หวนซูเต้าหยิน ขุนนางสมัยราชวงศ์หมิง มีคำสอนดีๆสลับเรื่องเก่าในประวัติศาสตร์บ้าง นิทานบ้าง หลายเรื่อง เรื่องที่เล่ากันแพร่หลาย เล่าแล้วก็เล่าได้อีก ก็คือเรื่องม้าหายครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่หมู่บ้านชายแดน มีพ่อเฒ่าคนหนึ่งเลี้ยงม้าไว้หลายตัว วันหนึ่งม้าหนุ่มพ่วงพีที่รักมากตัวหนึ่งหายไป เพื่อนบ้านรู้ข่าวก็พากันมาแสดงความเสียดายเสียใจแต่เปล่า! พ่อเฒ่ากลับเฉย ไม่มีท่าทียินดียินร้ายอะไรออกมาไม่นาน ม้าหนุ่มพ่วงพีตัวนั้นก็กลับมา แถมม้าตัวเมียตามมาหลายตัว ตามธรรมเนียม เพื่อนบ้านหน้าเก่า ก็ชวนกันมา แสดงความยินดี“จะดีใจ ไปทำไม?” พ่อเฒ่าก็ยังอารมณ์เดิมคราวนี้เพื่อนบ้านติดใจ กลับไปชวนกันสุมหัวนินทา...เรื่องที่พ่อเฒ่าควรเสียใจ เมื่อไม่เสียใจ ก็ไม่หนักหนา แต่เรื่องที่ควรยินดี ก็ควรแสดงอาการยินดีปรีดาให้เห็นบ้างเวลาผ่านไปพักใหญ่ ลูกชายพ่อเฒ่าที่ชอบขี่ม้า ก็ตกม้าขาหัก อาการหนักหนาเดินไม่ไหวพ่อเฒ่าก็ยังรักษาอารมณ์เจ...แบบเดิมๆไว้ เพื่อนบ้านที่เริ่มทำใจ ต่างก็เก็บอาการ ไม่กล้ามาแสดงความเสียใจให้เห็นต่อมา บ้านเมืองเกิดสงคราม ทางการเกณฑ์ชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้านไปเป็นทหาร แต่ลูกชายพ่อเฒ่ารอดเกณฑ์ ข่าวที่ส่งตามมา ชายหนุ่มที่ไปรบแนวหน้าทุกคนตายเพื่อนบ้าน เห็นชัดเจน ลูกชายพ่อเฒ่า เป็นคนเดียว ที่โชคดีเล่าเรื่องม้าหาย แล้ว หวนซูเต้าหยิน มีคำสอนสั้นๆ...เพราะฉะนั้น การประกอบซึ่งกันและกันของทุกข์และสุข เป็นสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง จะมีก็แต่คนที่เข้าใจและปลงได้จึงสามารถมองความสุข ความทุกข์ ความราบรื่น ความล้มเหลวได้มีเรื่องเล่าแบบนิทานแล้ว หวนซูเต้าหยิน ก็เล่าเรื่องในประวัติศาสตร์จีน ยุคจั้นกว๋อ...อิ่นจื่อเหวิน ผ่านการเป็น อัครมหาเสนาบดี แคว้นฉู่ ถึงสามครั้งทุกครั้ง เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทียินดีปรีดาออกมา ทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างสัตย์ซื่อถือคุณธรรมและทุกครั้งที่ถูกปลดจากตำแหน่ง...อิ่นจื่อเหวิน มอบหมายงานให้ผู้รับตำแหน่งต่ออย่างสบายใจ...ไม่แสดงท่าทีเสียอกเสียใจอะไรออกมาเลยผู้นำที่มีระดับจิตใจได้อย่าง อิ่นจื่อเหวิน หาได้ยากมากโลกเรานี้ มีสิ่งสองด้าน เกิดขึ้นมาคู่กันเสมอ เมื่อตกฟากเปล่งเสียงร้องอุแว้ๆ เด็กที่เกิดมาคงไม่รู้ว่า ในระหว่างการคลอดนั้น ผู้เป็นแม่ได้วนเวียนอยู่ริมขอบเหวแห่งอันตราย แค่ไหนมหาเศรษฐีมีเงินท่วมหัว ก็คอยแต่เป็นกังวล กลัวถูกโจรปล้นหมดตัวการกำเนิดชีวิต การมีเงินมหาศาล ดูเหมือนเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็มีอีกด้านที่น่าวิตกคนยากจนต้องโอดครวญเพราะความทุกข์ ครั้นเมื่อพอเงยหน้าอ้าปาก จึงรู้ว่าการประหยัดมัธยัสถ์จะทำให้เขามั่งมี คนป่วยหนักไปครั้งหนึ่ง เมื่อหายป่วยจึงรู้จักถนอมรักษาสุขภาพร่างกายเมื่อเป็นเช่นนี้ ความยากจนกับความเจ็บป่วย ซึ่งเป็นเรื่องต้องห่วงกังวล ก็กลับมีเรื่องที่น่ายินดีอยู่ด้วยหวนซูเต้าหยิน ให้บทสรุปคำสอนเรื่องนี้ว่า ผู้รู้แจ้งจึงลืมทั้งความดีใจ และความเสียใจ ควรเป็นเช่นผู้เฒ่าเลี้ยงม้า...มองเห็น ความราบรื่นและอุปสรรคเป็นเช่นเดียวกัน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม