เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า ตนได้สื่อสารทำความเข้าใจผู้บริหาร สพท.เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ คือการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 แบบออนไซต์อย่างเต็มรูปแบบในโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายให้เด็กได้มาโรงเรียนอย่างปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันเมื่อเปิดภาคเรียน 1 เดือนแล้วเราได้พบปัญหาในสถานศึกษา เช่น ความรุนแรงระหว่างนักเรียน การลงโทษนักเรียน ทรงผม เครื่องแบบนักเรียน เป็นต้น รวมถึงพบภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่มีมากขึ้น ซึ่งประเด็นปัญหาเหล่านี้ต้องมีการปรับทัศนคติกันใหม่ จึงมอบแนวทางให้ สพท.ติดตามและทำความเข้าใจโรงเรียนในสังกัด เพราะทราบดีว่าที่ผ่านมาการเรียนแบบออนไลน์กว่า 2 ปี อาจส่งผล ให้พฤติกรรมระหว่างนักเรียนและครูยังไม่เข้าใจบริบทของการเรียนการสอนเท่าที่ควร ดังนั้น ช่วงเวลา 3 เดือนของการเปิดภาคเรียนตนจึงอยากให้ครูตั้งหลักปรับบทบาทมาเป็นพ่อแม่คนที่สอง พักความเข้มข้นด้านวิชาการลง และสร้างบรรยากาศความสุขในห้องเรียนแก่เด็ก ทำให้โรงเรียนเป็นบ้านแห่งความสุข“นอกจากโรงเรียนจะเติมทักษะด้านวิชาการเพื่อลดภาวะการเรียนรู้ถดถอยแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือโรงเรียนจะต้องทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุขก่อน จากนั้นค่อยมีการต่อยอดการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ เพราะการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน นอกจากนี้ ผมยังต้องการให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย โดยให้โรงเรียนเป็นหน่วยพัฒนาคนของชุมชน โรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่แม้เด็กจะเหลือน้อยก็ไม่จำเป็นต้องไปยุบ แต่สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันกับโรงเรียนคุณภาพชุมชนได้ สำหรับข้อมูลโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนเด็กเป็นศูนย์กว่า 200 แห่งนั้น การจะยุบโรงเรียนที่ไม่มีเด็กจะต้องมีการทำความเข้าใจกับคนในชุมชนและดูบริบทหลายอย่าง เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งได้รับบริจาคมา หรือเป็นที่ดินของหน่วยงานอื่น รวมถึงชาวบ้านช่วยกันสร้างมา ดังนั้น จะต้องสำรวจข้อมูลโรงเรียนเหล่านี้และอาจนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นในอนาคต อย่างไรก็ตามขณะนี้ภาพความสำเร็จของการบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพชุมชนได้เกิดขึ้น ผมชู “สระแก้วโมเดล” ให้เป็นตัวอย่างแก่ สพท.อื่นๆนำไปสู่การปฏิบัติ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.