ไว้แปรสภาพ เฮโรอีน-ไอซ์ ก่อนส่งนอก
บช.ปส.บูรณาการหน่วยปราบปรามยาเสพติดนานาชาติ ทั้งไต้หวัน ดีอีเอสหรัฐฯ ทลายแหล่งซุกซ่อนและแปรรูปยาเสพติดกลางกรุง ตรวจค้นศรีวราแมนชั่นย่านรัชดาฯ รวบ 2 ชาวจีน 1 พม่า พร้อมเฮโรอีนหนัก 80 กก. และยาไอซ์ทั้งชนิดน้ำและเกล็ด 18 กก. เตรียม บรรจุใส่อุปกรณ์หลายชนิดส่งกลับประเทศไต้หวัน สารภาพสิ้นไส้รับจ้างบรรจุยาเสพติดตามคำสั่งครั้งละ 1 แสนบาท ขณะที่ผู้ต้องหาชาวไต้หวันแก๊งเดียวกันกลืนเฮโรอีน 4 กก. ลงท้องบินกลับประเทศ แต่ไม่รอดถูกจับคาสนามบิน
ชุดปราบปรามยาเสพติดบุกทลายแก๊งค้ายาเสพติดชาวไต้หวันรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. นายบัญชา โทสมัย ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เจ้าหน้าที่ชุดสยบไพรี บช.ปส. หน่วยปราบปรามยาเสพติด สหรัฐอเมริกา (D.E.A.) และเจ้าหน้าที่ทางการไต้หวัน นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักในอาคารศรีวราแมนชัน 1 เลขที่ 236/1 และอาคารศรีวราแมนชั่น 2 เลขที่ 238/1 ซอยรัชดาภิเษก 7 (ซอยนาทอง) ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร หลัง ชุดปราบปรามยาเสพติดสืบสวนทราบว่า ขบวนการยาเสพติดข้ามชาติชาวไต้หวันเช่าไว้เป็นแหล่งซุกซ่อน และแปรรูปยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่
จุดแรกเข้าตรวจค้นที่ห้องเลขที่ 238/69 ชั้น 6 อาคารศรีวราแมนชัน 2 พบนายนาว นาว อายุ 40 ปี สัญชาติจีน แต่มีหนังสือเดินทางทั้งของจีนและเมียนมา นายเหยิ่นเจี๋ย หรืออาชิง แซ่เจียง อายุ 25 ปี สัญชาติจีน และนายเควิน อายุ 48 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางเฮโรอีน 210 แท่ง น้ำหนักประมาณ 80 กก. และอุปกรณ์ที่ขบวนการใช้ซุกซ่อนยาเสพติด อาทิ แคปซูล กระปุกยาสมุนไพร ขวดโหลเปล่า รองเท้าผ้าใบ และอุปกรณ์การแปรรูปยาเสพติดให้เป็นรูปแบบต่างๆจำนวนมาก ส่วนอีกจุดเข้าตรวจค้น ห้องเลขที่ 236/330 อาคารศรีวราแมนชั่น 1 ชั้น 15 ตรวจค้นพบยาไอซ์แบบน้ำและเกร็ดน้ำหนักรวมประมาณ 18 กก. และอุปกรณ์การแปรสภาพยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมผู้ต้องหามาสอบสวนดำเนินคดี
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของไทยและต่างประเทศ ติดตามสืบสวนจนทราบว่า มีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาพักไว้ยังแมนชันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้น เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน เป็นชาวจีน 2 คน และชาวเมียนมา 1 คน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีหน้าที่ลักลอบบรรจุยาเสพติดใส่ภาชนะเพื่อเตรียมขนส่งออกนอกประเทศ เช่น บรรจุยาเสพติดใส่แคปซูลยา หรือใส่ในพื้นรองเท้า เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ก่อนส่งออกไปยังประเทศที่สาม
พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน กล่าวว่า เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาทำมาแล้วหลายครั้ง แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ทั้งคนหายาเสพติด คนขนยา คนบรรจุ และคนลำเลียงออกนอกประเทศ ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ทางการไต้หวันจับกุมผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวเป็นชาวไต้หวันได้ 2 คนที่สนามบินประเทศไต้หวัน ก่อนขยายผลมาจับกุมผู้ต้องหาในประเทศไทยครั้งนี้ เชื่อว่ายาเสพติดที่ตรวจค้นพบทั้งหมด จะถูกลำเลียงส่งไปยังประเทศไต้หวัน
ขณะที่ตัวแทนหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา หรือ D.E.A.เผยว่า ขอบคุณหน่วยงานตำรวจไทย ที่ร่วมมือบูรณาการปราบปรามขบวนการดังกล่าว สถานทูตสหรัฐฯแลกเปลี่ยนข้อมูลมา ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ถ้าหากเราจะชนะต้องมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศ
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่า เช่าห้องพักดังกล่าวราคาห้องละ 16,000 บาท เช่ามาแล้วประมาณ 5 เดือน ได้ค่าจ้างบรรจุยาเสพติดซุกซ่อนในภาชนะครั้งละ 100,000 บาท เบื้องต้นแจ้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์และเฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบ บช.ปส.ขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างทางการไต้หวันและทางการไทย โดยทางการไต้หวันให้ข้อมูลพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ 2 คนคือนายเชียง ซุง อายุ 42 ปี และ น.ส.หลัง ซูฉี อายุ 24 ปีเดินทางเข้ามาประเทศไทย ชุดสืบสวน บช.ปส.จัดชุดสะกดรอยติดตามพฤติกรรม จนพบห้องพักที่เกิดเหตุทั้ง 2 ห้อง ที่ขบวนการเช่าไว้เก็บยาเสพติดและคิดหาวิธีการซุกซ่อนยาเสพติดส่งกลับไปขายที่ประเทศไต้หวัน หลังทั้ง 2 คนเดินทางกลับไปถึงสนามบินประเทศไต้หวันแล้ว ถูกควบคุมตัวตรวจค้น พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกลืนก้อนเฮโรอีนลงไปรวมกันถึง 4,000 กรัม หลังจากนั้นทางการไต้หวันจึงส่งข่าวให้ตำรวจ บช.ปส.บุกทลายแหล่งพักและแปรรูปยาเสพติดดังกล่าว