 50 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพิ่มเป็น 103 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักตั้งแต่ อ.วังม่วง อ.แก่งคอย อ.เมืองสระบุรี อ.เสาไห้ จ.สระบุรี และ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีก 1 เมตร ถึง 1.50 เมตร และเมื่อปริมาณน้ำทาง
    ตอนบนลดลงแล้ว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะเริ่มปรับลดการระบายน้ำลง

    สระบุรีอ่วมรับน้ำจากเขื่อน

    จ.สระบุรี ผลพวงจากการระบายน้ำเพิ่มของเขื่อนป่าสักฯทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนใน ต.แสลงพัน อ.วังม่วง ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ส่วน อ.เสาไห้ ได้รับผลกระทบพื้นที่ริมน้ำ 11 ตำบล ได้แก่ ต.เมืองเก่า ต.เริงราง ต.ศาลารีไทย ต.งิ้วงาม ต.บ้านยาง ต.เสาไห้ ต.สวนดอกไม้ ต.ม่วงงาม ต.ท่าช้าง ต.พระยาทด และ ต.ต้นตาล รวมทั้งหมดกว่า 100 หลังคาเรือน ที่หนักสุดคือหมู่ 4 และหมู่ 6 ต.เริงราง ระดับน้ำสูงร่วม 2 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง ส่วนกระชังปลาในแม่น้ำถูกกระแสน้ำพัดขาดพังเสียหายจำนวนมาก

    ซัดประตูระบายน้ำปราจีนพัง

    จ.ปราจีนบุรี ประตูระบายน้ำของชลประทานถูกน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีพัดจนพังเสียหาย ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน ที่หมู่บ้านวัดมะขามทอง หมู่ 7 และบ้านท่าหิน หมู่ 5 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงพร้อมสร้างสะพานไม้ไว้เดินเข้าออกจากบ้าน ส่วนพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ที่มี
    น้ำท่วมสูง 1 เมตรเศษ ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัว มวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ

    เร่งระบายเจ้าพระยา–ป่าสัก

    กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เผยแพร่ประกาศฉบับที่ 16/2564 เรื่องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากการประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตรา 3,200 ลบ.ม.ต่อวินาที กอนช.มอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ร่วมกับการตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่ง และพื้นที่ลุ่มต่ำ จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 2,700 ลบ.ม.ต่อวินาที ประกอบกับมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อน จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอัตรา 900-1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที

    8 จว.กับ กทม.เตรียมพร้อม

    ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา (C.29A) อยู่ในอัตรา 3,000-3,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.20-2.40 เมตร และท้ายเขื่อนพระรามหกเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 2.30-2.80 เมตร ในช่วงวันที่ 1-5 ต.ค. ดังนี้ 1.จ.ชัยนาท แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา 2.จ.สิงห์บุรี แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดเสือข้าม วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และ อ.พรหมบุรี 3.จ.อ่างทอง คลองโผงเผง และแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดไชโย อ.ไชโย และ อ.ป่าโมก 4.จ.ลพบุรี ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อ.พัฒนานิคม 5.จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณคลองบางบาล และริมแม่น้ำน้อย ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ และริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อ.ท่าเรือ และ อ.นครหลวง อ.พระนครศรีอยุธยา จดแม่น้ำเจ้าพระยา 6.จ.สระบุรี ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อ.วังม่วง อ.แก่งคอย อ.เมืองสระบุรี อ.เสาไห้ และ อ.บ้านหมอ 7.จ.ปทุมธานี 8.จ.นนทบุรี พื้นที่ ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และ 9.กรุงเทพมหานคร แนวคันกั้นน้ำพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

    ปริมาณน้ำเหนือลดลงไม่น่าห่วง

    นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะ รอง ผอ.กอนช. แถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ว่า ปัจจุบันน้ำเหนือทั้งที่มาจากแม่น้ำปิง ยม และน่าน มีแนวโน้มลดลง คงไม่สร้างผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามากนัก แต่ที่มีปัญหามากอยู่ในขณะนี้คือน้ำจากเขื่อนแม่น้ำป่าสักที่ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณกักเก็บเกินกว่า 100% เนื่องจากที่ผ่านมามีฝนตกหนักใกล้ตัวเขื่อน ภายใน 1-2 วันนี้จำเป็นต้องเพิ่มการระบายออกไป 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การใช้เขื่อนพระราม 6 ผันน้ำไปทางคลองระพีพัฒน์แยกใต้เข้าคลองรังสิตประยูรศักดิ์ไปนครนายกออกทะเลทางแม่น้ำบางปะกง อีกส่วนผันเข้าคลองเครือข่ายระบายใน กทม. เพื่อผันน้ำไปลงแม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเลลงสู่อ่าวไทย

    คันกั้นน้ำ กทม.ยังรับมือไหว

    พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาว่า ปริมาณน้ำไหลผ่าน กทม. เฉลี่ย 2,873 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด อยู่ที่ 1.42 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม.อยู่ 1.58 เมตร จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามตรวจสอบแนวคันป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาและจากน้ำขึ้นเต็มที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ กทม.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำความยาว 78.93 กม. เรียงกระสอบทรายในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวรและบริเวณแนวป้องกันที่มีระดับต่ำ ตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำ 97 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงน้ำทะเลขึ้น รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที

    เตือน 11 ชุมชนยกของขึ้นที่สูง

    ผู้ว่าฯ กทม.เผยด้วยว่า ขอให้หน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งเจ้าพระยา เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ อาจได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำท่วมได้ จากการสำรวจมีบ้านเรือนที่อยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วม 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 9 เขต ได้แก่ บางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย และคลองสาน ขอให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง

    นายกฯล่องเรือตรวจเจ้าพระยา

    ที่ท่าเรือเทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและการก่อสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วมรอบเกาะเกร็ด รับฟังแนวทางป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย ลงตรวจจุดแรกที่ศาลาท่าเรือเทศบาลนครปากเกร็ด มีนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี และผู้บริหารต้อนรับ ก่อนลงเรือตรวจการณ์ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยาระยะทางประมาณ 12.5 กม. เพื่อตรวจการก่อสร้างคันกั้นน้ำความยาว 50 กม.ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ 18 กม. และเยี่ยมประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ

    เน้นเตือนภัยให้ประชาชนรู้ตัว

    พล.อ.ประยุทธ์ สอบถามการเตรียมแผนรับน้ำท่วมหากมีฝนหรือพายุเข้ามา พร้อมกำชับต้องทำให้ประชาชนรับรู้รับทราบว่า แต่ละจังหวัดหรือแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบตรงไหน น้ำมาจากไหนและใครจะเดือดร้อนได้รับผลกระทบบ้าง และกำชับมาตรการเฉพาะเตรียมมาตรการเยียวยาตามระดับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัว เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยได้เตรียมตัวและต้องเตรียมแผนในพื้นที่ทั้งในและนอกพนังกั้นน้ำที่จะได้รับผลกระทบ แยกพื้นที่ว่าเดือดร้อนมากหรือเดือดร้อนน้อยเพื่อดูแลตามมาตรการต่างๆ วันนี้มีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นหน่วยงานบูรณาการอยู่แล้ว จะจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนเพื่อจัดสรรงบประมาณทยอยให้

    เตรียมมาหลายปีมั่นใจรับมือได้

    นายกฯยอมรับว่า มีความกังวลและห่วงสถาน การณ์น้ำในขณะนี้ เพราะประเทศไทยอยู่ในฤดูมรสุมและมีพายุเตี้ยนหมู่เข้ามา ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ สำคัญที่สุดต้องเตรียมความพร้อมว่าจะอยู่กับธรรมชาติยุคนี้ได้อย่างไร ตัวเองต้องเตรียมการไว้ก่อน ขณะที่รัฐบาลก็พร้อมดูแล ตอนนี้เป็นห่วงพื้นที่ภาคกลางโดยเฉพาะนอกคันกั้นน้ำ แต่กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่ามีการระบายน้ำตัดยอดน้ำที่มาจากภาคเหนือตอนล่างนำออกสู่ทะเลให้เร็วขึ้น และขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย คิดว่าระบบที่เราเตรียมความพร้อมมาหลายปีที่ผ่านมามีความพร้อม แต่อาจยังไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันขอให้ช่วยกันกำจัดผักตบชวากำจัดขยะ ภาครัฐ ภาคประชาชน ประชาสังคม ธุรกิจเอกชน ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อพลิกโฉมไปให้ได้

    การันตีไม่สาหัสเท่าเมื่อปี 54

    กระทั่งเวลา 15.00 น. นายกฯพร้อมคณะขึ้นจากเรือที่ท่าเรือพิบูลย์สงคราม 4 เยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่เดือดร้อนในชุมชนตลาดขวัญ ชาวบ้านบอกว่าเมื่อปี 54 น้ำท่วมสูงถึงคอ นายกฯกล่าวว่า “ปีนี้ไม่ถึงหรอก เราพยายามทำเต็มที่และทำเพิ่มเติมมามากจากช่วงนั้น” หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ชุมชนตลาดขวัญ นายกฯได้ยกเลิกกำหนดการที่จะไปตรวจโครงการบูรณะศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า อ.เมืองนนทบุรี เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมารอประท้วง จากนั้นนั่งเรือกลับมาขึ้นที่โป๊ะเทียบเรือรัฐสภา เกียกกาย

    ย้ำ 5 จังหวัดต้องระวังเป็นพิเศษ

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจประชาชนแต่แววตาทุกคนยังสู้ ทำให้เรามีกำลังใจสู้มากขึ้น เรื่องน้ำรัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุด เราห้ามธรรมชาติไม่ได้แต่เราต้องทำให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ประเทศต้องสร้างความรักความสามัคคีระหว่างกันให้ได้ ขอชื่นชม ผวจ. ผู้บริหารท่องถิ่นที่ดูแลชาวบ้านได้ดี ช่วงนี้อยากให้รองนายกฯและรัฐมนตรีลงพื้นที่ไปช่วยกันดู แม้จะมีการเตรียมทุ่งรับน้ำไว้แล้วก็ตาม ต้องดูปริมาณฝนที่จะตกลงมาด้วย วันนี้ได้แจ้งเตือนไป 5 จังหวัดที่ต้องระมัดระวัง ประกอบด้วย ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

    เชื่อแห้งสนิทภายใน 10—15 วัน

    ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ ว่า ไปมอบนโยบายให้จังหวัดเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์และสั่งการให้หน่วยงานรายงานมาที่ตน จะได้สั่งการผ่านกลไกในระดับรัฐบาลลงไปยังระดับท้องถิ่น ภาพรวมสถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับมือได้ เพราะแต่ละจังหวัดดำเนินการตามแผนรับมืออุทกภัยระดับประเทศของรัฐบาล จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีพายุเข้ามาอีก น้ำท่วมขัง จะค่อยๆลดลงจนหมดภายใน 10-15 วัน สั่งการย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเร่งระบายน้ำเต็มที่ เข้าไปดูแลประชาชน รวมถึงประเมินความเสี่ยงเพื่อวางแผนรับมือ สำหรับจังหวัดในเขตพื้นที่ตอนล่าง กทม.และปริมณฑล จากแผนเผชิญเหตุและการเตรียมพร้อมล่วงหน้าในปีนี้ เชื่อว่าจะไม่เหมือนกับวิกฤติในอดีตที่ผ่านมา

    “เฉลิมชัย” เร่งเยียวยาเกษตรกร

    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี ว่า ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ไม่เหมือนกับปี 54 แน่นอน ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมการเกษตรว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 3,939,515 ไร่ ใน 36 จังหวัด แบ่งเป็นข้าว 2,440,059 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 1,481,026 ไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ 18,430 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 298,890 ราย กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังโดยด่วนแล้ว สำหรับเงินช่วยเหลือที่เกษตรกรจะได้รับคือครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ แบ่งเป็นข้าวไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผักไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ ไร่ละ 4,048 บาท พร้อมกันนี้ได้รับรายงานจากกรมประมงถึงพื้นที่ความเสียหายมี 24 จังหวัด รวมกว่า 19,981.88 ไร่ 20,609.04 ตารางเมตร เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเดือดร้อน 15,834 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 114,348,965 บาท

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    น้ำท่วม 2564ข่าวน้ำท่วมวันนี้น้ำท่วมภาคเหนือน้ำท่วมภาคกลางน้ำท่วมภาคอีสานน้ำท่วมสุโขทัยน้ำท่วมนครราชสีมาแม่น้ำเจ้าพระยาข่าวหน้า1น้ำท่วม

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 03:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์