กองปราบฯร่วมกับ ปคบ. ล็อก “เมธา ชลิงสุข” เจ้าของ “ดารุมะซูชิ” คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังบินกลับจากต่างประเทศ ยึดเงินสดในตัวเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น เงินไทย 7 แสนกว่าบาท “จิรภพ ภูริเดช” สอบปากคำเองก่อนเปิดแถลงจับกุมข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ ผู้ต้องหาให้การอ้างโควิดเป็นต้นเหตุ กิจการไปต่อไม่ได้ซ้ำยังถูกทวงหนี้กว่า 100 ล้านบาท เลยตัดสินใจออกนอกประเทศกะไปตั้งหลักที่สหรัฐฯแต่เห็นข่าวทางโซเชียลเลยเครียดหนีไปก็ไม่รอดตัดสินใจบินกลับไทย ขณะที่ตำรวจตรวจเส้นทางการเงินต่อ พร้อม ขยายผลหาคนร่วมขบวนการกรณีมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายเมธา หรือบอล ชลิงสุข กรรมการบริษัท ดารุมะ ซูชิ และเป็นผู้บริหารร้านดารุมะ ซูชิ บุฟเฟต์ อาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ภายหลังจัดทำโปรโมชันล่วงหน้าราคาถูก เมื่อช่วงต้นปี 65 มีผู้หลงเชื่อจำนวนมากโอนเงินซื้อวอชเชอร์และอีวอชเชอร์ในราคาถูกใบละ 199 บาท จากนั้นประกาศปิดร้านหลบหนี เดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ปลายทางประเทศสหรัฐอเมริกา ทิ้งความเสียหายให้กับผู้ที่ซื้อวอชเชอร์ไปกว่า 150,000 ราย วงเงินกว่า 30 ล้านบาท รวมทั้งผู้ซื้อแฟรนไชส์เปิดร้านสาขากว่า 20 แห่ง ไม่นับพนักงานที่ถูกลอยแพและไปขอรับเงินประกันว่างงานไม่ได้ เพราะเป็นลูกจ้างที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ขณะที่ตำรวจ ปคบ.เตรียมออกหมายจับฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และฟอกเงิน ขณะที่หลายหน่วยงานภาครัฐจ้องเอาผิด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาหลอกลวงแหล่งที่มาของปลาแซลมอนและธุรกิจขายตรง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางรวบตัว “เมธา ชลิงสุข” ได้แล้ว โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิตติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ.ร่วมกับ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.พร้อมกำลัง นำหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมนายเมธา ชลิงสุข อายุ 39 ปี เจ้าของแบรนด์ “ดารุมะ ซูซิ” ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ขณะเดินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ จากนั้นได้นำตัวเข้ามาสอบสวนที่ บก.ปคบ.ทันที กระทั่ง เวลา 14.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม ชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปอศ. และตัวแทนจากหน่วย สืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security) ร่วมกันแถลงผลจับกุมบริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด โดยนายเมธา ชลิงสุข อายุ 39 ปี ในฐานะ นิติบุคคล ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1266/2565 ลง 22 มิ.ย.65 และนายเมธา ชลิงสุข อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1267/2565 ลงวันที่ 22 มิ.ย.65 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่า ทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมของกลางเงินสด 20,186 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 710,000 บาทพล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่า เรื่องการฉ้อโกงของบริษัทดารุมะ ซูชิ ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากมาแจ้งความกับ บก.ปคบ.นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.สั่งการให้ บช.ก. เร่งสืบสวนจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 12 ม.ค.59 บริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด จดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบกิจการ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม มีนายเมธาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาบริษัทประกาศขายคูปองบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นทางเพจเฟซบุ๊กให้กับประชาชนในราคา 199 บาท มีผู้เสียหายสนใจซื้อจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้มีการซื้อแฟรนไชส์ด้วยจนปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 27 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่อมาวันที่ 17 มิ.ย. ร้านดารุมะ ซูชิได้ปิดกิจการทุกสาขา ประชาชนไม่สามารถติดต่อกับ บริษัทและนายเมธาได้ เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก. ปคบ. พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลอาญา กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 11.00 น. สืบทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย ลงเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งให้ชุดจับกุมนำกำลังไปจับกุมมาได้ผบช.ก.กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมให้การว่า บริษัทมีปัญหาการเงินขาดสภาพคล่อง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ออกคูปองบุฟเฟต์ราคา 199 บาท เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพราะมีปัญหาการเงินอย่างหนัก ต้องการนำเงินมาใช้จ่ายในระบบ แต่สุดท้ายไม่สามารถ ดำเนินกิจการต่อไปได้ ประกอบกับถูกทวงหนี้กว่า 100 ล้านบาทอย่างหนัก ตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลัก ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเปลี่ยน เครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายหลังได้รับทราบข่าว ประกอบกับถูกกดดันอย่างหนัก จึงเดินทางกลับมายังประเทศไทย เปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว และจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล โดยจะนำตัวไปฝากขังช่วงเช้าวันที่ 23 มิ.ย.พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องทรัพย์สิน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดเงินได้หลักแสนบาท ตรวจยึดเงินสดได้ 710,000 บาท จากนี้จะสืบสวนสอบสวนขยายผลในเรื่องเส้นทางการเงินว่ายักย้ายถ่ายเทไปที่บุคคลอื่นหรือไม่ หากพบว่าเส้นทางการเงิน ไปถึงบุคคลใด จะเข้าข่ายกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงขยายผลในเรื่องผู้ร่วมขบวนการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่ายังมีผู้ก่อเหตุรายเดียวคือ นายเมธา ล่าสุดมีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความด้วยตนเองมากกว่า 100 คน และแจ้งความทางออนไลน์มากกว่า 300 คน แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลาย พันคน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ขณะนี้ ได้รายงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อ ให้ผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความได้ทั้งที่ บก.ปคบ. และสถานีตำรวจในท้องที่มีรายงานด้วยว่า จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีปัญหาหนี้สินจากการประกอบธุรกิจ ไม่สามารถหาเงินไปชำระค่าวัตถุดิบ ทำให้ผู้ผลิตสินค้า และนำมาจำหน่ายให้กับบริษัทไม่ส่งของเข้ามา เป็นเหตุให้ร้านไม่สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ สำหรับนายเมธาที่ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย เป็นเพราะเห็นข่าวผ่านโซเชียล หลังจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจได้เร่งทำคดีขอศาลออกหมายจับ พร้อมประสาน ตำรวจต่างประเทศ ช่วยติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ทำให้ผู้ต้องหารู้สึกเครียด คิดว่าหนีอย่างไรก็ไม่รอด ทนแรงกดดันไม่ไหว ประกอบกับไม่อยากหนีไปตลอด ชีวิต ทำให้ตัดสินใจกลับมาไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินของตำรวจพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีบริษัท ดารุมะ ซูชิ กว่า 303,447,243 บาท สำหรับความเสียหายพบว่ามียอด ขายคูปองวอชเชอร์ผ่านแอป 174,177 ใบ ลูกค้ากว่า 33,002 คน คิดเป็นมูลค่า 27,070,915 บาท และมูลค่า ความเสียหายจากผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์มาทำธุรกิจอีก 17,500,000 บาท