ข่าว
100 year

หมอบอนด์พบตร. อ้าง-ไม่รู้ระเบียบ ห้ามสวมชุดกาวน์ โฆษณาเมจิกสกิน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ค. 2561 05:12 น.
SHARE

“หมอบอนด์” ควงเมีย “น้ำผึ้ง เทคมีเอ๊าท์” ให้การตำรวจ อ้าง “หญิงย้วย” หลอกให้ใส่เสื้อกาวน์ถ่ายคลิป ไม่ได้รับจ้างรีวิวสินค้าเมจิกสกิน แต่ตกกระไดพลอยโจนเพราะเมียเพิ่งสมัครเป็นตัวแทนสูญเงินไปหลายแสนบาท งง ระเบียบห้ามใส่เสื้อกาวน์โฆษณา ยันไม่เคยรู้มาก่อน “วิระชัย” เผยเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบเพิ่มอีก 7 คน ยันยังไงก็ดำเนินคดีหมด ไม่ว่าคนมีชื่อเสียงหรือดารา “เคนโด้” โร่แจ้งความ ปอท.เอาผิดแม่ข่ายยาลดความอ้วนลีน ตัดต่อคลิปเสียงจาก 28 นาทีเหลือ 3 นาที เอาไปเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กทำประชาชนเข้าใจผิด ศุลกากรแม่สายจับยาลดความอ้วนลีนเกือบ 400 กล่องคาด่าน ขณะขนจากพม่าเข้าไทย “บิ๊กตู่” สั่ง อย.-สมอ.-สคบ.เพิ่มเจ้าหน้าที่ลุยปราบผลิตภัณฑ์ไร้มาตรฐาน ที่แต่ละปีมีคนขอจดทะเบียนเป็นล้านราย วอนประชาชนช่วยตรวจสอบอีกแรง สภาวิชาชีพทางการแพทย์ ระบุบุคลากรรีวิวสินค้าสุขภาพ ต้องไม่เกี่ยวโยงการประกอบวิชาชีพ หากทำให้เสื่อมเสียเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ สภาเภสัชกรรมเร่งออกประกาศเตือน ห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยกเว้นยาสามัญเท่านั้น

กรณีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องเรียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ดำเนินคดีบริษัทเมจิกสกิน จำกัด เจ้าของสินค้าเครื่องสำอางชื่อดังหลายชนิด หลังเข้าสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า สินค้าของบริษัทดังกล่าวมีความผิด ใช้เครื่องหมายการค้าอาหารและยา (อย.) ปลอม ติดเครื่องหมายการค้าผิดประเภท และผลิตอาหารเสริมไม่ได้คุณภาพ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 8 คน ประกอบด้วย นางวรรณภา พวงสน นายกร พวงสน นายพิร์นิธิ ติรณวัตถุภรณ์ นายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย นายไมยสิทธิ์ สว่างธรรมรัตน์ น.ส.ธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ์ น.ส.ตรีชฎา ใจสบาย และ น.ส.มธุรส แดงสัมฤทธิ์ ชุดสืบสวนปฏิบัติการตรวจค้น 13 จุดจับกุมผู้ต้องหาได้หมดแล้ว ส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดี นอกจากนี้ยังทยอยเรียกสอบดารา-เน็ตไอดอล ชื่อดังอีก 59 คน ที่รับโฆษณาและรีวิวโปรโมตสินค้ามาสอบสวนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ค. นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษณ์ หรือหมอบอนด์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม พร้อมด้วย น.ส.ปวีณา นามสงคราม หรือน้ำผึ้ง เทคมีเอาท์ ภรรยา เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. หลังมีคลิปวีดิโอของ นพ.ปิยะพงษ์ น.ส.ปวีณา และหญิงย้วย ร่วมกันรีวิวโฆษณาสินค้าคลีโอ โดยมี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ร่วมสอบปากคำ นพ.ปิยะพงษ์ หรือหมอบอนด์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ขายและไม่ได้สมัครเป็นตัวแทน แต่ภรรยาเข้าไปสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากหญิงย้วย หลังจากนั้นเขาให้ภรรยาไปไลฟ์ วันนั้นไปงานรับปริญญาน้องสาวภรรยา ทางหญิงย้วยให้ภรรยาเข้าไปด้วย แต่ไม่ได้บอกว่าไปรีวิวอะไร ตนหวังแค่ไปช่วยภรรยาขายสินค้า ก่อนที่ภรรยาจะสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย ยังตรวจสอบเลขที่ อย.แล้วพบว่ามีอยู่จริง ตนและภรรยาทดลองกินแล้วปลอดภัย

“ผมไม่ได้ต้องการไปรีวิวสินค้า เพียงแต่เขาชวนมาให้ไปไลฟ์เฉยๆ ให้พูดเรื่องผลิตภัณฑ์พูดได้มากสุดคือ สิ่งที่ผมตรวจสอบมาแล้ว เพราะก่อนที่ภรรยาจะเป็นตัวแทนตรวจสอบเลข อย.แล้ว ภรรยาผมทานแล้วมันปลอดภัยพูดได้ประมาณนึง ไม่คิดว่าคลิปนั้นเป็นการรีวิว ไม่มีเจตนารีวิวแต่เจตนาช่วยภรรยา ส่วนที่แพทยสภาบอกห้ามใส่เสื้อกาวน์โฆษณาขายสินค้าเพิ่งทราบเหมือนกัน ส่วนที่ใส่เสื้อกาวน์ หญิงย้วยบอกให้ภรรยานำไปด้วย ปกติชุดกาวน์อยู่ในรถอยู่แล้ว เมื่อเขาบอกให้ใส่ก็ใส่ เพราะตอนนั้นยังไม่ทราบกฎระเบียบห้ามใส่เสื้อกาวน์โฆษณา ไม่คิดว่าขณะนั้นเอาอาชีพหมอมารีวิวสินค้า ไม่ได้คิดว่าจะเอาอาชีพหมอมาช่วยขาย ไม่ได้รับจ้างหรือมีสัญญาใดๆ ตรวจสอบได้” นพ.ปิยะพงษ์กล่าว

ส่วน น.ส.ปวีณา นามสงคราม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยทานยาลดความอ้วนแล้วใจสั่นและวูบ เมื่อมาลองทานตัวนี้ 1 สัปดาห์ น้ำหนักลด 1 กก.ไม่มีอาการข้างเคียง อยากชี้แจงว่าตนเพิ่งขายสินค้าคลีโอก่อนมีปัญหา 1 สัปดาห์ ให้รีวิวร่วมกับหญิงย้วยเพราะหญิงย้วยมีคนติดตามเยอะ ช่วยโปรโมตให้ยอดขายเพิ่ม ขั้นตอนการสมัครเขาต้องขอดูเฟซบุ๊กว่ามีคนตามมากน้อยเพียงใด จึงรู้ว่าเราเป็นมาอย่างไร หลังเกิดเรื่องติดต่อหญิงย้วยไม่ได้ ส่วนที่เชิญสามีไปไลฟ์ด้วย หญิงย้วยบอกว่าเข้ามาคุยสนุกๆไม่ได้เอาอาชีพหมอมาการันตี ช่วงนั้นเขาบอกให้รีบเพราะคนดูเยอะจึงทำตาม หลังรีวิวมีคนสมัครเป็นตัวแทนเปิดบิล 1,000 เพียงคนเดียว อยากบอกว่าตนเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย 300,000-400,000 บาท นอกจากนี้ ตัวแทนของตนได้รับความเสียหายกว่า 10 ราย ตนเพิ่งแต่งงานอยากมีรายได้เสริมเห็นเขาขายง่ายจึงอยากขายบ้าง หลังเกิดเรื่องได้รับผลกระทบมาก ส่วนจะแจ้งความบริษัทเมจิกสกินหรือไม่ต้องพูดคุยกับตำรวจก่อน

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา กล่าวว่า นอกจากศิลปินดาราที่ออกหมายเรียกไปแล้ว วันนี้ออกหมายเรียกเพิ่มอีก 7 คน หลังสืบสวนพบว่าเป็นแกนนำสำคัญบริษัทเมจิกสกินฯ ประกอบด้วย 1.ว่าที่ ร.ต.ปวีร์ ปานดำรงสถิต หรือกลางประพันธ์ อายุ 50 ปี ผู้บริหารระดับสูงโรงงานผลิตเครือเมจิกสกิน 2.น.ส.ทิพวรรณ ตันไชย อายุ 26 ปีเกี่ยวพันกับ ว่าที่ ร.ต.ปวีร์ รีวิวสินค้าหลายตัว 3.น.ส.สุนีย์ กรมสูงเนิน อายุ 25 ปี 4.นายอภิวัส พงศ์พัฒนานุกูล อายุ 32 ปี เจ้าของโรงงานและกรรมการผู้จัดการโรงงานที่กระทุ่มแบน 5.นายณัฐนันท์ อ่วมแก้ว อายุ 25 ปี 6.นายกฤษณผล พินจอหอ อายุ 30 ปี และ 7.น.ส.สิริญาณี ฤทธิ์ดี-สิริธร อายุ 39 ปี ทั้งหมดเรียกมาสอบฐานะพยาน เพราะเป็นแกนนำสำคัญเชื่อมโยงหลายอย่าง ฝากประชาชนช่วยดูถ้ามีสินค้าตัวไหนมีผลข้างเคียงต่อร่างกายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้

“คดีนี้เป็นเรื่องส่งผลกระทบต่อสุขภาพชีวิตประชาชน นอกจากเมจิกสกินและยาลดความอ้วนลีนแล้ว ตรวจสอบทุกยี่ห้อ เราต้องดำเนินการตรงไปตรงมาเฉียบขาด ไม่ว่าคนนั้นเป็นใคร เป็นนักธุรกิจใหญ่ ผู้กว้างขวาง หรือดาราดังต้องถูกดำเนินคดีหมด ส่วนหมอบอนด์หลังได้ข้อเท็จจริงแล้วจะทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทยสภาหรือหน่วยงานสาธารณสุข หลังจากสอบปากคำเสร็จจะนำสืบได้ว่า เล็งเห็นผลหรือไม่ ฐานะที่เป็นนายแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและด้านวิชาชีพ ปกติแล้วคำว่า “นายแพทย์” จะนำมาโฆษณาสินค้าไม่ได้ และนำวิชาชีพมาโฆษณาสินค้าไม่ได้เช่นกัน ส่วนกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการกินอาหารเสริมลีน เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนักกีฬา มีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว แต่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง” รอง ผบ.ตร.กล่าว

ที่ บก.ปอท.วันเดียวกัน นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือเคนโด้ ผู้ประกาศข่าวช่องจีเอ็มเอ็ม พร้อมนายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ นำหลักฐานการโพสต์เฟซบุ๊กและคลิปเสียงที่ถูกตัดต่อเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.กก.3บก.ปอท. พ.ต.อ.ดร.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปอท. ร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับแม่ทีมอาหารเสริมลดน้ำหนักลีน หลังพบว่าตัดต่อคลิปเสียงสร้างความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความเสียหาย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นายเกรียงไกรมาศเผยว่า ประมาณเดือน เม.ย. มีประชาชนส่งข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมลีนมาให้ เป็นเลข อย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ และเลขฮาลาลเป็นเลขผลิตภัณฑ์น้ำปลาชนิดหนึ่ง พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์เจ้าของแบรนด์แต่ไม่สะดวก เลยโทร.สัมภาษณ์แม่ทีมคนหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ชื่อ น.ส.มณิตา หรือเอ๋ รัตนเกษมชัย พูดคุยอยู่ 28 นาที แต่บ่ายเบี่ยงไม่ให้ข้อมูลพูดแต่เรื่องอื่น ก่อนวางสายขออนุญาตเขียนข่าวแต่ไม่ยอม หลังจากนั้น 2-3 วัน น.ส.มณิตากลับนำคลิปเสียงสนทนาไปตัดต่อเหลือ 3 นาที โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Manita Rattanakasemchai (Marnie)” ถูกโยงเป็นตัวกลางแก้ตัวกับเพจดอกจิกที่โจมตีเกี่ยวกับอาหารเสริมชนิดต่างๆ จริงๆแล้วตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพจ แค่นำเสนอข้อมูลตามหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อเตือนผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังคอมเมนต์ด่าทอตนว่า ไม่มี จรรยาบรรณ ส่วนคลิป 3 นาทีที่ถูกตัดต่อพบว่าเป็นคำพูดลักษณะสนับสนุนอาหารเสริมลีน อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ เผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปอท.รับเรื่องและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำส่งผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป

ที่ จ.เชียงราย นางพัชรี สุจิตนภิศธรรม นาย ด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย แถลงข่าวตรวจยึดยาลดความอ้วนยี่ห้อลีน 232 กล่อง และยาดีท็อกซ์ ยี่ห้อลีน 160 กล่อง เมื่อช่วงเช้าสืบทราบว่า มีขบวนการลักลอบขนยาลดความอ้วนผ่านชายแดน สั่งการให้ ส.อ.พิมล วัชรญาณวิสุทธิ์ หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ด่านศุลกากรแม่สาย ตรวจเข้มที่ด่านพรมแดนสะพานแห่งที่ 1 อ.แม่สาย พบชาย 2 คนเดินหิ้วถุงสัมภาระออกจากด่านท่าขี้เหล็กข้ามสะพานแม่น้ำสายมาช่องทางขาเข้า จึงเรียกหยุดขอตรวจค้น แต่ชายทั้ง 2 คนทิ้งถุงรีบเดินข้ามกลับไปยังฝั่งท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา ตรวจสอบพบเป็นยาลดความอ้วนลีนจึงยึดไว้ เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงปัญหาหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์เสริมว่า วันนี้สั่งย้ำเตือนไปแล้ว ขณะนี้ อย. สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีมาตรการเพิ่มเติมออกมา เดิมอาจทำงานเฉพาะข้อเรียกร้องหรือร้องเรียนแจ้งกลับให้ตรวจสอบเป็นหมื่นๆกิจกรรม ทำงานลำบาก วันนี้ให้ไปดูว่าต้องปรับบุคลากรต่างๆให้มากขึ้นเพียงพอหรือไม่ ตนต้องการให้ตรวจสอบอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการสุ่มตรวจหรือการตรวจเมื่อจดขึ้นทะเบียนต่างๆ เท่าที่ทราบมีการจดทะเบียนจัดตั้ง ขายอะไรต่างๆเดือนหนึ่งเป็นหมื่นๆราย ปีหนึ่งเป็นล้านราย ดังนั้นต้องมาพิจารณาว่า เราจะเข้าถึงปัญหาเหล่านี้ให้ทั่วถึงได้อย่างไร สำคัญที่สุดประชาชนผู้บริโภคต้องเป็นผู้ตรวจสอบด้วย ช่วยกันดูเพราะทุกคนเป็นคนที่เข้าถึงผลิตภัณฑ์ จะซื้อของซื้อยาต้องตรวจสอบ สอบถามมาได้ว่า อย.ใช่หรือไม่ เพราะการทุจริตการคดโกงหลอกลวงคนทั้งรู้และไม่รู้ยังคงมีอยู่ในระบบ อย่าให้มันเป็นประเด็นความขัดแย้งอีกเลย เราต้องเอาปัญหามาแก้ไขให้หมด

ขณะที่ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีทันตแพทย์รีวิวผลิตภัณฑ์สุขภาพถือว่าผิดจรรยาบรรณหรือไม่ว่า ตามข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม 2538 หมวด 3 ว่าด้วยการโฆษณาการประกอบวิชาชีพทันตกรรม มุ่งเน้นดูแลการประกอบวิชาชีพทันตกรรม และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับทันตกรรมเท่านั้น ประเด็นการรีวิวที่ดูเหมือนการโฆษณาสินค้าความงามไม่เกี่ยวข้องกับทันตกรรม ดังนั้น การรีวิวจึงไม่ขัดต่อจรรยาบรรณหมวด 3 แต่จรรยาบรรณหมวด 1 ระบุเกี่ยวกับความประพฤติทั่วไปผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมต้องไม่ประพฤติหรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพฯ ต้องดูว่าการรีวิวดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ หากตำรวจสั่งฟ้องและศาลพิพากษาว่าผิด ต้องพิจารณาต่อว่าการไปรีวิวสินค้าในนามส่วนตัวหรือฐานะวิชาชีพ เป็นเหตุเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพทันตกรรมหรือไม่ หากพบว่าเสื่อมเสียจะมีบทลงโทษ ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต เพิกถอนใบอนุญาต

ด้าน ผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า ปกติผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล ต้องไม่จูงใจหรือชักชวนผู้อื่นให้รับบริการพยาบาลเพื่อประโยชน์ของตน รวมการห้ามโฆษณาสินค้าด้วย หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามา สภาการพยาบาลจะตรวจสอบผู้ถูกร้องว่า เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ภายใต้การกำกับดูแลของสภาการพยาบาลหรือไม่ เพราะหลายๆครั้งทั้งทีวีและสื่อสังคมออนไลน์ออกข่าวว่า เป็นพยาบาล เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล เป็นแค่ผู้ช่วยพยาบาล หรือพนักงานให้การดูแล หรือเจ้าหน้าที่ประเภทอื่น หากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลจริง สภาการพยาบาลจะมอบคณะอนุกรรมการจริยธรรมสืบสวน แสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีมูลหรือไม่ ถ้ามีมูลว่าทำการไม่ถูกต้อง คณะกรรมการสภาการพยาบาลจะตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาโทษ ทั่วไปการพิจารณาโทษของสภาวิชาชีพมีหลายระดับ เริ่มจากว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพิกถอนใบอนุญาต และที่รุนแรงที่สุดคือการเพิกถอนสมาชิกภาพ

ส่วน ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาเภสัชกรรมมีแนวปฏิบัติเรื่องโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆอยู่แล้ว ต้องดูว่าภาพเภสัชกรรมคนนั้นถูกคัดลอก หรือเจ้าตัวรู้และยินยอมหรือไม่ ถ้าไม่ยินยอมถือว่าเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ หากยินยอมเท่ากับมีส่วนรู้เห็น จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณี เรื่องนี้ถือว่าผิดจรรยาบรรณ เพราะเป็นหน้าที่พื้นฐานของเภสัชกร การปล่อยหรือยินยอมให้ใช้ภาพโฆษณาถือเป็นการประมาทเลินเล่อ โทษทั้งตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาภาคทัณฑ์ไป 2 คน เนื่องจากพบว่าถูกนำภาพไปใช้แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้ คำว่ารีวิวอาจหมายถึงการโฆษณาสินค้านั้นๆ แต่ในทางวิชาชีพไม่ใช่ ถือว่าเป็นการทดสอบสินค้า ใครทำถือว่าผิด ที่ผ่านมาพบเภสัชกรโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านอินเตอร์เน็ตเยอะขึ้น เพราะยังทำได้กรณีเป็นยาสามัญ แต่ยาอันตรายไม่ได้ และยังมีคนแอบโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างประกาศเตือนห้ามเภสัชกรทั่วประเทศ ไม่ให้โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมอบอนด์น้ำผึ้ง เทคมีเอ๊าท์หญิงย้วยข่าวหน้า1เมจิกสกิน

คุณอาจสนใจข่าวนี้