“ผู้ป่วยโรคเอดส์” หรือ “ผู้ติดเชื้อ HIV” ที่มาจาก Human Immunodeficiency Virus ที่เชื้อไวรัสได้เข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ให้ร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยด้วยโรคชนิดต่างๆในเวลาต่อมาจนกระทั่งกลายเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS)เฉลิมพล พลมุข รองประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ บอกว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ในระดับโลกจากการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องเอดส์ปี 2564 ที่นิวยอร์ก ได้มีมติรับรองปฏิญญาทางการเมืองฉบับใหม่ เพื่อให้โลกได้ยุติปัญหาเอดส์ในปี 2573 หรืออีกเก้าปีข้างหน้าการระบาดของผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลกตั้งแต่ปี 2524 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 40 ปี พบผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 37.7 ล้านราย...เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ไปกว่า 36 ล้านราย ในปี 2563 พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก 26 ล้านคน...ความคืบหน้าของการทดลองวัคซีน อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยในเฟสที่ 3ข้อมูลหนึ่งจาก นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า สังคมไทยเราได้ดำเนินตามปฏิญญาทางการเมืองข้างต้น โดยมีเป้าหมายก็คือ...ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่เกินปีละ 1,000 คน...ลดการเสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคเอดส์ไม่เกินปีละ 4,000 คน...ลดการรังเกียจ ตีตรา เลือกการปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ให้ได้ร้อยละ 90 โดยในปี 2563 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 4,855 ราย เสียชีวิตจำนวน 11,882 คน... เฉลิมพล พลมุข รองประธานมูลนิธิธรรมรักษ์สะท้อนตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ในสังคมไทยเรา ตั้งแต่ พ.ศ.2527-2563 รวม 36 ปี มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 462,376 คน ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อที่รู้สถานะของตนเอง ร้อยละ 94.3 อยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ร้อยละ 83.5 ซึ่งอยู่ในภาวะแห่งการกดไวรัสหรือควบคุมไวรัสได้สำเร็จ ร้อยละ 97.2“เราๆท่านๆจะเห็นถึงข้อมูลและแนวทางแห่งการปฏิบัติงานในการควบคุมโรคเอดส์ของเมืองไทยเราที่ประสบผลอยู่ในระดับต้นๆของประเทศต่างๆได้เป็นอย่างดี” เฉลิมพล ว่าขณะเดียวกัน ภาครัฐได้สนับสนุนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้เข้าถึงชุดตรวจคัดกรองที่ผ่านมาตรฐานจาก อย. ตรวจหาเชื้อเอชไอวีจากการเจาะเลือดปลายนิ้วมือ รู้ผลภายใน 1 นาทีและชุดตรวจโดยใช้น้ำลายอ่านผลภายใน 20 นาที...มีจำหน่ายที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันอยู่ทั่วประเทศ สำหรับพฤติการณ์แห่งการ “รับเชื้อไวรัสเอชไอวี” ที่มีมาจากความหลายหลากแห่งบริบท สิ่งหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามและต้องการคำตอบก็คือ...การซื้อขายบริการทางเพศในสังคมไทยเราที่มีความหลากหลายท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สถานบันเทิงในยามค่ำคืน สถานบริการทางเพศ บาร์ คาราโอเกะ...เธค ผับ เด็กชงเหล้าเอนเตอร์เทน อาบอบนวด ฯลฯ ถูกปิดด้วยกฎหมาย...ข้อระเบียบเพื่อป้องกันการมั่วสุมแห่งการระบาด เขาเหล่านั้นที่หาเลี้ยงชีพด้วยภาวะเช่นนี้ทั้งสุจริต...ภาวะสีดำ...สีเทาของอาชีพ หลายคนต้องตกงาน หันไปสู่การขายบริการทางเพศในรูปแบบใหม่ เพื่อนเที่ยว การนัดหมายกันในโลกสังคมออนไลน์หรือ...กรณีเด็กนักเรียนมัธยมเข้าไปใช้บริการฝังยาคุมกำเนิดฟรีในบริการของรัฐ เขาเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยดังกล่าวเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยมิได้มองถึงการกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในอนาคตรวมถึงสถานที่บางแห่งที่หาง่าย ใช้บริการทางเพศที่มิได้แพงมากนักซึ่งเป็นที่รับรู้กันที่เป็นการเฉพาะของนักเที่ยวบริการทางเพศ... อดีตกาลไม่นานมากนัก ราวเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2536 ดิกชันนารีลองแมนฉบับภาษาอังกฤษและวัฒนธรรมมีการกล่าวถึงภาพลักษณ์ของเมืองไทยเราก็คือ “เป็นเมืองหลวงแห่งโสเภณีโลก”และในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 สื่อประเทศอังกฤษ “มิเรอร์” ได้รายงานถึงเมืองพัทยาว่าเป็น “นครหลวงแห่งเซ็กซ์ของโลก” มีโสเภณีมากถึง 27,000 คน... ต้องย้ำว่า...“สุขภาพร่างกาย จิตใจ สังคมของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ในยุคปัจจุบันเขาเหล่านั้นสามารถใช้ชีวิตได้เช่นเดียวกับผู้คนปกติในสังคม บางคนมีร่างกายแข็งแรง มิได้บ่งบอกว่าเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี...ผู้ป่วยเอดส์ สามารถประกอบหน้าที่การงานปกติได้...หลากหลายสถานประกอบการก็รับเข้าทำงาน”ขณะที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหลายคนเป็นคนดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคมรอบข้าง เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม คำถามหนึ่งก็คือมีหน่วยงานใดรับเป็นเจ้าภาพเพื่อให้คุณภาพชีวิตเขาเหล่านั้นเป็นคนดีของสังคม? “วัดพระบาทน้ำพุ” มูลนิธิธรรมรักษ์ โดย พระราชวิสุทธิประชานาถ หลวงพ่ออลงกต ได้ให้การช่วยเหลือดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าวทั้งเด็กติดเชื้อ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้อง ผู้ติดเชื้อที่แขนขาพิการ ตาบอด หูหนวก สุนัข แมวที่ถูกทอดทิ้งมาตั้งแต่ปี 2535กระทั่งถึงปัจจุบันนี้ผู้ติดเชื้อ...บางคนยังคงพบกับปัญหาเดิม อาทิ ญาติพี่น้องยังกลัวปฏิเสธ รังเกียจที่จะให้อยู่ร่วมกันในบ้าน ก็ได้มาพักอาศัยภายในวัด หลวงพ่อท่านจัดหน้าที่การงาน อาชีพให้ทำ มีรายได้ ไม่เป็นภาระของสังคม... “สังคมไทย” เราส่วนหนึ่งมีทัศนคติที่ดีต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ แต่จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวียังคงกระจายอยู่ในทุกจังหวัด อาจรวมถึงสถานที่กักขังจองจำต้องโทษในเรือนจำ ทัณฑสถาน...พฤติกรรมการใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดยังคงมีอยู่ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยยังคงมีอยู่รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆที่จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ยังคงเกิดขึ้นในสังคมไทย ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าในการทดลองวัคซีนเอดส์ยังต้องรอความหวัง หรือตัวยาที่มารักษาการติดเชื้อ หรือรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ ยังเป็นความคาดหวังในอนาคตที่มิอาจจักบ่งบอกถึงวันเวลาที่แน่ชัดนักข้อเท็จจริงหนึ่งทั้งของสังคมไทยเราและสังคมโลกทุกวันนี้ หากใครคนใดคนหนึ่งกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือกลายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เขาเหล่านั้นย่อมทราบถึงการบริการทางการแพทย์ที่รองรับ เฉลิมพล ย้ำว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ในยุคนี้ ยุคการแพร่ระบาด “โควิด-19”...ยังคงมีคำถามที่ต้องการคำตอบ...การป่วยเป็นโรคเอดส์หรือการป่วยเป็นโรคโควิด-19 ต่างก็มีเหตุอันเนื่องมาจากร่างกายขาดภูมิคุ้มกันที่บกพร่องของชีวิต การใช้ชีวิตที่ประมาท ขาดการวิเคราะห์ไตร่ตรองถึงชีวิตที่ควรมีมาตรฐานที่ดี“ความตาย” และ “การตาย” ทั้งของโรคดังกล่าวและเหตุอื่นที่มีจำนวนอย่างมีนัยสำคัญในชีวิตของประชาชนที่คู่ควรจะตายเมื่อเป็นผู้สูงอายุ...แก่ชราหมดอายุขัยตายไปกับการตายด้วยความเจ็บป่วยด้วยโรคระบาดที่มิอาจจักควบคุมได้ ยังคงมีอยู่...เราท่านจักรอดชีวิตในยุคนี้ไปได้อย่างไร?วันที่ 1 ธันวาคมของทุกๆปีเป็น...“วันเอดส์โลก” ประเทศต่างๆ รวมทั้งเมืองไทยเราต่างก็มีกิจกรรมรณรงค์ ให้ความรู้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โดยมีคำขวัญวันเอดส์โลกในปีแรก พ.ศ.2531 ที่ว่า...“เอดส์ป้องกันได้ หากร่วมใจกันทั่วโลก” เมื่อมาถึงปีนี้ พ.ศ.2564 มีคำขวัญที่ว่า “ยุติความเหลื่อมล้ำ ยุติการระบาด ยุติเอดส์”...ยังคงเป็นคำและหมายที่ส่งต่อไปยังรัฐบาล ผู้นำประเทศ หน่วยงาน องค์กร บุคลากรที่ทำงานในด้านดังกล่าวและผู้ที่เกี่ยวข้องนัยดังกล่าวมีความลึกซึ้งอย่างยิ่ง อันเป็นมรรคเป็นผลที่จะทำให้สถานการณ์ยุติเอดส์ในเร็ววันนี้อย่างแท้จริงหรือไม่อย่างไรนั้น คงขึ้นอยู่กับความจริงใจและจริงจังในการปฏิบัติ.