ปส.-อย.ลุยค้น 33 จุดทั่วประเทศ เครือข่ายขายยาลดความอ้วน ตามแผน “สยบไพรี 62/9 ยาสวย...สังหาร” รอง ผบ.ตร.รุดแถลงผลปฏิบัติ หลังเข้าค้นบ้านอดีตนางแบบสาวในซอยพัฒนาการ 44 ยึดของกลางยาลดอ้วนกว่า 2 แสนเม็ด ยึดทรัพย์มูลค่า 43 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังล็อก 2 แพทย์คาคลินิกต่างจังหวัด ร่วมนายทุนขนยาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 และ 4 ออกไปขายในโลกโซเชียล อย.เตือนสุดอันตรายใกล้เคียงกับเสพยาบ้าปส.เปิดยุทธการ “สยบไพรี62/9 ยาสวย... สังหาร” ลุยค้น 33 จุดทั่วประเทศ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 11 มี.ค. พ.ต.อ.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบก.ปส 1.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ บช.ปส.ร่วมกันปฏิบัติการยุทธการ “สยบไพรี 62/9 ยาสวย ...สังหาร” ปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา 33 เป้าหมายทั่วประเทศ ในคดีที่เกี่ยวพันกับการครอบครองยาลดความอ้วน และยาเสริมความงาม ที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 และ 4 ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นยาควบคุม แต่ลักลอบนำออกมาขายนอกสถานพยาบาล โดยในกรุงเทพฯตรวจค้นทั้งหมด 13 จุด ส่วนต่างจังหวัดตรวจค้น 20 จุด ในพื้นที่ จ.อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา หนองบัวลำภู สระบุรี นนทบุรี สุโขทัย ตาก และพิษณุโลกกระทั่งเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส. 3 ร่วมกันแถลงผลปิดล้อมตรวจค้นตามแผนปฏิบัติการ ที่หน้าบ้านเลขที่ 778/71 หมู่บ้าน The Plant Exclusique ซอย 12/2 ซอยพัฒนาการ 44 แขวง-เขต สวนหลวง กทม. ของ น.ส.วิไรรัตร อุดทอง อายุ 27 ปี อดีตนางแบบ และเป็น 1 ในบ้านเป้าหมายที่เข้าตรวจค้นจับกุม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการสั่งซื้อยาลดน้ำหนัก จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 และ 4 เครือข่ายนี้ประกอบไปด้วยนายทุน นายหน้า และแพทย์ที่เปิดคลินิก ทำเป็นขบวนการ ส่วนยาลดน้ำหนักทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้เพื่อลักลอบจำหน่าย ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ประชาชนผู้ต้องการลดน้ำหนัก สามารถสั่งซื้อได้โดยไม่ให้แพทย์วินิจฉัย ทำให้เกิดการเสียชีวิตหลายรายอย่างที่เป็นข่าว เจ้าหน้าที่ ปส.และเจ้าหน้าที่กองควบคุมวัตถุเสพติด (อย.) ได้ร่วมกันตรวจสอบและสืบสวนเรื่องดังกล่าว โดยจับกุม น.ส.ปัทมพร หรือไอซ์ หรืออ้อม คัมภีระ อายุ 29 ปี ได้เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.61 และจับกุม น.ส.นวพร หรือมีมี่ หรือหนิง วัลลภภพน อายุ 36 ปี ได้เมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 พร้อมของกลาง ยาเฟนเตอร์มีน ชนิดแคปซูล ไดอาซีแพม คลอราซีเพท 1,000 เม็ด ยาเม็ดและยาฉีดชนิดต่างๆ จำนวนมากก่อนขยายผลจับกุมในวันนี้รอง ผบ.ตร.เผยต่อว่า สำหรับผลการปิดล้อมตรวจค้น 33 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย คือนางกัญญนันทน์ ธัญธรเตชสิทธิ์ อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 26 ม.ค.2562 ข้อหา ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เฟนเตอร์มีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต จับได้ที่บ้านเลขที่ 16/20 ถนนถวิลราษฎร์บูรณะ ต.บ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม และ 2.น.ส.วิไรรัตร อุดทอง อายุ 27 ปี อดีตนางแบบเจ้าของ บ้านหลังนี้ ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 18 ก.พ.2562 ข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เฟนเตอร์มีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 (ไดอาซีแพม, คลอราซี-เพท) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับของกลางที่ยึดได้ เป็นยาลดความอ้วนประเภทต่างๆรวมแล้วกว่า 2 แสนเม็ด ประกอบด้วย 1.ยา TRANEXAMIX ACID INJECTION (TRANEX-250) 9*5*5 CC Ampoules Lot WTN7029E 2.ยา THIAMINE 3.ยา FLULO 20 มิลลิกรัม 23,500 เม็ด 4.ยา FOLIMED 40,000 เม็ด 5. ยา PROPRANOLOL 10MG (CARDENOL) 11,000 เม็ด 6.ยา HCTZ 25MG 16,000 เม็ด 7. ยาแผนปัจจุบันอื่นประมาณ 30 ถุงใหญ่ 8.กล่องพัสดุภัณฑ์จำนวนหนึ่งนอกจากนี้ ยังตรวจยึดทรัพย์สิน 1.บ้าน 2 หลัง มูลค่า 19,500,000 บาท 2.คอนโดฯ 1 ห้อง มูลค่า 1,700,000 บาท 3.รถยนต์ 6 คัน มูลค่า 15,050,000 บาท 4.รถจักรยานยนต์ 3 คัน มูลค่า 750,000 บาท 5.ทองคำแท่ง, ทองคำรูปพรรณ, นาฬิกา, โฉนดที่ดินและเงินสด มูลค่าประมาณ 3,200,000 บาท 6.ทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าประมาณ 3,500,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 43,700,000 บาทด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย.ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบนำยาลดความอ้วนที่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตัวยา Phentermine (เฟนเตอร์มีน) ชื่อการค้า Duromine (ดูโรมีน) และ Panbesy (แพนบีซี่) ออกนอกระบบ ได้ประสานความร่วมมือกับ บช.ปส.สืบหาผู้กระทำความผิดพบว่ามีกลุ่มนายทุนร่วมมือกับแพทย์ในเครือข่าย ลอบนำวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวออกจากระบบการควบคุมของ อย. โดยไม่ได้จ่ายให้แก่ผู้ป่วยในสถานพยาบาลที่เป็นสถานที่รับอนุญาต ส่วนหนึ่งขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต อีกส่วนหนึ่งขายให้กับผู้ค้ารายย่อย นำไปขายต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ไอจี และเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีน แคนาดา ฟิลิปปินส์ การกระทำดังกล่าวเป็นการสมคบ ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อเอาวัตถุออกฤทธิ์ออกนอกระบบ โดยอาศัยใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ของแพทย์ เป็นใบเบิกทางนำมาหลอก อย.และนำยาออกมาขาย สำหรับกรณีดังกล่าวมีโทษจำคุก 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000-2,000,000 บาท เลขาฯ อย.กล่าวต่อว่า ที่สำคัญยังพบว่ามีแพทย์ร่วมขบวนการด้วย 2 ราย อยู่ในคลินิกเอกชนในต่างจังหวัด แต่ขอไม่เปิดเผยข้อมูลเพราะอยู่ในระหว่างดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย อย.ได้สั่งระงับการใช้ยาในกลุ่มนี้หมดแล้ว เนื่องจากตามกฎหมายการขออนุญาตการใช้สารดังกล่าวนั้น คลินิก หรือสถานพยาบาลทุกแห่งจะต้องขอ อย.เข้ามา และเมื่อได้รับอนุญาตจะต้องรายงานว่า จ่ายยาไปให้ใคร จำนวนเท่าไหร่ กี่คน แต่ใน 2 รายที่อยู่ในข่ายลักลอบครั้งนี้ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ขั้นตอนต่อไป อย.จะแจ้งไปยังทางแพทยสภาเกี่ยวกับแพทย์ทั้ง 2 ราย รวมทั้งจะแจ้งไปทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เกี่ยวกับคลินิกดังกล่าวด้วยนพ.ธเรศกล่าวต่อว่า สำหรับยาลดความอยากอาหาร “เฟนเตอร์มีน” เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทำให้เกิดการติดยาได้ ถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 มีการควบคุมการขายโดย อย. และจะขายให้เฉพาะสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อจ่ายให้กับผู้ป่วยที่แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยแล้วเท่านั้น ยานี้ควรใช้ในระยะสั้น คือ 4-6 สัปดาห์ ไม่เกิน 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว หากใช้ไปนานๆ อาจถึงขั้นติดยา หรือทำให้น้ำหนักที่ลดลงคืนกลับมาอีกเลขาฯ อย.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่นๆอีก เช่น ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรง จะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตาย จะเห็นได้ว่าการใช้ยาเฟนเตอร์มีนอาจก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง หรือมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคต้อหิน ผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน มีประวัติการใช้ยาในทางที่ผิด เป็นโรคจิต หรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ ทั้งนี้ การรับประทานยาลดความอ้วนเฟนเตอร์มีนติดต่อกันเวลานานอาจทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาท คล้ายกับคนเสพยาบ้า ประชาชนไม่ควรหาซื้อมารับประทานเอง เพราะมีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ การรักษาโรคอ้วนที่ดี ประหยัด และปลอดภัยที่สุด คือ การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม