ผมเคยเขียนดักคอเรื่องหมู...หมูที่ไม่หมูกับแนวทางแก้ปัญหาของภาครัฐโดยทิ้งท้ายเอาไว้เกี่ยวกับประเด็นการปกปิดเรื่องโรค ASF หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Afican Swine Fever : ASF) ที่ กรมปศุสัตว์ปฏิเสธเหย็งๆว่าไม่ใช่โรค ASF แต่เป็น โรคเพิร์ส หรือ PRRSทำให้โรคมันลุกลามไปทั่วประเทศ จนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยพากันเจ๊ง ล้มหายตายจากไปก็มาก อันเป็นที่มาทำให้หมูขาดตลาด บ่อเกิดปัญหาราคาเนื้อหมูแพงเป็นประวัติการณ์อยู่ขณะนี้“ช้างตายทั้งตัว ยังเอาใบบัวปิดไม่มิด” แต่นี่ “หมูตายไปหลายหมื่นเล้าจะเอาใบบัวมาปิดให้มิดได้ยังไง”ผลสุดท้ายก็โป๊ะแตก เมื่อ ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย 14 สถาบัน “Thailand Veterinary Dean Consortium (TVDC)” นำโดย น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ประธานภาคีฯร่อนแถลงการณ์ถึง น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ แสดงความห่วงใยต่อ สถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร ระบุว่า“ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบ ด้วยคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย ทั้ง 14 สถาบัน มีความกังวลกับสถานการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับได้รับคำถามเป็นจำนวนมาก จากเกษตรกรและประชาชน ถึงสาเหตุและแนวทางในการแก้ไขจากการตรวจวินิจฉัยโรคโดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Afican Swine Fever : ASF) ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์แล้วนั้นภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ฯ ขอให้กรมปศุสัตว์พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนทางวิชาการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สร้างความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่ดีของวิชาชีพสัตวแพทย์ของประเทศไทย”เป็นการตบหน้าแบบนิ่มๆ ที่เอาแต่ปฏิเสธเสียงแข็งมาตลอด สงสัยท่านนายกฯต้องเอาจริง หวดให้หนักๆกันสักรอบขณะที่ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ เพิ่งจะงัวเงียนำทีมลงพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ตั้งเป้าให้เป็นพื้นที่นำร่อง ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยง กลับมาเลี้ยงสุกรได้อีกครั้งเนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือมีผู้เลี้ยงรายเล็ก รายย่อยกระจายอยู่ราว 70,000 ราย สำหรับพันธุ์สุกร จะเร่งจัดหามาจากศูนย์วิจัยของกรมปศุสัตว์ เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์ ที่มีแม่พันธุ์อยู่ราวๆ 5,000 ตัวรวมถึงการเจรจาขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่ มหาวิทยาลัยต่างๆ และวิทยาลัยเกษตรทั่วประเทศ ให้ช่วยผลิตลูกสุกรทั้งหมดอยู่ภายใต้กำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ผมไม่ติดใจกับการขอความสนับสนุนจากหน่วยงาน หรือองค์กรภาครัฐ ทั้งจากศูนย์วิจัยต่างๆ หรือมหาวิทยาลัยที่จะให้การสนับสนุนแต่ยังมีข้อกังวลกับการขอความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ จะมีเงื่อนไขอะไรที่ทำให้กลุ่มผู้เลี้ยงรายย่อยเหล่านี้ ต้องเสียเปรียบ ตกเป็นเบี้ยล่างให้กลุ่มทุนใหญ่อีกหรือไม่เพราะแน่นอนว่า “ของฟรีย่อมไม่มีในโลก”.เพลิงสุริยะ