ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีแผนดำเนินการให้โรคไวรัสตับอักเสบซีหมดไปภายในปี 2573 ตามหลักสากล เนื่องจากโรคไวรัสตับอักเสบซี ก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับได้นั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องตรวจวินิจฉัยเร็ว และได้รับการรักษาด้วยยาโดยเร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี เป็นสิทธิประโยชน์การรักษาในระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ ซึ่งตามมาตรฐานการรักษา มียาสูตรรวมเม็ด (Sofosbuvir+Velpatasvir) รับประทาน 12 สัปดาห์ สามารถรักษาไวรัสตับอักเสบซีให้หายขาดได้ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมรับหน้าที่ผลิตยาดังกล่าวนั้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการจัดหายาไวรัสตับอักเสบซีให้แก่ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะมีราคาต่อคอร์สการรักษาอยู่ที่ประมาณกว่า 20,000 บาท โดยผู้ป่วยต้องรับประทานยาติดต่อกันต่อคอร์สประมาณ 3 ขวด ขวดละ 28 เม็ด หากทานติดต่อกันจะหายขาดได้ อย่างไรก็ตาม อภ.สามารถผลิตยาได้เอง และล่าสุดได้รับทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว อยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียน ต้องผลิตให้ได้คุณภาพอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถผลิตจำหน่ายได้ คาดว่าจะพร้อมใช้ภายในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งราคาจะต่ำกว่านำเข้ามาแน่นอนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจาก สธ. เปิดเผยจำนวนผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีในประเทศไทยมีประมาณ 400,000 ราย ในจำนวนนี้เกิดภาวะตับแข็งประมาณ 80,000 ราย และมะเร็งตับประมาณ 3,200 รายต่อปี สธ.จึงเพิ่มยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี (จ2) เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับคนไทย และใช้แนวทางการวินิจฉัยด้วยวิธี Test and Treat เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยันและได้รับยารักษาเร็วที่สุด.