เสี่ยโป้รอดนอนคุก ศาลให้ประกันตัวชั่วคราว หลัง “สันธนะ” พาพบตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจ คดียิงคู่อริเจ็บหน้าร้านนวดย่านราชพฤกษ์ ช่วงตี 3 แต่กลับถูกรวบคาโรงพักโดนไป 4 ข้อหา ตกเช้าตำรวจสืบ 9 บุกค้นบ้านย่านบางหว้า ยึดโฟล์คตู้คันที่เสี่ยโป้นั่งไปร้านนวดที่เกิดเหตุส่ง พฐ.ตรวจพร้อมขอหมายจับ “เสี่ยเคนเพื่อนโป้” เจ้าตัวลั่นไม่ยุติธรรม ระบุคู่กรณีเป็นลูกเจ้าของบ่อน “ลอยฟ้า” กับลูกอดีตตำรวจ เลยสู้คดีไม่ได้ ส่วนรูปคดีส่อบานปลาย“สันธนะ” เดือดแจ้งจับ ผกก.-รอง ผกก.สส.สน.ภาษีเจริญ ตาม ม.157 และ ม.200กรณีนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ อายุ 27 ปี มีภาพว่อนโซเชียลในเหตุการณ์วัยรุ่นฝั่งธนฯ 2 กลุ่มยิงกันสนั่น จนมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ที่หน้าร้านนวดแผนโบราณสรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ เมื่อค่ำวันที่ 27 ต.ค. คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวหากันวุ่น โดยฝั่งคนเจ็บแฉ เสี่ยโป้นัดให้มาต่อยกับน้องชายที่มีปัญหาบาดหมางกันตัวต่อตัว ต่อยกัน 2 คู่ มีเดิมพัน 1 แสน พอไปถึง กลับถูกไล่ยิงจนกระเจิง ส่วนนายเสี่ยโป้ เสี่ยโป้โต้ผ่านไทยรัฐนิวส์โชว์ ปัดเป็นคนยิงและไม่ได้หนีไปสระแก้วอย่างที่เป็นข่าว พร้อมพบตำรวจถ้าถูกเรียก ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สน.ภาษีเจริญ ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ สน.ภาษีเจริญ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล พานายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ หรือชื่อเดิมนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ อายุ 27 ปี และนายเขมทัต ชัชอานนท์ หรือเสี่ยบุ๊ค อายุ 25 ปี น้องชาย เข้าพบ ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เพื่อลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกกล่าวหาใช้ปืนยิงคู่กรณีจนบาดเจ็บที่หน้าร้านนวดแผนโบราณสรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถนนราชพฤกษ์ เมื่อค่ำวันที่27ต.ค.นายเสี่ยโป้กล่าวว่า ยืนยันว่าวิ่งหนีตายออกจากจุดที่ยืนอยู่ตั้งแต่นัดแรก และไม่ได้มีปืนติดตัว หลังเกิดเหตุตนกับน้องชายเป็นฝ่ายแจ้งความก่อน ตั้งแต่ 22.30 น. วันที่ 27 ต.ค. อยากฝาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ช่วยดูภาพจากกล้องให้ด้วยว่าพวกตนมีน้อยกว่า ขณะที่ฝั่งคู่กรณีอ้างว่ามากันแค่ 20 คน ซ้ำยังให้ข่าวตนให้ลูกน้องเปิดทางแหวกออกเพื่อยิงใส่คนเจ็บ หลังเกิดเหตุทราบว่า บิดาของคู่กรณีเป็นคนใหญ่คนโตประกอบกิจการขึ้นชื่อว่าลอยฟ้า กับบิดาสมุนคู่กรณีที่เป็นอดีตตำรวจได้สั่งให้ตำรวจท้องที่ออกหมายจับพวกตน ทั้งที่ไม่ได้มีความผิด ตอนนี้กล้าพูดได้เลยว่าฝ่ายตนต้องกลัวฝ่ายคู่กรณีมากกว่า พอเห็นว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่จึงปรึกษานายสันธนะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้พามาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจด้านนายสันธนะกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ได้ประสานให้เคลียร์ปัญหาแบบลูกผู้ชาย เนื่องจากฝ่ายเสี่ยโป้กับน้องชายนั้นรู้จักมานาน ส่วนบิดาคู่กรณีเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาตน คนหนึ่งทำงานด้วยกันสมัยอยู่กองปราบปราม อีกคนทำงานด้วยกันสมัยอยู่ บช.น. เมื่อแจ้งให้พ่อแม่เด็กๆทั้ง 2 กลุ่มทราบแล้ว เสนอให้เรื่องมันจบแบบนักเลง ให้ 2 ฝ่ายมาชกกันแบบตัวต่อตัว ไม่อยากให้ไปก่อเหตุเป็นภาระสังคม แต่ด้วยความใจร้อนของวัยรุ่นทำให้เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ตอบไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก แต่หลังเกิดเหตุมีคนเจ็บ ได้ยินฝ่ายคู่กรณีพูดถึงเงินค่าทำขวัญสูงถึง 10 ล้านบาท ไม่เข้าใจว่าจะเอาลูกหลานมาขายในเหตุทะเลาะวิวาทแบบนี้ ตัดสินใจพาเสี่ยโป้กับน้องชายเข้ามาพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อมาเวลา 04.30 น. ระหว่างนายสันธนะ กำลังจะพานายเสี่ยโป้และนายเขมทัต เดินทางกลับ พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ และ พ.ต.ท.บริบูรณ์ จำปาดี สว.สส.สน.ภาษีเจริญ เข้าจับกุมนายโป้ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 28 ต.ค.63 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนหลังนายเสี่ยโป้ถูกตำรวจจับกุม นายสันธนะกล่าวว่า ตอนนี้ตัดสินใจจะแจ้งความดำเนินคดี พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ และ พ.ต.ท.คงศักดิ์ ปานน้อย รอง ผกก.สส.สน.ภาษีเจริญ ในความผิดตามกฎหมายอาญา ม.157 และ ม.200 เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นับร้อยคน ไม่ใช่เพียงเสี่ยโป้และนายเคนที่อีกฝ่ายกล่าวหา ยังมีนายตั้ง นายตั้ว และคนอื่นๆ เชื่อว่าต้องมีการร่วมมือกันอยู่เบื้องหลัง ก่อนเข้าพบ พ.ต.ท.เอกชนะ นนท์ธีระศักดิ์ สว. (สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ผกก.-รอง ผกก.สส.สน.ภาษีเจริญทันทีต่อมาเวลา 07.00 น. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 สั่งการเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.9 นำกำลัง พร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 60/23-27 ถนนเพชรเกษม ซอย 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ของนายเสี่ยโป้ เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา เปิดเป็นกิจการโรงงานเย็บผ้า และสกรีนเสื้อผ้า ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย มีเพียงคนงานที่อาศัยอยู่ประมาณ 10 คน จากนั้นนำรถยนต์ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน สีแดงรุ่นเวลไฟร์ ทะเบียน 8 กฬ 4763 กรุงเทพมหานคร ของเสี่ยโป้ มาตรวจพิสูจน์ หลังมีผู้พบเห็นว่าเป็นรถที่เสี่ยโป้ขับไปจอดที่หน้าร้านนวดที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่าที่กระจกมองข้างทางด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน บริเวณประตูทางด้านซ้ายมีรอยบุบ มีการอ้างว่าร่องรอยดังกล่าวมีมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปเคลมประกันน.ส.บานเย็น ชาญนรา อายุ 47 ปี แม่นายเสี่ยโป้กล่าวหลังตำรวจเข้าตรวจค้นว่า ยินดีให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ของบ้าน ทั้งนี้ ตำรวจไม่ได้ขออายัดอะไรไป เพราะไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ได้ตกใจเพราะรู้ว่าสาเหตุที่มาตรวจค้นเพราะเหตุใด อยากให้ไปตรวจค้นอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน เพราะมีปืนเอามายิงถล่มกัน ได้ ถามลูกทุกอย่าง วันเกิดเหตุอยู่ในเหตุการณ์ ห้ามลูกชายไม่ให้ชกต่อยกัน ให้แยกย้ายกันไปทำมาหากิน หลังออกมาไม่นานก็ได้ยินเสียงปืน ฝั่งนั้นมีปืนหลายชนิด ทั้งนี้ ทราบจากลูกชายว่ามีเรื่องกันมา 2 วัน ก่อนจะนัดต่อยตัวต่อตัวด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังไปขอศาลอาญาธนบุรี อนุมัติออกหมายจับนายพิพัฒน์ เกียรติไพบูลย์ อายุ 36 ปี หรือเสี่ยเคน คนชักปืนขึ้นมาตามคำให้การของฝั่งผู้เสียหาย ในข้อหาเดียวกับนายเสี่ยโป้ ขณะนี้นายเคนยังไม่ได้ประสานเข้ามอบตัวแต่หากมาแสดงตัวที่โรงพักจะจับกุมทันที ส่วนการสอบปากคำพยานอื่นๆ หรือต้องไปตรวจค้นบ้านผู้ใดอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำให้การของแต่ละฝ่าย และหลักฐานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อมาเวลา 13.00 น. ร.ต.อ.เดชอุดม อ่อนยิ่ง พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ควบคุมตัวนายเสี่ยโป้ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยนายเสี่ยโป้ กล่าวสั้นๆว่า ไม่มีความยุติธรรมเพราะตำรวจออกหมายจับตนด้วยคำพูดของคนเท่านั้น ยืนยันไม่ได้พกปืนไปเลย คิดว่าที่ถูกกระทำแบบนี้เพราะคู่กรณีคิดว่าตนมีเงินจึงต้องการเงิน และคู่กรณีเป็นลูกเจ้าของบ่อนลอยฟ้า ทำให้ตัวเองสู้คดีไม่ได้ ยืนยันจะสู้คดีให้ถึงที่สุดทั้งนี้ คำร้องบรรยายฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. เวลา 22.00 น. พนักงานสอบสวนได้รับตัวนายเสี่ยโป้ ผู้ต้องหาตามหมายจับไว้ กล่าวหาว่าร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะ พฤติการณ์กล่าวคือเมื่อวันที่ 27 ต.ค.เวลากลางคืน ผู้ต้องหากับพวก นัดหมายกันมาดูการแข่งขันชกมวย ต่อมาเกิดท้าทายกันในหมู่ผู้มาชมมวย ผู้ต้องหาร่วมกับนายพิพัฒน์ เกียรติไพบูลย์ ใช้ปืนยิงนายจำเรียง ตะโบ้ะ และนายณัฐพงษ์ คล่องบัญชา บาดเจ็บสาหัส ที่ร้านสรีนวดแผนไทย แขวงและเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ จากนั้นพากันหลบหนี ต่อมาได้เข้ามอบตัวและให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา รวมทั้งขอคัดค้านการประกันตัว ศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง ต่อมานายเสี่ยโป้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาหลักทรัพย์พร้อมคำร้องมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 3 แสน 5 หมื่นบาท