ข่าว
100 year

ปูมหลัง “สม รังสี” ลูกผู้ดี สู้ยิบตา ถูกอิจฉา คู่ปรับตลอดกาลฮุนเซน ห้ามมาไทย

ไทยรัฐออนไลน์8 พ.ย. 2562 18:49 น.
SHARE

เมื่อเอ่ยถึง “สม รังสี” หลายคนที่เฝ้าติดตามการเมืองกัมพูชาอย่างใกล้ชิดย่อมคุ้นเคยชื่อนี้ดี แต่วินาทีนี้ชื่อของเขากลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในเมืองไทย ภายหลังจากที่มีข่าวว่า สายการบินปฏิเสธไม่ให้เขาขึ้นเครื่องบินจากกรุงปารีสมายังกรุงเทพฯ  ประเทศไทย ฉะนั้น "สม รังสี" เขาคือใคร มีบทบาทอย่างไร ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเรื่องราวชีวิตของบุคคลที่เรียกได้ว่า ไม่มีใครในกัมพูชาไม่รู้จักเขา...

เมื่อย้อนดูเส้นทางชีวิตของ สม รังสี พ่อของเขาคือ นายสม ส่ารี อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของเจ้าสีหนุ สมัย พ.ศ.2493 ส่วนแม่เป็นครูชื่อ “เอม” ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของกัมพูชาที่ได้เรียนถึงปริญญาตรี

สม รังสี เดินทางออกจากกัมพูชาและย้ายไปอยู่กรุงปารีสเมื่ออายุ 16 ปี หลังจากพ่อของเขาหายตัวไป โดยเชื่อกันว่า พ่อของเขาเป็นนักการเมืองที่ถูกสายลับของรัฐบาลสังหาร

สม รังสี มีชีวิตวัยเด็กไม่แตกต่างจากลูกผู้ดีในครอบครัวอื่นๆ ของกัมพูชาเท่าใดนัก กล่าวคือ เขาได้รับการศึกษาชั้นต้นที่กรุงพนมเปญบ้านเกิดของตนเอง จากนั้น เขาก็ถูกส่งไปศึกษาตามแบบลูกผู้ดีที่ปารีส ฝรั่งเศส

เขาจบการศึกษาระดับอนุปริญญาสาขารัฐศาสตร์ จาก The Institute of Political Studies pf Paris ในปี 2514 และเข้าทำงานที่สถาบันการเงิน Paribas จากนั้นก็เข้าเรียนต่อในสาขาเศรษฐศาสตร์ที่ Lawschool and Science Economic of Paris และจบการศึกษาในปี 2516

ในช่วงปี 2528-2531 ซึ่งตรงกับช่วงที่เวียดนามเข้ามายึดครองกัมพูชา สม รังสี มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคาร Paluel-Marmont ที่ปารีส

ด้วยความที่ สม รังสี เป็นคนฉลาดและหัวไว ทำให้หน้าที่การงานของเขาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 2531 เขาเข้าทำงานที่ DR Gestion และใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปีก็สามารถขึ้นเป็นประธานกรรมการของ DR Gestion บรรษัทเงินทุนหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส

ในปี 2535 สม รังสี เดินทางกลับกัมพูชา ณ เวลานั้น มีการจัดการเลือกตั้งขึ้น สม รังสี ได้ร่วมกับเจ้ารณฤทธิ์ ก่อตั้งพรรคฟุนซินเปก จนได้รับเลือกเป็นผู้แทนในจังหวัดเสียมเรียบในปีต่อมา พร้อมกันนั้นเขายังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกด้วย

ณ เวลานั้น สังคมกัมพูชาแบ่งเป็นฝ่ายนิยมกษัตริย์และนิยมเวียดนาม นายสม รังสีเป็น ส.ส.ครั้งแรก สังกัดพรรคฟุนซินเปก ซึ่งอยู่ฝ่ายนิยมกษัตริย์ที่มีเจ้านโรดม รณฤทธิ์ เป็นหัวหน้า พรรคฟุนซินเปกได้ ส.ส.มากถึง 58 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุน เซน ได้ ส.ส.เพียง 51 ที่นั่ง

ทว่า หลักประชาธิปไตยสากล เจ้ารณฤทธิ์ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่ฮุน เซน ไม่ยอม สุดท้ายจึงต้องมีนายกฯ 2 คน

นักการเมืองที่คนกัมพูชามองว่าเก่งกล้าสามารถในตอนนั้นคือ รัฐมนตรีคลังที่มีอายุ 44 ปี ที่มีชื่อว่า “สม รังสี” ทางฝ่ายของฮุน เซน จึงกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม 2537 โดยให้ปลดนายสม รังสีออกจากรัฐมนตรี

นายสม รังสีเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่แกร่งกล้า ซึ่งการถูกปลดจากรัฐมนตรีคลังในครั้งนั้น สม รังสี จึงเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ถูกเอาไปฝังดิน เมื่อเจอฝนก็งอกขึ้นมาใหม่ และได้รับความนิยมจากประชาชนสูงขึ้น และในพรรคฟุนซินเปกเองมีคนอิจฉาริษยานายสม รังสีหลายคน สุดท้ายในปี 2538 นายสม รังสีต้องหลุดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง แถมยังถูกขับไล่จากพรรคฟุนซินเปก (พรรคตัวเอง) ของเจ้ารณฤทธิ์ และขับออกจากสภา

เมื่อ สม รังสี โดนกระหน่ำจากทั้งฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายของตัวเอง นายสม รังสีจึงไปตั้งพรรคใหม่ ใช้ชื่อว่า “ชาติเขมร” หรือ เคเอ็นพี แต่ก็ไม่ได้รับรองจากรัฐบาล

หลังจากสม รังสี ถูกปลดให้พ้นจากตำแหน่ง เขาก็ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้านนอกสภา จัดชุมนุมไฮด์ปาร์กไล่รัฐบาลอยู่เนืองๆ จนโดนปาระเบิดใส่ มีผู้ฟังตายไป 16 คน เขาปักใจเชื่อว่า ฮุน เซน เป็นผู้บงการ แต่ตัวเขาเองนั้นก็ไม่อยากเสี่ยงตายในกัมพูชาอีกแล้ว จึงลี้ภัยไปอยู่สหรัฐอเมริกาพักหนึ่ง

ในการเลือกตั้งปี 2541 สม รังสี กลับมาสู้อีกยก โดยตั้งพรรคของตนเองช่ือว่า “พรรคสม รังสีแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ คะแนนของพรรคเขามาเป็นอันดับ 3 รองจากพรรคฟุนซินเปก และพรรคซีพีพีของสมเด็นฮุน เซน

ฮุน เซน

อันที่จริงพรรคสม รังสีต้องได้ ส.ส.มากกว่านี้ แต่ กกต.เขมรทั้ง 11 คน ดันเปลี่ยนแปลงสูตรในการคำนวณคะแนนเสียง ทำให้พรรคซีพีพีของฮุน เซนได้ ส.ส.เพิ่ม 5 คน ส่วนพรรคอื่นได้ ส.ส.น้อยลง 

เขานำประชาชนออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหาสมเด็จฮุน เซน โกงเลือกตั้ง จนเกิดการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง ตัวเขาต้องตกเป็นผู้ต้องหาบงการลอบสังหารสมเด็จฮุน เซน และต้องไปอาศัยความคุ้มครองจากสหประชาชาติ

ในขณะที่ คนหนุ่มสาวชอบ สม รังสี ตรงที่สม รังสีมีแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ มีความรู้ กล้าคิด กล้าเดินนอกกรอบไปสู่สิ่งที่ดีกว่า พอการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ใน พ.ศ.2546 ผู้คนก็เลือกพรรคสม รังสีกันมากถึง 1.13 ล้าน แต่ กกต.คำนวณคะแนนให้พรรคสม รังสีมี ส.ส.ได้เพียง 24 คนเท่านั้น แต่คราวนี้ สม รังสี ไม่ยอม สม รังสี ไปก่อตั้งพันธมิตรของนักประชาธิปไตย ขัดขวางไม่ให้ฮุน เซนเป็นนายกฯ

ปี 2548 ฮุน เซน ยึดอำนาจ จึงทำให้ สม รังสี ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ ต่อมาเดินทางกลับกัมพูชาในปี 2549 หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนี ตามคำกราบทูลของฮุน เซน แต่ถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี และถอนเอกสารสิทธิคุ้มครอง

ปี 2556 ได้รับพระราชทานอภัยโทษอีกครั้ง จึงกลับมาช่วยลูกพรรคหาเสียง จนคิดว่าจะสามารถคว้าชัยได้ แต่สุดท้ายคะแนนเสียงที่ออกมากลับน่ากังขา เขาจึงประท้วงนานข้ามปี และก็เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางมาโดยตลอด

และนี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของชีวิต สม รังสี ผู้ชายที่พยายามต่อสู้กับระบอบการเมืองในกัมพูชามาทั้งชีวิต...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

- สม รังสี โดนห้ามขึ้นเครื่องมาไทย ฮุน เซน ถามกลับทำไมไม่บินตรงลงเสียมราฐ
- ทหารเขมรเสริมกองกำลัง คุมเข้มชายแดนสระแก้ว สกัด สม รังสี ปลุกระดม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สม รังสีข่าวเด่นสม รังสี ล่าสุดสม รังสี ประวัติข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้