ตำรวจปากน้ำโชว์ฟอร์มใช้เวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมงตามลากคอแก๊งโจรงัดตู้เซฟบริษัทของนักธุรกิจไต้หวันกวาดทรัพย์สินไปเกือบ 10 ล้านบาท 2 ตัวการเพิ่งพ้นคดีลักทรัพย์ได้ไม่นาน จ้างโชเฟอร์รถสองแถวขับรถไปส่งที่บริษัทเป้าหมาย แล้วให้วนมารับพาหลบหนี กลายเป็นเบาะแสสำคัญให้ตำรวจแกะรอยล็อกโชเฟอร์สองแถวร่วมแก๊ง สอบเค้นจนเปิดปากซัดทอด 2 ตัวการ ตามรวบได้ในวันเดียวกัน ก่อนขยายผลจับกุมญาติผู้ต้องหาที่รับฝากทรัพย์สินของกลาง เผยตามของกลางคืนได้เกือบครบ ขาดเพียงเงินราว 3 แสนบาท ที่ผู้ต้องหาโอนให้ญาติๆ
ตำรวจแกะรอยลากคอโจรงัดเซฟยึดทรัพย์สินได้คืนเกือบครบรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ 3 คน ประกอบด้วย นายทวีศักดิ์ สุขประเสริฐ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/236 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ นายสินณพัฒน์ สุวรรณรัตน์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 554 หมู่ 3 ต.บางโปรง อ.เมืองสมุทรปราการ และนายสำรวย ภักดี อายุ 58 ปี โชเฟอร์รถสองแถวสายสำโรง-พระประแดง พร้อมของกลางธนบัตรไทยและธนบัตรต่างประเทศมูลค่าราว 9 ล้านบาท ไข่มุกและทองคำ นาฬิกา 2 เรือน รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดเกือบสิบล้านบาท ชะแลงเหล็กที่ใช้ก่อเหตุ 3 อัน
พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ กล่าวถึงเบื้องหลังคดีว่า เมื่อตอนเช้าวันที่ 6 เม.ย. ผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจชาวไต้หวัน เจ้าของบริษัท คลาสสิค โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจ ผลิตหนังแท้เคลือบสีเพื่อจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ ตั้งอยู่ริมถนนพุทธรักษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าถูกคนร้ายงัดบริษัทและห้องทำงาน และงัดตู้เซฟกวาดเงิน ทรัพย์สินและเอกสารสำคัญไปมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท
ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บลายนิ้วมือแฝง พร้อมกันนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่ามีรถสองแถวติดข้อความที่กระจกรถว่า “สำโรง-พระประแดง” พาชายต้องสงสัย 2 คน มาลงรถฝั่งตรงข้ามบริษัทเมื่อเวลาประมาณ 23.59 น. วันที่ 5 เม.ย. แล้วรถคันดังกล่าววนกลับมารับชายต้องสงสัยที่หน้าบริษัท เส้นทางของรถสองแถวสายดังกล่าวไม่ได้วิ่งบริเวณบริษัทที่เกิดเหตุ เป็นพิรุธสำคัญ
ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ กล่าวต่อว่า ชุดสืบสวนไปตรวจสอบที่คิวรถสองแถวสายสำโรง-พระประแดง เมื่อตอนตีสามวันที่ 6 เม.ย. พบรถลักษณะเดียวกันจอดอยู่ มีนายสำรวย ผู้ต้องหา แสดงตัวเป็นคนขับรถ นำตัวมาสอบเค้นจนเปิดปากรับสารภาพว่า นายสินณพัฒน์กับนายทวีศักดิ์ว่าจ้างเป็นเงิน 25,000 บาทให้ขับรถไปส่งที่บริษัทดังกล่าว หลังก่อเหตุขับรถไปรับนำไปส่งบริเวณใกล้โรงเรียนนายเรือ ถนนสุขุมวิท ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี ตำรวจได้สอบสวนขยายผลกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้เมื่อเวลา 19.30 น. ก่อนไปจับกุมนายไพโรจน์ สุขประเสริฐ อายุ 48 ปี ญาติของนายทวีศักดิ์ที่รับฝากของกลาง ดำเนินคดีข้อหารับของโจร
พล.ต.ต.ชุมพลกล่าวอีกว่า สำหรับนายทวีศักดิ์ กับนายสินณพัฒน์เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ได้ไม่นานก็ชักชวนกันมาก่อเหตุอีก อ้างว่าไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง อาศัยช่วงที่บริษัทปิดไม่มีคนอยู่ งัดเข้าไปก่อเหตุ ใช้ชะแลงงัดเซฟนำเงินไปแบ่งกัน คดีนี้ตำรวจติดตามทรัพย์สินคืนมาได้เกือบครบ เหลือเงินอีกกว่า 3 แสนบาทที่ผู้ต้องหาอ้างว่าโอนไปให้ญาติหลายราย เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำลายเครื่องกีดขวาง โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการหลบหนี หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร