พบเบื้องหลังบริษัทเฟอร์นิเจอร์ที่นำชื่ออดีตคนงานสวมเป็นกรรมการบริษัทถูกเรียกเก็บภาษีกว่า 848 ล้านบาท ใช้ห้องแถวเก่าในตลาดประจันตคามเป็นที่ตั้งบริษัทแถมปิดร้างมานาน ล่าสุดมีคนมาเช่าตกแต่งเป็นคลินิก เผยมีการเปลี่ยนชื่อกรรมการบริษัทบ่อยครั้งมีเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาทจากการประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่ไม่ยืนยันทำธุรกิจจริงหรือไม่เรื่องราวของนายไพบูลย์ ศรีทอง อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 40 หมู่ 1 ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี อดีตคนงานบริษัทรับเหมาที่ถูกมือมืดเอาชื่อไปสวมเป็นกรรมการบริษัท มาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด และถูกสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีเรียกเก็บภาษีรวมกว่า 848 ล้านบาท และยังถูกทางสรรพากรดำเนินคดีอาญาเนื่องจากไม่มาพบสรรพากรและไม่ชำระภาษีนั้นต่อมาวันที่ 16 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปห้องแถว เลขที่ 63 หมู่ 2 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี สถานที่ตั้งบริษัท มาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด พบปิดทำการไปนานแล้ว ปัจจุบันได้มีผู้มาเช่าต่อและกำลังตกแต่งร้านเปิดเป็นคลินิกรวมแพทย์ จากการตรวจพบว่าสภาพห้องแถวกับจำนวนเงินรายได้ของบริษัทมาแทนฯมีความแตกต่างแบบฟ้ากับดินส่วนคดีของนายไพบูลย์นั้น พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีปราชญ์ สว.(สอบสวน) สภ.ประจันตคาม เจ้าของสำนวน กล่าวว่า ได้เรียกตัวนายไพบูลย์ ศรีทอง ตามหมายเรียกเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้วซึ่งนายไพบูลย์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวนและพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการจังหวัดปราจีนบุรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ขณะนี้สำนวนการสอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้วรอเพียงหลักฐานบางชิ้นที่ยังขาดอยู่ ส่วนข้อกล่าวหานายไพบูลย์คือ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 37 แสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษี นิติบุคคล แสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับคดีของ สภ.เมืองปราจีนบุรี กรณีนายไพบูลย์กับพวกถูกนายธนาเดช ผดุงกิจต์ อายุ 39 ปี อดีตกรรมการบริษัทเดียวกัน แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น แต่นายไพบูลย์พร้อมกับพวกให้การปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งนายธนาเดชเป็นกรรมการ อีกทั้งนายไพบูลย์เองยังถูกนำชื่อไปสวมเป็นกรรมการเช่นกัน คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งฟ้องไปสำนัก– งานอัยการจังหวัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ส่วนสาเหตุที่นายธนาเดชมาแจ้งความเนื่องจากถูกสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี ฟ้องให้เสียภาษี 29 ล้านบาท แต่นายธนาเดชได้แถลงต่อศาลว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆและถูกนำชื่อไปสวมเป็นกรรมการบริษัทจนศาลมีคำสั่งให้การจดทะเบียนของบริษัทเป็นโมฆะทำให้นายไพบูลย์ ในฐานะผู้มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทต้องตกเป็นจำเลยฐานปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอมขณะที่นายไพบูลย์เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองอีกหลายหน่วย งานโดยจะเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมที่สำนักงาน ปปง.เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทดังกล่าวว่ามีเงินเข้าออกอย่างไรกับใครบ้างด้าน พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.ภ.จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่นายไพบูลย์มาร้องขอความเป็นธรรมแล้วทาง บก.ภ.จ.ปราจีนบุรีไม่ได้นิ่งนอนใจได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อดำเนินการประสานข้อมูลหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของคดี โดยให้รายงานผลการดำเนินงานให้ทราบภายใน 15 วันรายงานจากชุดสืบสวนระบุว่า บริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด เริ่มก่อตั้งจดทะเบียนบริษัทครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2537 โดยนายสมบัติ สิทธิมงคล เป็นกรรมการ ตั้งอยู่เลขที่ 63 หมู่ 2 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556 นายสมบัติ สิทธิมงคลได้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนกรรมการบริหารบริษัท ดังนี้ กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 คน คือนายสมบัติ สิทธิมงคล กรรมการเข้าใหม่ 1 คน คือนายวราพงษ์ ขาวพราย ให้แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหรือชื่อกรรมการ ซึ่งลงนามผูกพันบริษัท ดังนี้ จำนวนหรือชื่อกรรมการ ซึ่งลงชื่อสำคัญผูกพันบริษัทได้ คือนายวราพงษ์ ขาวพราย ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทจากนั้นวันที่ 3 มิถุนายน 2557 นายวราพงษ์ ขาวพราย กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัท ได้จดแจ้งเปลี่ยนกรรมการออก 1 คน และกรรมการเข้าใหม่ 1 คน คือนายไพบูลย์ ศรีทอง และจากการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบว่าบริษัทดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาท โดยมีรายได้จากการประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งรายได้ในส่วนอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผลจากรายได้มีการคำนวณภาษีหลายร้อยล้านบาท แต่ทางบริษัทจะมีรายได้จากการประกอบการในพื้นที่จริงหรือไม่ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตรวจสอบต่อไป