โรงงานโฟมบึมไฟนรก หนีตายวุ่น พิษสารเคมีท่วมฟ้า ตูมสนั่นบ้านพังยับ 70 หลัง (คลิป)

ข่าว

    โรงงานโฟมบึมไฟนรก หนีตายวุ่น พิษสารเคมีท่วมฟ้า ตูมสนั่นบ้านพังยับ 70 หลัง (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ก.ค. 2564 05:19 น.

    สารเคมีไวไฟรั่วบึมสนั่นกลางดึก เพลิงพิโรธ เผาโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกเนื้อที่กว่า 5 ไร่ เสียหายทั้งโรงงาน แรงอัดระเบิดทำรั้ว กำแพงพังทั้งแถบ โรงงานข้างเคียงเสียหาย 6-7 หลัง บ้านเรือนประชาชนพังยับ 70 หลัง รถยนต์เสียหาย 15 คัน มีผู้บาดเจ็บ 29 ราย สารเคมีไวไฟพร้อมเปลวเพลิงจากท่อใต้ดินคลอก “ฮีโร่” เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยดับสลด 1 คน บาดเจ็บอีก 3 คน ต้องอพยพชาวบ้านและผู้ป่วย โรงพยาบาลวุ่น เจ้าหน้าที่ระดมเฮลิคอปเตอร์และรถดับเพลิงชนิดโฟมเข้าช่วยเหลือ ขณะที่เพลิงนรกลุกโหมนานกว่า 15 ชั่วโมง ยังดับไม่ได้ เพราะมีการ วางท่อสารเคมีไวไฟเชื่อมโยงทั้งโรงงาน ทำให้โรงงาน พังพินาศทั้งโรงงาน สอบสวนผู้จัดการโรงงานอ้างสาร “เพนเทน” รั่วก่อนเกิดระเบิดตูมสนั่น นายกฯ สั่งล้อมคอกตรวจสอบโรงงานประเภทเดียวกันมีกี่แห่ง เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

    เหตุถังสารเคมีไวไฟระเบิดตูมสนั่น เผาวอดโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกพินาศทั้งโรงงาน ต้องอพยพชาวบ้านหนีภัยเพลิงนรกรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ร.ต.อ.สัณหวัช แก้วดวงศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุถังเคมีระเบิดภายในบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เลขที่ 87 ซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่ 15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก. นำกำลังพร้อมรถดับเพลิง และรถโฟมของ อบต.บางพลีใหญ่ อบต.ราชาเทวะ และพื้นที่ข้างเคียง รวมทั้งมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปสอบสวนและระงับเหตุ

    เพลิงนรกโหมท่วมโรงงาน

    ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 5 ไร่ มีรั้วปูนสูงล้อมรอบ พบว่ารั้วกำแพงด้านข้างและด้านหน้าพังพาบทั้งแถบ ถังบอลลูนบรรจุสารเคมีขนาด 2,000 ลิตร ตั้งอยู่ติดรั้วกำแพงระเบิดเสียหาย โกดังโรงงานด้านหน้าใกล้ประตูเข้าโรงงานถูกเพลิงลุกโหมรุนแรงเปลวเพลิงโชนสูงกว่า 10 เมตร กลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งฟุ้งไปทั่วบริเวณ และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ แรงอัดระเบิดทำให้บ้านเรือนและโรงงานที่อยู่โดยรอบรัศมี 1 กิโลเมตร พังเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากแรงอัด และถูกผนังและเศษกระจกบาด ลำเลียงส่ง รพ.จุฬารัตน์ 9 รพ.บางพลี และ รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

    โรงงาน–บ้านใกล้เคียงเสียหายอื้อ

    ขณะที่โรงงานข้างเคียงที่ตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านข้างของโรงงานต้นเพลิงราว 5-6 โรงงาน ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงอัดจนผนังโรงงานพัง กระจกประตูหน้าต่างแตกกราว มีโรงงานบางแห่งที่ยังเปิดทำการส่งผลให้คนงาน 7-8 คนบาดเจ็บจากการถูกผนังโรงงานทับและกระจกบาด นอกจากนี้ รถยนต์ที่จอดอยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายนับสิบคันทั้งจากแรงอัด ถูกรั้วกำแพงและผนังโรงงานพังทับ ขณะที่ด้านหลังโรงงานต้นเพลิงเป็นหมู่บ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ยังไม่มีคนเข้าพักอาศัย มีบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมไปถึงหมู่บ้านพฤกษาที่อยู่ถัดไป บ้านเรือนประชาชนเสียหายจากแรงอัดทำให้กระจกแตกระนาว แต่ไม่มีผู้โดยรับบาดเจ็บ

    ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง

    เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำและโฟมเพื่อดับไฟนานร่วม 3 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผลเพลิงยังลุกลามอย่างต่อเนื่องไปยังโกดังที่อยู่ด้านในอีก 2 หลังจนหลังคาพังถล่มลงมา เจ้าหน้าที่ได้แต่ฉีดน้ำเลี้ยงไม่ให้ลุกลามไปยังถังเก็บสารเคมีใหญ่อีก 2 ถัง เก็บสารเคมีถังละ 20,000 ลิตร เกรงหากระเบิดจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นทะเลเพลิง ขณะเดียวกันนายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ มีคำสั่งอพยพประชาชนที่อยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตร ไปจุดอพยพ 3 จุด ที่โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ อบต.บางพลีใหญ่ และวัดสลุด อ.บางพลีใหญ่ ซึ่งมีการเปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำ และรถดับเพลิงชนิดโฟมและสารเคมีขนาดใหญ่อีก 1 คัน จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

    บ้าน–รพ.รัศมี 5 กม.อพยพวุ่น

    นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอบางพลี ระดมกำลังเข้าไปช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน สำหรับ รพ.จุฬารัตน์ 9 อยู่ห่างจากโรงงานราว 1 กม. แพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเร่งขนย้ายผู้ป่วยกระจายไปยัง รพ.สิรินธร รพ.จุฬารัตน์ 11 และ รพ.รวมแพทย์ฉะเชิงเทรา โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิร่วมกตัญญูสนับสนุนรถตู้ขนย้ายผู้ป่วยอย่างชุลมุนท่ามกลางการจราจรติดขัดอย่างหนักจากเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในห้องไอซียูจำนวน 10 คน ขณะที่ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า มีสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (ASQ) 2 แห่ง ตั้งอยู่ในรัศมี 5-7 กิโลเมตรจากโรงงาน แห่งแรก มีผู้กักตัว 119 คน แห่งที่สอง 63 คน ได้อพยพไปในเครือของสถานที่กักตัวที่เป็นโรงแรมในเครือตนเองแล้ว

    ตำรวจจี้อพยพด่วน ยังคุมเพลิงไม่ได้

    ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า กรณีเหตุโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกระเบิด ก่อให้เกิดความเสียหายภายในพื้นที่โรงงานทั้งหมด และบริเวณรอบข้างในรัศมี 1 กิโลเมตร บ้านเรือนประซาชนได้รับความเสียหายกว่า 70 หลังคาเรือน มีรถยนต์เสียหาย 15 คัน และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ. 1 ลงพื้นที่ และเร่งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เร่งลำเลียงอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากสารเคมีที่เผาไหม้เนื่องมาจากสถานการณ์ล่าสุดยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เกรงว่าจะลุกลามไปติดยังโกดังเก็บสารเคมีในบริเวณใกล้เคียง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่รัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร เร่งอพยพออกจากพื้นที่ มีการจัดตั้งศูนย์อพยพไว้รองรับประชาชน ดังนี้ 1.โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ 2.อบต.บางพลีใหญ่ 3.วัดสลุด อ.บางพลีใหญ่ ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ หรือสอบถามข้อมูล โทร.มายังสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    สลด อส.บรรเทาฯ ถูกไฟคลอกดับ

    ขณะที่การต่อสู้เพื่อควบคุมเพลิงของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องด้วยกระทั่งเที่ยงวัน เพลิงที่ลุกไหม้โรงงานด้านหน้าดับมอดลงทีละน้อยส่อว่าสถานการณ์จะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ในไม่ช้า จู่ๆเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นขณะที่นายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อายุ 18 ปี เจ้าหน้าที่อาสาบรรเทาสาธารณภัย รหัส ธน 28-78 พร้อมอาสาบรรเทาสาธารณภัยอีก 3 คน ใช้หัวดับเพลิงเดินเข้าไปฉีดน้ำผ่านซากโรงงานที่เพลิงดับแล้ว ถึงช่วงระหว่างถังสารเคมีที่ดับแล้วกับบ่อเก็บสารโซเวนต์ จู่ๆท่อใต้ดินสารโซเวนต์เกิดรั่วทำให้สารโซเวนต์พุ่งออกมา พร้อมกับเปลวเพลิงคลอกร่างนายกรสิทธิ์กับเพื่อนอาสาบรรเทาสาธารณภัยวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต แต่นายกรสิทธิ์สะดุดล้มทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ อีก 3 คน จะเข้าช่วยแต่ก็ต้องวิ่งหนีเพราะเปลวไฟไหลมาตามน้ำทำให้ถูกไฟลวกบาดเจ็บไปด้วย ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม อบต.บางพลีใหญ่ 2 ราย และ รพ.รามา สมุทรปราการ 1 ราย เหตุที่เกิดขึ้นทำให้นายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ สั่งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งหมดออกจากพื้นที่เกิดเหตุทันที เพื่อวางแผนผจญเพลิงใหม่

    “อรรถพล” ชี้ท่อ “โซเวนต์” โยงทั้งโรงงาน

    ขณะที่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยภายหลังเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุว่า บริเวณจุดเกิดเป็นบ่อเก็บสารโซเวนต์เป็นส่วนผสมของน้ำมันโซลาร์ ทินเนอร์และสารเคมีอีกหลายชนิด เป็นสารไวไฟ ใช้ทำละลายพลาสติก ถ้าถูกไฟไหม้จะเป็นควัน สูดเข้าไปจะเป็นอันตราย กลายเป็นสารก่อมะเร็ง ถังสารเคมีที่ระเบิดจนเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เบื้องต้นทราบว่าเป็นสารโซเวนต์และไฟได้ดับไปแล้ว ส่วนที่ลุกไหม้อยู่ขณะนี้เป็นบ่อใต้ดินที่มีท่อเชื่อมโยงกันทั่วโรงงาน เกรงว่าอาจจะลามถึงถังใหญ่ จากการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์โฟมฉีดดับได้เพราะอุณหภูมิข้างในสูงมาก ต้องใช้รถดับเพลิงที่มีหัวฉีดแรงดันสูงฉีดน้ำอัดเข้าไปเพื่อให้อุณหภูมิลดลง ถึงจะนำโฟมเข้าไปฉีด

    ฮ.-รถโฟม กทม.ลุยผจญเพลิง

    ต่อมาเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง ปภ.KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ 10 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการ โดยบินไปเติมสารเคมีดับเพลิงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และทำการบินโปรยเคมีดับเพลิงช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่ทีมนักผจญเพลิงจากกรุงเทพมหานคร พร้อมรถดับเพลิงและรถโฟมกว่า 30 คัน ทยอยเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อร่วมดับเพลิงนรกที่เกิดขึ้นอย่างเต็มความสามารถ เพลิงลุกอยู่ในวงจำกัดบริเวณซากโกดังด้านหลังที่พังพาบอยู่กับพื้น โดยเพลิงลุกโชนจากท่อสารเคมีใต้ดินอย่างต่อเนื่องเพราะมีสารเคมีไวไฟจากท่อใต้ดินเลี้ยงไฟอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงลากหัวฉีดราว 20 หัว ฉีดเลี้ยงถังสารเคมีใบใหญ่ขนาด 10,000 ลิตร จำนวน 1 ถังที่ตั้งอยู่ด้านหลังห่างไปราว 50 เมตร ป้องกันไม่ให้เกิดระเบิด ซึ่งขณะนี้สารเคมีที่เก็บอยู่ลดจำนวนลงไปมากแล้ว

    แถลงสถานการณ์เพลิงไหม้

    ต่อมา เวลา 16.00 น. ห้องประชุมชั้น 7 ตึก มูลนิธิร่วมกตัญญู ถนนกิ่งแก้ว กม.12 ห่างจุดเกิดเหตุราว 4 กม. ซึ่งเปิดเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เหตุระเบิดในบริษัทหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัด กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมประชุมและรับฟังการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีนายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมรายงานสถานกาณ์ จากนั้นได้เปิดแถลงข่าวสื่อมวลชน โดยนายวันชัย กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อช่วง 03.20 น. สถานการณ์มีความรุนแรงไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ กระทั่งช่วงเช้าจึงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ บูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์

    โรงงานพินาศ 100 เปอร์เซ็นต์

    นายวันชัยกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปภ.ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ รถฉีดโฟมและอุปกรณ์ดับเพลิง ซึ่งได้เข้า ประจำจุดแล้ว และได้ถอนกำลังคนออกจากพื้นที่ รวมทั้งสั่งอพยพชาวบ้านในระยะ 5 กิโลเมตร เพื่อ ป้องกันความปลอดภัยสูงสุด แต่ยังมีนักดับเพลิงบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ มูลค่าความเสียหายนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ โดยสภาพตัวโรงงานนั้นเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ บ้านเรือนเสียหาย 70 หลัง ยานยนต์เสียหาย 15 คัน ผู้บาดเจ็บมี 29 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นอาสาสมัครป้องกันภัย สาเหตุเบื้องต้นอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนประเด็นลอบวางเพลิงนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะโรงงานดังกล่าวมีผลประกอบการดี

    ผจก.บริษัท อ้าง “เพนเทน” รั่วไหล

    พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว กล่าวด้านคดีว่าได้เรียกนายซู เชง ชูง อายุ 54 ปี ผู้จัดการบริษัท มาสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนอนหลับอยู่ที่ห้องพักอยู่ติดกับบริษัท มีคนงานมาเรียกและแจ้งว่ามีสารเคมี “เพนเทน” รั่วไหล รีบไปตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะกลิ่นสารเคมีรุนแรง จึงวิ่งหลบหนีกระทั่งเกิดเหตุระเบิดขึ้น ในบริษัทมีวัตถุดิบที่เก็บไว้ใช้สำหรับผลิตเม็ดโฟมเม็ดพลาสติกดังนี้ 1.เพนเทน ประมาณ 60-70 ตัน 2.สไตรีน โมโนเมอร์ ประมาณ 1,600 ตัน 3.น้ำประมาณ 300 ตัน อย่างไรก็ตามต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งว่าเมื่อช่วงเวลา 16.00 น. ห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา ได้ประกาศปิดชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของผู้ไปใช้บริการและพนักงาน เนื่องจากมีกลุ่มควันไฟปกคลุมบริเวณห้าง

    โรงงานประกันความรับผิดฯ 20 ล้าน

    ด้านสำนักงาน คปภ.จังหวัดสมุทรปราการ ได้ตรวจสอบข้อมูลการรับประกันภัยของบริษัทหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด พบว่าได้จัดทำประกันภัยไว้กับบริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีน ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดังนี้ กรมธรรม์เสี่ยงภัยทรัพย์สิน ทุนประกันภัย 379,320,000 บาท กรมธรรม์ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทุนประกันภัย 20,000,000 บาท กรมธรรม์หม้อน้ำทุนประกันภัย 21,000,000 บาท เบื้องต้นสำนักงาน คปภ.จังหวัดสมุทรปราการ ได้ประสานบริษัทประกันภัยเพื่อตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว

    นายกฯเร่งคุมเพลิงและสืบหาสาเหตุ

    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมสถานการณ์และสืบหาสาเหตุการระเบิด ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง หลังรับทราบรายงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 1 ราย เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานท้องถิ่น เร่งเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชน และผู้ได้รับความเสียหาย

    นายกฯ จี้ตรวจโรงงานประเภทเดียวกัน

    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล เป็นโรงงานผลิตโฟม มีกำลังผลิต ณ ปัจจุบัน 80,000 ตันต่อปี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตรวจสอบว่า โรงงานประเภทดังกล่าวมีในประเทศไทยกี่แห่ง และให้ เร่งป้องกัน รวมทั้งการอนุญาตการตั้งโรงงานโดยเฉพาะ โรงงานที่มีสารเคมีอันตรายต่อไปต้องเข้มงวดมากขึ้น จากการตรวจสอบพบว่ามีโรงงานที่มีการผลิตลักษณะเดียวกัน 2 แห่ง นอกจากหมิงตี้ฯแล้ว ก็มีโรงงานไออาร์พีซี จำกัด ที่ จ.ระยอง ซึ่งโรงงานแห่งนี้ได้เริ่ม ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 ตนได้สั่งให้มีการจัดตั้งวอร์รูมที่กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และทำหน้าที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการแจ้งเก็บสารในลักษณะดังกล่าว ว่า ในประเทศไทยมีกี่แห่ง และมีปริมาณจัดเก็บเท่าใด ตรงตามที่ขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)หรือไม่ รวมทั้งดูแลผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุในรัศมี 5 กิโลเมตร

    เผยโรงงานตั้งก่อนมี ก.ม.ผังเมือง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงงานต้นเหตุเพลิงไหม้มีการก่อสร้างและเปิดกิจการเมื่อปี 2532 ซึ่งสามารถดำเนินการได้ เพราะขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายผังเมือง มาควบคุมการก่อสร้างโรงงานในพื้นที่ดังกล่าว และตัวโรงงานในขณะนั้นอยู่ห่างไกลพื้นที่ชุมชน แต่ใน ปัจจุบันนี้ยอมรับว่าสภาพชุมชนได้เปลี่ยนแปลงไปมีบ้านเรือนของประชาชน ตลอดจนมีโรงงานอุตสาหกรรม อื่นๆเกิดขึ้นมารายรอบเต็มพื้นที่ ปัจจุบันการจัดตั้งโรงงานประเภทนี้จะต้องมีการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานวิเคราะห์ ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) จึงจะสามารถก่อสร้างโรงงานได้

    กรอ.เตือนสูดดมนานๆเสี่ยงมะเร็ง

    นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงาน อุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวเป็น โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก และ กรอ.ได้เข้าไป ช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกับล้างสารเคมีที่เหลือด้วยน้ำปริมาณมากๆ ซึ่งสารสไตรีนโมโนเมอร์ (Styrene Monomer) เป็นสารตั้งต้นผลิตโฟม ก็มีคุณสมบัติติดไฟได้ง่าย ส่วนสารพอลิสไตรีน เมื่อถูกความร้อนสูงจะให้สาร 2 ชนิดคือ สไตรีน (Styrene) และเบนซีน (Benzene) โดยเบนซีนเป็นสารพิษอันตราย มีความเป็นพิษสูงและเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งอาการของผู้ที่ได้รับเบนซีน เมื่อหายใจเข้าไปในระดับสูงและเป็นเวลานาน คือในระยะแรกๆจะเกิดอาการซึม วิงเวียน คลื่นไส้ หมดสติ ใจสั่น เมื่อสูดดมเป็นเวลานานจะทำให้เป็นโรคมะเร็ง เม็ดเลือด (Leukemia) ได้ ทั้งนี้ กรอ. มูลค่าความเสียหาย จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท

    ธอส.ช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

    นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้ประกาศ 7 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ประกอบด้วย 1.ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี นาน 1 ปี 2. ให้กู้เพิ่มหรือกู้ใหม่ ดอกเบี้ยปีแรก 1% ต่อปี 3.ลูกหนี้ที่หลักประกันเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ดอกเบี้ย 0% ต่อปี 4 เดือน ไม่ต้องชำระเงินงวด 4 เดือนแรก 4.ลูกหนี้ที่มีผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี 5.กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรให้ผ่อนชำระดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี 6.ที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังซ่อมแซมไม่ได้ให้ปลอดหนี้ในส่วนของอาคาร และ 7. ลูกค้าที่หลักประกันได้รับความเสียหาย อาทิ กระจกแตก เกิดรอยร้าวตามตัวอาคาร ให้แจ้งเคลมความเสียหายได้ โดยพิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้ตามมูลค่าของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินทุนประกันอาคาร ติดต่อ ขอใช้มาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธ.ค.2564

    ยันไม่กระทบสนามบิน

    นายกฤติยา ก้อนทอง รองผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 2) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ได้ติดตามข้อมูลและตรวจสอบเหตุที่อาจกระทบต่อการให้บริการของสนามบินอย่างใกล้ชิด จากการติดต่อประสานงานกับศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศสุวรรณภูมิ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อการขึ้น-ลง ของอากาศยานและยังคงสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม สุวรรณภูมิได้ให้การสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยของหน่วยงานต่างๆอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนให้เร็วที่สุดนอก โดยจัดพื้นที่บริเวณใกล้เคียงสถานีดับเพลิงและกู้ภัยฝั่งตะวันตกซึ่งอยู่ในเขตการบิน เป็นพื้นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมสนับสนุนน้ำสำรองสำหรับใช้ในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วย

    นายกฯสั่งระดมทีมพิชิตเพลิง

    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อเวลา 19.13 น. นายกฯ ได้โทรศัพท์สั่งการ ผวจ.สมุทรปราการ ประสานนำเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ จาก ปภ. และรถฉีดโฟม ขนาดใหญ่ ให้ความช่วยเหลือการดับเพลิงแล้ว รวมทั้ง สั่งให้ทุกหน่วยงานภาครัฐและเอกชนช่วยเหลือจัดหาโฟมและสารเคมีดับไฟเพิ่มเติม และขอทีมที่เชี่ยวชาญจัดการสารเคมีเข้าร่วมสนับสนุน นำเครื่องมือ เช่น Fire Robots และ Gas Detectors ไปยังจุด เกิดเหตุแล้ว ให้กระทรวงกลาโหมจัดส่งกำลังพลทุกเหล่าทัพ ยานพาหนะ รถดับเพลิง โฟม และสารเคมี ชุดเผชิญเหตุสารเคมี อากาศยานไร้คนขับ รวมทั้ง รถพยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์สนามและทหารสารวัตร เข้าเสริมแล้ว ทั้งนี้นายกฯ สั่งการว่าการทำ ฝนเทียมอาจไม่เหมาะ อาจมีสารเคมีที่ปนเปื้อนได้ จึงสั่งยกเลิกภารกิจดังกล่าว และเสียใจกับการสูญเสียเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เสียชีวิต ขอให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมย้ำให้ ผวจ.สมุทรปราการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

    ทีมผจญเพลิงเดินหน้าสกัดเพลิง

    ต่อมาเวลา 20.20 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงภาค พื้นดินยังปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ โดยรถดับเพลิงชนิดโฟม ทั้งจากกรุงเทพมหานคร และ ปภ.กว่า 20 คัน ยังฉีดโฟม ดับไฟพวยพุ่งขึ้นจากท่อใต้ดิน ขณะที่รถดับเพลิงที่ฉีดน้ำเลี้ยงถังเก็บสารเคมีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หลังโรงงาน ยุติการฉีดน้ำเลี้ยงแล้ว

    ประมวลภาพกว่า 17 ชั่วโมงระทึกไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว ทั้งหมด 18 ภาพ

    เช้ามืดของวันที่ 5 ก.ค. 2564 เวลา 03.30 น. ไฟไหม้ภายในบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่ 15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จากนั้นต้องมีการอพยพประชาชน และผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลโดยรอบ มีเจ้าหน้าดับเพลิงเสียชีวิต ต้องมีเฮลิคอปเตอร์มาช่วยดับเพลิง จนช่วงเย็นยังมีควันดำและไฟบางจุด ภาพโดย วัชรชัย คล้ายพงษ์
    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ระเบิดกิ่งแก้วโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้กิ่งแก้วโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอลไฟไหม้กิ่งแก้ว21ไฟไหม้โรงงานพลาสติกข่าวไฟไหม้กิ่งแก้วข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 14:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์