ท่ามกลางความเดือดร้อนของเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์?ล่าสุด พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คลอดมาใช้เป็นเวลา 5 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือของตำรวจในการหยุดยั้งขบวนการเหล่านี้ บก.สอท.เลยเอาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ1.เมื่อประชาชนถูกหลอกลวง หรือสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ (มาตรา 7 และ 8) ให้รีบแจ้งธนาคาร หรือสถาบันการเงินผ่านหมายเลขศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพทันที เพื่อยับยั้งการทำธุรกรรมการเงินต้องสงสัยชั่วคราว จากนั้นเร่งเข้าแจ้งความโรงพักใกล้บ้านได้ทุกท้องที่ทั่วประเทศหรือแจ้งผ่านออนไลน์ www.thaipoliceonline.com ภายใน 72 ชม. เพื่อให้พนักงานสอบสวนส่งหมายอายัดเงินในบัญชีให้สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจภายใน 7 วัน2.กำหนดให้มีระบบการเปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูล (มาตรา 4 และ 5) ระหว่างสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม หรือผู้ให้บริการอื่นให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และ ปปง. มีอำนาจนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาการรับจ้างเปิดบัญชีเงินฝาก การครอบครองหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ไม่สามารถระบุผู้ใช้บริการได้ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพเข้าถึงประชาชน และติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ3.กำหนดความผิดและโทษ (มาตรา 9 10 และ 11) ผู้ใดเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือให้บุคคลอื่นใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับผู้ใดเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีเงินฝาก มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2–5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดเป็นธุระ จัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2–5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ4.การเปิดเผยแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พ.ร.ก.นี้ ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่จะเปิดเผยให้ผู้อื่นซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ได้ (มาตรา 12)ก่อนหน้านี้ไม่มีกฎหมายเอาผิดพวกบัญชีม้าซิมม้าโดยตรง ตอนนี้มีแล้วนะครับ.สหบาท