ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน บ่นไว้ในบทความเรื่อง “บัญญัติศัพท์”(รวมอยู่ในเล่ม ประชุมเรื่อง พระราม และแง่คิดจากวรรณคดี สำนักพิมพ์ศยาม พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2552) ว่าลางคำ หิน วัว ควาย หมูหมา เป็นไทยโดยกำเนิดแท้ๆแต่ไพล่ไปนิยมใช้คำเทศ เป็นศิลา โค กระบือ สุกร สุนัข เหตุที่ต้องเปลี่ยน เพื่อความสุภาพท่านอาจารย์ยกตัวอย่าง หิน ถ้าจะนำเอาประโยคของเก่ามาเป็นตัวอย่างใส่ไคล้ว่า “จิ้งเหลนหางกุดมุดเข้าหินแง่” หรือ “นั่งยองๆมองดูหิน โก้งโค้งดูหิน แลบลิ้นเลียหิน”ถ้าพูด “หิน” เร็วๆหรือเผลอก็จะเห็นเอง ทำไมต้องเปลี่ยนเป็น “ศิลา”วัวควายเปลี่ยนมาใช้โค กระบือ ท่านอาจารย์ว่า นี่คงเกิดจากควายก่อน เสียงควายเฉียดไปข้างหยาบ ไม่ดี จึงต้องเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า กระบือ ซึ่งเป็นคำของตระกูลภาษาอินโดเนเชียนทั้งภาษาไทยและภาษาเขมร ได้คำกระบือมาใช้เป็นภาษาของตน แต่ภาษาไทยเคราะห์ดีกว่าภาษาเขมร ที่คำเดิมของไทยยังอยู่ ไม่หายไปไหน ของเขมรหดเหี้ยนหายไปหมดแล้วมาถึง “งัว” เปลี่ยนเป็นใช้คำว่า “โค” ตามคำบาลี ทำไมจึงเปลี่ยน ไม่เห็นว่างัวจะเป็นคำมีเสียงไม่สุภาพที่ตรงไหน เรื่องก็คงมาจากควายนั่นเองควายได้ชื่อใหม่ว่า กระบือ เท่ากับได้เลื่อนฐานะสูงขึ้น งัวซึ่งเป็นสัตว์คู่หูและถูกคอกับควายอย่างใกล้ชิด ไม่เปลี่ยนตาม ก็จะคบหากันได้อย่างไร ด้วยผิดชั้นวรรณะ จะใช้ว่างัวกับกระบือ ก็ใช้ได้แต่แปลกหูเพราะฉะนั้น งัวจึงได้สมญาใหม่ว่า โค เพื่อให้เข้าคู่กันได้สนิทว่า โคกระบือนี่ก็เท่ากับงัวเมื่อก่อนนี้เข้าคู่กับควาย จึงเป็น “คบพาลพาลพาไปหาผิด” แต่ “คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล” เมื่อได้เข้าคู่ใหม่ว่าโคกระบืออันที่จริง ถ้าว่าถึงศักดิ์ศรี งัวดีกว่าควาย เพราะงัวมีเกียรติเป็นถึงพระยาอุสุภราช และพระนนทิการ แต่ควายเป็นเพียง ทรพี และทรพา เท่านั้นโคเป็นสัตว์ประเสริฐของพราหมณ์ และมีสิ่งประเสริฐที่เกิดจากโคถึงห้าอย่าง มูตร คูถ นม เนยใส และเนยข้น ถ้าเอาสิ่งประเสริฐห้าอย่างนี้ ผสมรวมระคนเข้ากันหมดตามลัทธิพิธี แล้วกลืนมันเข้าไปในท้องบาปมีอยู่ในตัวเท่าใด ก็เป็นอันสูญหายมลายไปหมดสิ้น ไม่ต้องล้างให้เสียเวลาสิ่งประเสริฐห้าอย่างนี้ เรียกในภาษาสันสกฤตว่า “ปัญจคะวะยะ” เขียนอย่างนี้ดูแปลกตา ถ้าว่าโดยหลักแล้ว จะต้องเขียนคะวะยะ ไม่มีประวิสรรชนีย์ แต่ก็ไม่กล้าเขียน ยุ่งเต็มทีเรื่องประและไม่ประวิสรรชนีย์นี้ แม้แต่ในพจนานุกรม ความจำเป็นบังคับต้องแปลงเสียง ว ในคะวะยะ ให้เป็น พ เป็นรูป “คัพย์” แปลงรูปแล้วผู้รู้ก็แปลไม่ออกว่าเป็นอะไร จึงต้องแผลงจำแลงรูปอีกต่อหนึ่งเป็น ครรภ แปลว่า ห้องเปลี่ยนอย่างนี้ เรียกตามธรรมเนียมฝรั่งว่าลากเข้าหาศัพท์ของผู้รู้ หรือภาษาปากว่า ลากเข้าวัดเมื่อกล่าวถึงเรื่องงัวควายแล้ว ก็นึกถึงหมูหมา ซึ่งเป็นสัตว์มีเสียงในชื่ออยู่ใกล้กัน หมาเป็นคำใช้บ่อยเป็นเชิงปรามาส เพื่อสุภาพจึงต้องเปลี่ยนเรียกว่าสุนัข ก็ควรแล้ว เพราะเหตุนี้ จึงต้องเปลี่ยนหมูเป็นสุกรตามผมอ่านถึงตรงนี้ ก็คิดได้บ้าง เหตุที่คำ หมูหมา เปลี่ยนเป็น สุกร สุนัข เพราะเรื่องศักดิ์ศรีเหมือนกันก็เมื่อ งัวควาย หมูหมา มีเรื่องศักดิ์ศรี ต้องเปลี่ยนชื่อเรียก ให้ทัดเทียมกัน จะแปลกใจอะไรกับคน คนเราไม่ว่าจะเผ่าพงศ์วงเดียวกัน หรือกระทั่งเป็นพี่เป็นน้องน้องเป็นนายกฯได้กว่าแปดปี พอมีช่องให้พี่ พอนั่งเก้าอี้ได้บ้าง วงการบู๊ลิ้ม เขามองเห็นความเป็นไปได้ แต่ก็นั่นแหล่ะ เมื่อบริวารทั้งน้องทั้งพี่ออกอาการ จะยอมกันไม่ได้ ก็คงเพราะศักดิ์เรื่องศรีนี่เอง.กิเลน ประลองเชิง