“หมอธีระ” เปิดข้อมูลนักวิจัย จีน ไวรัสโควิดมีระยะฟักตัวสั้นลง โดยสายพันธุ์ดั้งเดิม“อู่ฮั่น” ติดเชื้อจนถึงมีอาการป่วย ใช้เวลา 5 วัน แต่ “โอมิครอน” ติดเชื้อ 3 วันหน่อยๆก็ออกอาการแล้ว พบคนที่ติดเชื้อแล้วป่วยรุนแรง มีแนวโน้มระยะฟักตัวของเชื้อสั้นกว่าคนที่ติดเชื้อแล้วอาการน้อย ขณะที่นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค ชี้ระยะฟักตัวของเชื้อที่สั้นลง มีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน ด้านอธิบดีกรมอนามัย เผยผลโพลเดือน ส.ค.พบคนไทยมีพฤติกรรมป้องกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น ทั้งสวมหน้ากาก-ล้างมือ-เว้นระยะห่าง ส่วน บ.ไฟเซอร์ฯยื่นเอฟดีเอมะกันขออนุมัติใช้วัคซีนรุ่นปรับปรุง แต่ที่ปรึกษาอิสระค้าน หลังพบมีเพียงผลการทดลองในหนูขาว ไม่มีข้อมูลการทดสอบในคนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในไทย แม้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบสัปดาห์ยังสูง แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ศูนย์ บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ ศบค.ระบุผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน รพ.) จำนวน 1,488 คน หายป่วย 2,394 คน กำลังรักษาใน รพ. 17,897 คน ผู้ป่วยปอดอักเสบ 839 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 427 คน ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 26 คน ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2563 ไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,637,199 คน หายป่วย 4,587,221 คน และเสียชีวิตสะสม 32,081 คน ส่วนการฉีดวัคซีน วันที่ 22 ส.ค.ฉีดได้เพิ่ม 13,975 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 1,365 คน เข็มที่ 2 จำนวน 2,003 คน และเข็มที่ 3 จำนวน 10,607 คน ขณะที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ระบาดของไทยว่า จำนวนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 ส.ค. สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก และอันดับ 6 ของเอเชีย พร้อมอัปเดตความรู้เกี่ยวกับระยะฟักตัวของโรคโควิด-19 โดย Wu Y และคณะ จากประเทศจีน ได้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับระยะฟักตัวเฉลี่ยของโรคโควิด-19 จำแนกตามสายพันธุ์ต่างๆ เผยแพร่ในวารสารการแพทย์สากล JAMA Network Open เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2565 สาระสำคัญคือหนึ่ง สายพันธุ์ของไวรัสโรคโควิด-19 มีระยะฟักตัวเฉลี่ย (ระยะเวลาตั้งแต่มีการติดเชื้อจนเริ่มมีอาการ) สั้นลงอย่างต่อเนื่อง โดยสายพันธุ์อัลฟา เริ่มติดเชื้อจนมีอาการ ใช้เวลาราว 5 วัน สายพันธุ์เบตาใช้เวลา 4.5 วัน สายพันธุ์เดลตา ใช้เวลา 4.41 วัน และสายพันธุ์โอมิครอนที่ระบาดปีนี้ ใช้เวลาสั้นลงเหลือ 3.42 วันรศ.นพ.ธีระระบุอีกว่า การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า สายพันธุ์อัลฟากับเบตานั้นมีระยะฟักตัวพอๆกับสายพันธุ์ดั้งเดิมที่เริ่มระบาดที่อู่ฮั่น (ราว 5.2 วัน) แต่สายพันธุ์ที่ระบาดตั้งแต่กลางปีที่แล้วเป็นต้นมาคือ เดลตาและโอมิครอน มีระยะฟักตัวที่สั้นลงกว่าเดิมอย่างชัดเจน หากลองจำแนกตามความรุนแรงของโรค จะพบว่าคนที่ติดเชื้อแล้วป่วยรุนแรง มีแนวโน้ม ที่จะมีระยะฟักตัวของเชื้อสั้นกว่าคนที่ติดเชื้อแล้วอาการน้อย ประโยชน์ของงานวิจัยนี้ ช่วยให้เราทราบธรรมชาติของโรค และคอยสังเกตอาการผิดปกติหลังจากมีประวัติไปคลุกคลีสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ และการใช้ชีวิตประจำวันจำเป็นต้องตระหนักและใส่ใจต่อสุขภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัว การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้มาก ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลการสำรวจอนามัยโพล ในเดือนสิงหาคม 2565 พบว่าประชาชนสวมหน้ากากมากขึ้น จากร้อยละ 94.2 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95.5 เหตุผลเนื่องจากเข้าสถานที่หรืออาคารปิด ใกล้ชิดผู้ป่วย ผู้เสี่ยงสูง ผู้สูงอายุ และเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันหนาแน่น พบมีการล้างมือเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 86.9 เป็นร้อยละ 88.4 เนื่องจากต้องหยิบจับสิ่งของต่างๆร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และมีการเว้นระยะห่างเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 86.3 เป็นร้อยละ 87.2 เพราะจะต้องไปเจอกลุ่ม 608 หรือพบเจอคนที่ไม่รู้จัก และขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดีขึ้น แต่เพื่อความไม่ประมาทและป้องกันตนเองจากความเสี่ยง ประชาชนยังคงพึงปฏิบัติพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดี พร้อมทั้งตรวจ ATK ทันทีเมื่อมีอาการน่าสงสัย หรือตรวจหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้เสี่ยงสูง 3-5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19วันเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี รายงานว่าบริษัทไฟเซอร์ สหรัฐอเมริกา และไบออนเทค เยอรมนี ยื่นเรื่องขออนุมัติการใช้งานวัคซีนต้านโควิด-19 รุ่นปรับปรุง ที่สามารถรับมือเชื้อโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) โดยนางแอบบี คาโปเบียงโก โฆษกเอฟดีเอกล่าวว่าจะพิจารณาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แน่ใจว่าการกระจายวัคซีนรุ่นปรับปรุงจะเป็นไปตามกำหนดในช่วงปลายเดือน ก.ย.เป็นต้นไป กระนั้นก็มีเสียงทัดทานจากที่ปรึกษาอิสระของเอฟดีเอ อาทิ นายพอล ออฟฟิต ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อ รพ.เด็กฟิลาเดลเฟีย ระบุว่าข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนรุ่นปรับปรุงที่ไฟเซอร์ส่งเข้ามา มีเพียงผลการทดลองในหนูขาวเมื่อเดือน มิ.ย.ว่าหนูมีภูมิคุ้มกันเพิ่ม 2.6 เท่า แต่ไม่มีข้อมูลการทดสอบในคน เช่นเดียวกับนายปีเตอร์ โฮเตซ ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อ วิทยาลัยการแพทย์รัฐเท็กซัส ก็มองว่าควรรวบรวมข้อมูลการทดสอบในคนก่อน และจะประหลาดใจมากหากเอฟดีเออนุมัติโดยดูเพียงข้อมูลการทดสอบในหนู