นายอาทร บุญคุ้มครอง ประธานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพผู้ได้รับผลกระทบตาม ว13 เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีผู้ที่ยื่นคำขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ ว13 ตั้งแต่ปี 2559 จำนวน5,337 ราย ได้รับการพิจารณารับรองคุณสมบัติเพียง 400 รายเศษ ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นว่าตนเองพิจารณาผิดพลาด จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านการรับรองยื่นคำขอทบทวนมติ ก.ค.ศ.ได้ ไม่เกินวันที่ 25 พ.ค.2563 โดยมีผู้ยื่นคำขอทบทวน 1,933 ราย ซึ่งได้ทราบว่า ก.ค.ศ.ปฏิบัติการพิจารณารับรองคุณสมบัติเฉพาะผู้ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปตามที่ ก.ค.ศ.กำหนดเท่านั้น แต่ไม่ได้พิจารณารับรองคุณสมบัติผู้ที่มีผลงานดีเด่นที่ส่วนราชการต้นสังกัดพิจารณาเห็นว่ามีคุณภาพเทียบเคียงกับรางวัลสูงสุดระดับชาติ ซึ่งเป็นเรื่องการเลือกปฏิบัติ ทางเครือข่ายฯขอให้ชะลอการพิจารณาทบทวน แต่กลับไม่มีการชะลอและไม่หาแนวทางแก้ไขปัญหาแต่อย่างใดจึงขอเรียกร้องต่อ รมว.ศธ.ให้สั่งการให้ ก.ค.ศ. ชะลอหรือหยุดการประกาศผลคุณสมบัติเข้ารับการประเมินการขอทบทวนมติ ก.ค.ศ. ไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา ตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบจากการพิจารณาคุณสมบัติเข้ารับการประเมินและขอทบทวนมติ ก.ค.ศ. โดยให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมเป็นคณะกรรมการ และขอมติ ก.ค.ศ. เพื่อเห็นชอบเยียวยาอนุโลมรับรองคุณสมบัติเข้ารับการประเมินเฉพาะผลงานดีเด่นที่เคยรับรองและอนุมัติมาแล้วจำนวน 53 รายการและผลงานดีเด่นอื่นที่ชี้แจงองค์ประกอบได้ตามข้อ 13 โดยยึดตามแนวคำพิพากษาของศาลปกครองพิษณุโลกด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.ไปหาแนวทางแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งตนพร้อมดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ขอดูกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนว่าจะดำเนินการช่วยเหลือในแนวทางไหนได้บ้าง.