ฤทธิ์ “เคนมผง” ตายเพิ่มเป็นรายที่ 7 ที่คลองเตย พบเหยื่อช็อกยาเพิ่มอีก 2 หามส่งโรงพยาบาล โกลาหล ผบช.น.ร่ายยาว ยืนยันขยายผลจับผู้ค้าเพิ่ม 3 ราย ท้องที่ สน.สายไหม 2 คดี และ สน.จรเข้น้อย 1 คดี ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ออกหมายจับผู้ต้องหาคดีสาวพีอาร์ช็อกยาเคนมผงเสียชีวิตแล้ว รวบเพื่อนชาย 2 คน ที่ไปซื้อยามาเสพ และพ่อค้ายารายย่อยอีก 2 คน รวม 4 คน แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 3 และ 4 เพื่อ จำหน่ายฯ ข้อมูลการสืบสวนขยายผลคืบหน้า ถนนทุกสายมุ่งสู่แหล่งขายยานรกย่านลำลูกกาคลอง 2 แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นแหล่งผลิตเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ เพราะผลตรวจยาเคนมผงแต่ละคดี ส่วนผสมไม่ตรงกัน มีส่วนผสมของยาเสพติดตั้งแต่ 2-4 ชนิดกรณีมีการแพร่ระบาดของยาเคตามีนหรือเคตามีนชนิดใหม่ “เคนมผง” ทำให้ผู้เสพเสียชีวิตไปแล้ว 6 คน และบาดเจ็บอยู่ระหว่างการรักษาจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งหาต้นตออย่างเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นเกรงว่าจะมีผู้หลงผิดเสพเข้าไปอีกตามที่เสนอข่าวไปแล้ว ความคืบหน้าจาก สน.วัดพระยาไกร เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 12 ม.ค. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ธงชัย บัวรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร พร้อมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนประชุมคลี่คลายคดี พร้อมเชิญตัวพยานวัยรุ่นชาย 3 คน ที่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุ น.ส.สุทธิณี หรือมายด์ เมตตาจิตต์ อายุ 24 ปี เสียชีวิต มาให้ปากคำอย่างละเอียด สอบถาม 1 ใน 3 พยานอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนชักชวนให้ไปซื้อยาเสพติด ตอนนั้นไม่ทราบว่าคือยาอะไร ไปซื้อบริเวณสวนพลู ปรากฏว่าไม่มี จึงเลี้ยวรถกลับไปซื้อที่ซอยโรงสีย่านถนนพระราม 3 จำนวน 5 ถุงราคา 2,700 บาทคืนวันเดียวกัน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รรท.ผบก.น.2 ได้รับรายงานว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด บก.น.2 นำโดย พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร รอง ผกก.หัวหน้าชุด ปส.บก.น.2 พร้อมกำลังจับกุมตัว น.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาเคตามีน 6 ถุง หนัก 8.1 กรัม ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ชุมชนจิตภาวรรณ 1 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม เมื่อเย็นวันที่ 11 ม.ค. การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายว่า หญิงสาวชื่อนุ่นมีพฤติการณ์ลักลอบแอบจำหน่ายยาเคนมผง วางแผนล่อซื้อพบ น.ส.นุ่นท่าทางมีพิรุธ ตรวจค้นพบของกลาง น.ส.นุ่นรับว่าขายเคนมผง รับยาจากเพื่อนชายย่านลำลูกกาคลอง 2 ราคากรัมละ 470 บาท นำมาแบ่งขายทางเฟซบุ๊กกรัมละ 600 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดี และเร่งขยายผลต่อไปต่อมาเวลา 08.00 น. ร.ต.ท.ณัฐกิตติ์ เกียรติ-ผดุงพงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งจาก รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ว่า มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวจากการเสพยาเกินขนาดเสียชีวิต ไปตรวจสอบพบศพนายวิฑูรย์ ภู่ทอง อายุ 32 ปี ญาตินำตัวจากบ้านพักซอยพระราม 3 ที่ 22 ส่งรพ. เมื่อค่ำวันที่ 10 ม.ค. ส่งศพไปสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีคำสั่งว่าหากพบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดชนิดใหม่ ให้ส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เท่านั้นสายวันเดียวกันอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรับแจ้งจากหัวหน้าชุมชนเชื้อเพลิง ย่านคลองเตย ให้ไปรับผู้ป่วยอาการช็อกหมดสติ 2 คน คนแรก น.ส.กิตติญา ยศธรรม อายุ 25 ปี อยู่ชุมชนเชื้อเพลิงซอย 4 ส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ อีกรายอยู่ซอยเดียวกันห่างแค่ 200 เมตร คือ นายศรราม ตั้งอนุรักษ์ อายุ 28 ปี นำส่ง รพ.เลิดสิน ทั้ง 2 ราย มีอาการหมดสติ เบื้องต้นต้องสงสัยว่าอาจเกิดจากการเสพเคนมผงที่ บช.น. เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 ราย เสียชีวิตที่ รพ.เมื่อเช้าวันที่ 12 ม.ค. รวมผู้เสียชีวิตคดียาเคนมผงเป็น 7 ราย ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร 6 ราย และ สน.สุทธิสาร 1 ราย นอกจากนี้มีอีก 1 รายยังรักษาอาการอยู่ในโรงพยาบาล ขอทำความเข้าใจว่า ยาตัวใหม่ที่เป็นข่าวผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดยังไม่ออกเป็นทางการ แต่เชื่อว่า ยาเสพติดมีส่วนผสมหลักคือ เคตามีน สาเหตุที่นำสิ่งต่างๆมาผสมกันมี 2 ประการคือ 1.ทำให้มีฤทธิ์รุนแรงขึ้น และ 2.เพื่อลดต้นทุนให้กำไรมากขึ้น ส่วนผสมหลักจะมีสารเสพติดที่มีฤทธิ์ทำให้นอนหลับ เช่น ไดอาซีแพม หรือมียาเสพติดประเภทอื่น อาจเป็นยาไอซ์ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการก่อน ผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นระบุว่า ระบบหัวใจและระบบการหายใจล้มเหลว อย่างอื่นต้องรอผลตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.รามาธิบดีพล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวต่อว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่า ยาเสพติดชนิดใหม่ที่จำหน่ายในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร และใกล้เคียง ส่วนต้นตอนำมาจากไหนยังไม่ทราบ แต่มีความคืบหน้าเรื่องบุคคลที่นำยาเสพติดมาจำหน่ายให้ผู้เสียชีวิต เร็วๆนี้น่าจะจับกุมได้ เพราะตรวจค้นเพิ่มเติมพบหลักฐานและพยาน ทำให้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่นำมาจำหน่าย แต่เป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ขอทำงานก่อน จะจับกุมผู้นำยาเสพติดมาขายให้ผู้เสียชีวิตก่อน ล่าสุดตรวจค้นโรงสีย่านพระราม 3 ตามที่ผู้เสพให้การ ผลการตรวจค้นมีประโยชน์ ขณะนี้จับกุมยาเคนมผงในพื้นที่ บช.น.แล้ว 3 คดี ท้องที่ สน.สายไหม 2 คดีและ สน.จรเข้น้อย 1 คดี ทั้ง 3 คดีรับสารภาพว่า เป็นผู้จำหน่ายรายย่อย ส่วนผสมหลักเป็นเคตามีน ทั้งหมดรับยาเสพติดจาก จ.ปทุมธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล ส่วนคดีผู้ค้ายาเคนมผงท้องที่ สน.วัดพระยาไกร พบว่า พยานให้การแตกต่างกัน ผู้จำหน่ายหลายคน รู้แค่ชื่อเล่น อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ตอนนี้ส่งยาเสพติดไปตรวจทุกคดีว่าเชื่อมโยงกันหรือไม่“อย่างไรก็ตามยาเสพติดมีมานานแล้ว ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาไหนหาง่ายจะแพร่หลาย หรือมีราคาถูกทำให้แพร่หลาย รวมถึงส่วนผสมที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรง หรือผู้เสพชอบจะเป็นที่นิยม เคตามีนมีมานานแล้วเดิมเป็นน้ำ เป็นสารที่ใช้ทางการแพทย์ เป็นวัตถุควบคุมสำหรับช่วยให้สลบ ส่วนเคนมผงพูดกันช่วง 2 เดือนหลัง ห้วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.63 พบว่าเปลี่ยนจากน้ำมาทำให้เป็นผงเพื่อง่ายต่อการเสพ มีฤทธิ์รุนแรงรวดเร็วขึ้น ส่วนกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตตั้งข้อสงสัยว่า อาจถูกมอมยาและล่วงละเมิดทางเพศ ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ก่อน” ผบช.น.กล่าวมีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 7 ทราบชื่อนายวิฑูรย์ ภู่ทอง อายุ 32 ปี เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า สมองถูกทำลาย 80 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น. ตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากการเสพยาเสพติดที่มีส่วนผสมของยาเค ที่มารักษาที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์มีทั้งหมด 11 ราย แบ่งเป็น 3 ราย รักษาตัวอยู่ใน รพ. มาห้องฉุกเฉินแต่ไม่เข้ารักษาตัวที่ รพ. 8 ราย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ 6) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา รพ.ตร. เผยผลการตรวจพิสูจน์ของกลางที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ สน.วัดพระยาไกร ว่า ของกลางที่ถูกส่งมาตรวจพิสูจน์ 2 ชิ้น ชิ้นแรกตรวจพบสารเสพติด 2 ตัวคือ เคตามีนและไดอาซีแพม เป็นกลุ่มยานอนหลับ วัตถุพยานชิ้นที่ 2 ตรวจพบสาร 3 ชนิดคือ เคตามีน เฮโรอีน และยาอี กรณีสูตรไม่ตายตัวเนื่องจากขึ้นอยู่กับผู้ผลิต จะนำส่วนผสมมารวมกันอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพตามต้องการ ทั้ง 2 สูตรไม่พบส่วนผสมของยาไอซ์และนมผงตามชื่อยา เชื่อว่าแหล่งที่มาจากคนละแหล่ง ตัวสารรุนแรงมากที่สุดคือ เฮโรอีน หากรับเกินขนาดถึงขั้นเสียชีวิต รองลงมาเป็นเคตามีนจะรบกวนการทำงานหัวใจ ส่วนยานอนหลับมีฤทธิ์เบากว่า ยกเว้นได้รับปริมาณมากทำให้เสียชีวิต“ส่วนสาเหตุที่เคนมผงทำให้เกิดอันตรายรุนแรงถึงชีวิต เนื่องจากใช้ยารวมกัน ทำให้เกิดพิษสะสมเพิ่มเติม ส่งเสริมความแรงของพิษต่อร่างกายและอวัยวะอย่างรุนแรงเฉียบพลันมากขึ้น บางครั้งเป็นการกดผลข้างเคียงของยาตัวอื่น ทำให้เวลาเสพเข้าไปไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียง ทำให้เสี่ยงรับยาสูงเกินขนาดจนถึงแก่ชีวิต ส่วนการเสพเคตามีนมีฤทธิ์กดประสาท ลดการเจ็บปวด ทำให้รับรู้แสงสีเสียงผิดปกติ ทำให้เคลิบเคลิ้มมีผลต่อความดันโลหิตสูง ลดอัตราการหายใจ มีอาการฝัน เมื่อเสพปริมาณมากทำให้เสียชีวิต หากมีส่วนผสมของยาอีที่มีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจจะทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนยานอนหลับเชื่อว่าผู้เสพนำมาผสมเนื่องจากผู้เสพมีภาวะดื้อยา นำยานอนหลับซึ่งหาง่ายมาผสมเพื่อให้เกิดตัวยาใหม่ ทั้งนี้การผสมตัวยาหลายชนิดทำให้ไปกดผลข้างเคียงของยาชนิดอื่น ทำให้ผู้เสพไม่รับรู้ถึงผลข้างเคียงและเสพเพิ่มขึ้นจนถึงขีดอันตราย” พล.ต.ต.ธนิตกล่าวพล.ต.ต.ธนิตกล่าวด้วยว่า ตรวจพบสูตรยาลักษณะนี้มานานแล้ว มีการผสมมากสุด 3 ชนิด เมืองนอกนิยมเสพยาลักษณะนี้ แต่การเสียชีวิตหมู่ 6 ศพถือว่าพบครั้งแรก ขณะนี้ สน.วัดพระยาไกร ส่งผู้เสียชีวิตรายที่ 7 จากการเสพยาเคนมผงให้สถาบันนิติเวช รพ.ตร.ชันสูตรแล้ว คาดว่าจะทราบผลเร็วๆนี้ ฝากเตือนประชาชนว่า ยาเคนมผงไม่ใช่สารเสพติดธรรมดา แต่เป็นสารเสพติดรุนแรงหลายชนิดรวมกัน อันตรายร้ายแรง ทำให้เสียชีวิตโดยไม่คาดคิดด้าน ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า จากการตรวจสอบหาสารพิษในร่างกายผู้ป่วยที่ใช้เคนมผงในห้องปฏิบัติการ ทางวิทยาศาสตร์พบว่า ในร่างกายมีสารเสพติด 4 ชนิดประกอบด้วย เฮโรอีน ยาอี หรือเคตามีน ยาไอซ์ และกลุ่มของยานอนหลับ มีปริมาณสารไม่เท่ากัน สารเสพติดบางชนิดเสริมฤทธิ์กัน ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับสูตรยาเสพติดในอดีตที่นำยาเสพติดมากกว่า 1 ชนิดมาผสมกัน ทำให้ได้ยาเสพติดตัวใหม่ เช่น ยาโปร์ หรือสี่คูณร้อย เมื่อสารเสพติดที่ผสมไม่มีความตายตัวทำให้ผู้รับสารเสพติดเข้าร่างกายแต่ละคน มีสารเสพติดแต่ละชนิดไม่เท่ากัน เกิดผลข้างเคียงต่างกัน การรักษาหรือแก้อาการจากสารเสพติดนี้ต้องดูว่า ในร่างกายมีปริมาณสารเสพติดตัวใดมาก สำหรับพิษสารเสพติดนี้ ยาอี มีอนุพันธ์ คล้ายแอมเฟตามีนหรือยาบ้า มีผลต่อจิตใจ ร่างกาย และสมอง ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน หรือสมองผิดปกติ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่ามาจากการรับปริมาณสารเสพติดจำนวนมาก อาจเป็นกลุ่มเฮโรอีนทำให้กดการหายใจ ส่วนใหญ่ผู้ได้รับอันตรายจากยาเสพติดแบบผสมสูตรใหม่นี้ เป็นวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง ถือเป็นสูตรยาเสพติดแบบฮาร์ดคอร์อันตรายถึงชีวิตที่ ป.ป.ส. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เผยว่า กรณีชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจนครบาล 2 จับกุม น.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมเคนมผงหนัก 7.35 กรัม เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ประสานส่งของกลางมาตรวจพิสูจน์ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด ป.ป.ส. ผลปรากฏว่า เคนมผงดังกล่าวมีส่วนผสมของเคตามีนและไดอาซีแพม (Diazepam) หรือรู้จักกันทางการค้าว่า แวเลียม (Valium) ผลข้างเคียงการใช้ไดอาซีแพม อาจทำให้มีอาการง่วงซึม เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายสูญเสียความสมดุล ลมหายใจอ่อนแรง มึนงง เห็นภาพหลอน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อกระตุก กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมถึงเกิดอาการชัก ส่วนยาเค หรือเคตามีน (Ketamine) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ใช้เป็นยาสลบก่อนผ่าตัด สามารถระงับปวด ช่วยขยายหลอดลม ต่อต้านอาการซึมเศร้าได้ ระยะหลังพบว่า มีการนำเคตามีนมาใช้ในทางที่ผิด เพื่อความบันเทิงร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และโคเคนล่าสุดที่ สน.วัดพระยาไกร เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. มาประชุมความคืบหน้าคดี ขณะนี้ คณะทำงานรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คนเกี่ยวข้องการเสียชีวิตของ น.ส.สุทธิณี หรือมายด์ เมตตาจิตต์ อายุ 24 ปีพีอาร์สาว และการได้รับบาดเจ็บของ น.ส.จันฑมาศ หรือพลอย เมืองวัฒนะ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกจับกุมแล้ว ประกอบด้วย 1.นายวิรัฐ หรือป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน 2.นายวัชระ หรือโบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี เพื่อนนายวิรัฐ 3.นายชาตรี หรือโจ ศรีสมบัติ อายุ 18 ปี ผู้ค้ายาเคนมผงให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนข้างต้น และ 4.นายนพเก้า หรือตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี ผู้ค้ารายย่อยเกี่ยวพันผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีน) ประเภท 3 และ 4 (เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหลังประชุมชุดคลี่คลายคดี และสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังศาลออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มนี้ จะขยายผลสืบสวนหาความเชื่อมโยงทุกคดีที่เกิดขึ้นรวมถึงหาแหล่งต้นตอจำหน่าย ยืนยันจะออกหมายจับเพิ่มเติมแน่นอน ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ บางส่วนรับว่าเป็นผู้ซื้อยามาเสพ ส่วนรายงานแพทย์ยืนยันว่า พบสารเคตามีนในร่างผู้ตายทั้งหมด 7 ศพ แต่ยังไม่พบข้อมูลการล่วงละเมิดทางเพศในผู้หญิง ทั้งนี้ หลายอย่างยังต้องพิสูจน์ทราบ ส่วนกระแสการพัวพันกับยาเสพติดชนิดดังกล่าวของบุคคลชื่อดังต่างๆในโลกออนไลน์ อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะยังไม่มีข้อข้อมูลที่แท้จริง ฝากเตือนเยาวชนให้ระวัง และขอให้หยุดพฤติกรรมเกี่ยวข้องเพราะอันตราย