เด็กริมคลองรุ่นผม คุ้นเคยแม่ค้าขายขนมกลางคืน...ย้ำกลางคืน โดยเฉพาะคืนเดือนมืด พอได้ยินเสียง “ขนมแม่เอ๊ย!” มองผ่านพุ่มหิ่งห้อยต้นลำพูหน้าบ้าน เห็นแต่แสงไฟวูบวับจากตะเกียงในเรือแม่ค้าชื่อขนมที่แม่ค้าพรรณนาคล้องจอง...“อ้อยจีนบางใหญ่อ้อยไทยบางโควัด ข้าวหลามตัดวัดระฆัง ขนมฝรั่งกุฎีจีน ” ฯลฯ...หมดชื่อขนม แม่ค้าลากเสียงจบยาว...แม่เอ๊ย! เสียงแม่ค้าแหลมหวาน สะท้านไปทั้งคุ้งแม่น้ำคำร้องแม่ค้าที่ว่า เป็นของแม่ค้าบางกอก ริมเจ้าพระยา อาจารย์ ส.พลายน้อย เล่าไว้ในหนังสือขนมแม่เอ๊ย! ว่า ชื่อขนมตัวอย่างที่ว่านั้น ตอนนี้ เหลือแต่ขนมฝรั่งกุฎีจีนอย่างเดียวตอนนี้ผมคิดง่ายๆ เวลาเปลี่ยนไป เรือขนมแม่เอ๊ย! ที่ผมเคยฝังใจ...ก็หมดไปเป็นธรรมดาแต่มีความจริง ลึกยิ่งไปกว่า เหตุที่แม่ค้าขนมแม่เอ๊ย! หาย มีเงื่อนงำมากไปกว่านั้นส.พลายน้อย ยกนิราศเกาะจาน แต่งปลายสมัยรัชกาลที่ 4 บรรยายถึงเรือแม่ค้าขายขนมในคลองบางกอกใหญ่ในลำคลองบ้างก็ร้องขายขนม ทั้งกล้วยส้มหลายอย่างต่างจัดสรร เที่ยวเร่ร้องก้องเสียงสำเนียงครัน ทั้งหวานมันแม่เอ๋ยอย่าเฉยไป ได้ฟังเรียกดูน่าจะอร่อย ถึงจืดหน่อยก็ไม่ว่าพอปราศรัย บ้างชิมของมองหน้าบ้างหาไฟ แกล้งส่องได้เขี่ยสว่างกระจ่างตาถ้าโดนแก่แม่ม่ายแล้วไม่ซื้อ เสียงอออือไม่อร่อยปล่อยเสียหนา ต่างสำรวลสรวลเสเสียงเฮฮา จนนาวามาถึงทางเรียกบางบอนที่จริงภาษากลอนเข้าใจได้ แต่ผมอยากขออธิบายให้เห็นบรรยากาศ...คลองบางกอกใหญ่ ที่ปากคลองเรียก “บางหลวง” นั้น สมัย ร. 4 สองฝั่งคลองแน่นขนัดไปด้วยบ้านเรือน ลำคลองจอแจแออัดไปด้วยเรือแพที่สัญจรไปมาหลับตานึก จากปากคลองบางหลวง...เรือหนุ่มๆลำนั้นกว่าจะไปถึงบางบอน...ต่างก็สนุกเฮฮา กับการได้เรียกหรือเหเข้าหาเรือแม่ค้า...ซึ่งคงมีขายตลอดคลองชื่อขนม ที่แม่ค้าร้องขาย...นั้น เป็นแรงดึงดูดให้พวกหนุ่ม เกาะเรือขนมได้จ๊ะจ๋า อยากดูหน้าแม่ค้า...ก็พยายามส่องไฟ ถ้าเจอแม่ค้าสวย ก็ทำทีต่อรองซื้อขนมนาน แต่ถ้าเจอสาวแม่ม่าย...ไม่สวย ก็เหหัวเรือหนีด้วยเหตุนี้ คนขายขนมกลางคืนจึงต้องเป็นสาวๆสวยๆ เพราะถ้าเป็นคนแก่หรือผู้ชาย ก็คงจะหาคนซื้อยากการขายขนมสมัยก่อน ไม่ต่างจากสมัยนี้ คือมีแหล่งทำแล้วมีคนไปซื้อมาขาย ตัวอย่าง อ้อยไทยบางโควัด ข้าวหลามตัดวัดระฆัง...นั่นปะไรจะเอาไปขายที่ร้าน หรือถ้าเป็นบนบก หาบเร่ก็ได้มีบันทึกเป็นทางการ พ.ศ.2398 ที่เมืองกาญจนบุรี มีเรือขนมเบื้องเร่ขาย และก็ขายได้ดีตลอดทั้งปี จนแม่ค้าต้องเสียค่าอากรตลาดปีละ 1 สลึงมาถึงวันนี้ การสัญจรทางน้ำไม่มี เรือแม่ค้าก็เปลี่ยนมาขายตามถนน ใช้รถเข็น รถเครื่อง ร้องขายกันด้วยเครื่องขยายเสียง ลีลาร้องแบบเก่า “ขนมแม่เอ๊ย!” ของแม่ค้าไม่เหลืออยู่อีกแล้วผมตั้งใจหาเรื่องเก่าๆ ฟังเพลินๆมาเล่า ซื้อเวลา ระหว่างฟังการอภิปรายงบประมาณ เท่าที่สดับตรับฟัง...ขนม เอ๊ย! งบประมาณ...จะอร่อยถูกปากมากน้อยหรือไม่ ถูกใจคนขายแค่ไหน ก็คงจะขายได้ เป็นที่เรียบร้อยที่เดากันได้ง่าย เพราะมีสิ่งบอกเหตุ...การเจรจาเหมาสวนกล้วย ผ่านไปก่อนด้วยดี เมื่อกล้วยป่า (รอยต่อ) ขายได้ อ้อยจีนบางใหญ่ อ้อยไทยบางโควัด เอ๊ย! งบประมาณก็ผ่านสภา...ได้ ไปตามเหตุปัจจัยที่สอดคล้องต้องกัน.กิเลน ประลองเชิง