ชุดสืบสวน สตม.รวบสมาชิกแก๊งยากูซ่า อิกานาว่า วัยดึก หนีหมายจับตำรวจญี่ปุ่น ก่อเหตุข่มขู่นักธุรกิจค้าสมุนไพร เพื่อนร่วมชาติ ขอทำหน้าที่ถือเงินกลับบ้านเกิด พอไม่ได้โกรธแค้น บินกลับไปเผาบ้านเหยื่อที่ญี่ปุ่น ก่อนบินกลับเข้าไทยข่มขู่เหยื่ออีก คราวนี้อ้างเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ไม่มีอะไรจะเสีย ขู่ฆ่าเหยื่อถ้าไม่ได้เงิน กระทั่งถูกจับ พบประวัติเหี้ยมโหดเคยต้องโทษหลายคดี ใช้หนังสือเดินทางนักท่องเที่ยวเข้า-ออกไทยเป็นว่าเล่น
ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช. สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.สตม. แถลงข่าวจับกุมนายคาซึฮิโกะ ยามาซากิ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น สมาชิกแก๊งยากูซ่า อิกานาว่า หนีหมายจับศาลจังหวัดอากิตะ ประเทศญี่ปุ่น ในคดีวางเพลิง จับกุมได้ที่บริเวณห้างดิโอลด์สยาม พลาซ่า ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.
สืบเนื่องตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.รับการประสานข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นว่า นายคาซึฮิโกะ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ทางการญี่ปุ่นต้องการตัว ในคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลพบเข้ามาในประเทศไทยครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.62 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว กระทั่งจับกุมตัวไว้ได้ เบื้องต้นดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม ม.12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ควบคุมตัวไว้ที่ กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่น
พล.ต.ต.พนัญชัยเปิดเผยว่า ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบเป็นสมาชิกระดับกลางของแก๊งยากูซ่า อิกานาว่า ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ขึ้นชื่อในความโหดเหี้ยมระดับต้นๆของแก๊งยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่น นายคาซึฮิโกะเคยถูกดำเนินคดีในประเทศญี่ปุ่นกว่า 12 คดี ทั้งทำร้ายร่างกายและข่มขืน แต่คดีสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ปี 50 กระทั่งมาก่อเหตุข่มขู่นักธุรกิจเพื่อนร่วมชาติ หลังนายคาซึฮิโกะทราบผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจประสานงานกับพ่อค้าจัดหาสมุนไพรจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้เป็นส่วนผสมผลิตยาในประเทศไทย จึงข่มขู่แกมบังคับขอทำหน้าที่ถือเงินที่ได้จากการขายสมุนไพรของผู้เสียหายไปส่งให้กับพ่อค้าที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกกับค่าจ้าง แต่พอผู้เสียหายทราบว่านายคาซึฮิโกะเป็นสมาชิกแก๊งยากูซ่า ไม่ยอมให้เงินเพราะกลัวถูกเชิด ทำให้ผู้ต้องหาโกรธแค้น เดินทางกลับไปเผาบ้านผู้เสียหายที่ อ.ยามาโมโตะ จ.อากิตะ ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งข่มขู่เอาเงินจากญาติของผู้เสียหาย และเมื่อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยยังข่มขู่ผู้เสียหายอีกหลายครั้ง
...
“ก่อนถูกจับผู้ต้องหาบอกกับผู้เสียหายว่า ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย อีกไม่นานคงตาย หากไม่ยอมให้เงินอีกคราวนี้จะลงมือทำร้ายและฆ่าเหยื่อ ตรวจสอบคนร้ายเข้าออกประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.-ก.ค. รวม 13 ครั้ง ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว การเข้ามาแต่ละครั้งจะอยู่ไม่นานและจะเปลี่ยนที่พักอยู่ตลอดเวลา” พล.ต.ต.พนัญชัยกล่าว