กรมการปกครอง เข้าตรวจสอบ "ร้านทอง" ย่านประชาอุทิศ 10 พบใบอนุญาตขาด ขณะที่วันนี้มีผู้เสียหายโผล่เพิ่มขึ้นอีก อ้างถูกเจ้าของร้านยืมเงินมูลค่านับแสนบาท...
วันที่ 22 พ.ค. 62 นางพิมพิกา กมลธรรมกุล อายุ 62 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกเจ้าของร้านทองย่านประชาอุทิศ 10 เขตราษฎร์บูรณะ ยืมเงินไปรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตัวเองได้รู้จักกับเจ้าของร้านทองดังกล่าวผ่านเพื่อนอีกคนหนึ่งเมื่อช่วงประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยการเข้ามาขอให้ตัวเองช่วยไปไถ่ถอนรถจำนวน 3 คันที่ถูกจำนองไว้
แต่ตัวเองสามารถไถ่ถอนออกมาได้เพียง 2 คันคือ รถเก๋ง 56,000 บาท และรถกระบะ 45,000 บาท ซึ่งหลังจากนั้นตัวเองได้นำรถทั้ง 2 คันมาจอดไว้ที่บ้าน โดยรถเก๋งจอดอยู่บริเวณรั้วนอกบ้าน แต่พอตกกลางคืนช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. รถเก๋งคันดังกล่าวหายไป ตัวเองจึงคิดว่าเจ้าของร้านทองได้นำกุญแจสำรองมาเปิดรถและขับออกไป จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว
นอกจากนี้ นางพิมพิกา ยังเปิดเผยอีกว่า ตัวเองถูกยืมเงินไปอีกจำนวน 5,500 บาท รวมทั้งสิ้น 106,500 บาท ซึ่งตอนนี้ตัวเองต้องนำรถกระบะอีกคันไปจอดซ่อนไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขโมยไปอีก
ทางด้าน นางอภิณญา สายยา ผู้เสียหายจากการนำสร้อยทองมาจำนำแล้วไม่ได้คืน เปิดเผยกับทีมข่าวว่า วันนี้ต้องการมารอพูดคุยกับเจ้าของร้านและขอทองคืน เนื่องจากวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวเองได้นำเอาสร้อยทองหนัก 2 บาท มาจำนำไว้ในราคา 20,000 บาท จากนั้นวันที่ 14 พ.ค.ได้เข้ามาไถ่ถอน แต่ปรากฏว่าทางร้านอ้างเจ้าของร้านไม่สบาย ประกอบเห็นข่าวในทีวี จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ
...
ขณะที่ กรมการปกครองพร้อมกับตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้เข้าไปพบกับเจ้าของร้านและดำเนินการตรวจสอบเอกสารต่างๆ พบว่าขณะนี้ใบอนุญาตค้าของเก่าขาดอายุตั้งแต่เดือน ธ.ค.61 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนของคดีความนั้น ตำรวจได้นัดเจ้าของร้านทองกับผู้เสียหายเข้ามาไกล่เกลี่ยในวันที่ 25 พ.ค.ที่จะถึงนี้.
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กรมการปกครอง ล้อมคอก เรียก 2 ฝ่ายเคลียร์ดราม่าไม่ให้ไถ่สร้อยทองคืน