กล้า สมุทวณิช เขียนคำนำ หนังสือสามเกลอ ชุดวัยหนุ่ม เล่ม 7 (เพลินจิตต์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2482 แสงดาว พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2563) ไว้ตอนหนึ่งว่าหัสนิยายเรื่องนี้ คือประวัติศาสตร์มีชีวิต และเป็นประวัติศาสตร์เชิงความรู้สึกของผู้คนในยุคเริ่มต้นประชาธิปไตยฯ “ผมนั่งร้านกาแฟริมถนนเจริญกรุง ไม่ไกลจากที่นี่คือสำเพ็ง ที่ตั้งของห้างศิวิไลซ์พาณิชย์ ของเสี่ยกิมหงวน”แฟนหนังสือชุดนี้ รู้ดี สามเกลอ คือ พล นิกร และเสี่ยกิมหงวนเสี่ยกิมหงวน ผู้ที่เล่าลือกันว่า รวยขนาดฉีกแบงก์ร้อยทิ้งเล่นทีละ เป็นปึกๆ ระดับความรวยของมหาเศรษฐีสมัยปี 2482 แค่ไหนอย่างไร ลองอ่าน ตอนหนึ่งในเล่ม ปราบเมีย สำนวน ป.อินทปาลิต แท้ๆกันดูนับเป็นโชควาสนาของอาเสี่ยกิมหงวน ไทยเทียม ที่สร้างไว้เมื่อชาติก่อน บัดนี้กิมหงวนคือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองไทย บรรดาทรัพย์สมบัติที่เถ้าแก่กิมเบ๊ทิ้งไว้ให้นั้น ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายอีกสามชั่วอายุคนก็ยังไม่หมดนอกจากตัวเงินสด 10,500,000 บาท ที่มีอยู่ในธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ แบงก์สยามกัมมาจล ชาเตอร์แบงก์แล้ว ยังมีเงินอยู่ในบ้านอีก 10 ปี๊บ ปี๊บหนึ่งบรรจุราวๆ 6,000 บาทปี๊บเหล่านี้เถ้าแก่กิมเบ๊จ้างช่างทำเป็นพิเศษ มีขนาดกระทัด ทุกปี๊บใส่กุญแจเรียบร้อยวางเรียงรายไว้ในตู้เถ้าแก่กิมเบ๊เป็นผู้มองเห็นหนทางไกล และตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ที่เอาเงินใส่ปี๊บเก็บไว้ เพราะคิดว่าถ้าแบงก์จะล้ม จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายเพียงพอเมื่อกิมเบ๊ยังมีชีวิตอยู่ กิมหงวนเคยขโมยเอาไปใช้ 6 ปี๊บ เดี๋ยวนี้เงินเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของเขาโดยเด็ดขาด ไม่มีใครอีกแล้วที่จะรวยเท่าเขากิมหงวนมีโรงสีไฟ 10 โรง เรือกลไฟ 10 ลำ มีรถยนต์ประจำทางสายกรุงเทพฯ-นนทบุรี มีตึกแถวบ้านเรือนโรงให้เช่าหลายสิบแห่ง คิดเฉลี่ยวันหนึ่งเขามีรายได้จากผลประโยชน์ของเขา ราว 5,000 บาทกิมหงวนคิดว่า เขาใช้เงินวันละ 1,000 บาท ปีหนึ่งเขาจะมีเงินเพิ่มขึ้นอีกถึง 1,440,000 บาทกิมหงวนรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้สภาพฐานะของเขา คือพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง เขาสุขกายสบายใจมาก ศพของเตี่ยได้นำไปฝากไว้ที่วัดจักรวรรดิ ตั้งใจว่าสิ้นปีนี้จะจัดการทำฌาปนกิจให้ใหญ่โตหรูหราที่สุดกะงบประมาณค่าทำศพไว้ 30,000 บาท และอาจจะเพิ่มขึ้นอีก 2–3 หมื่นถ้าจำเป็นบ้านไทยเทียมซึ่งเคยมีระเบียบแบบแผนอันล้าสมัย ถูกเปลี่ยนแปลงใหม่...ทุกสิ่งทุกอย่างวิจิตรงดงามทันสมัย เฟอร์นิเจอร์แต่ละสิ่ง คนจนๆ ไม่อาจจะมีได้ความตื่นเต้นในทรัพย์สมบัติทำให้อาเสี่ยนึกว่าตนเป็นจักรพรรดิจริงๆ เขาไม่กลัวเมียแล้ว นวลละออหมดเสียง ทำอะไรนิดหน่อยต้องมีพิธีรีตอง เป็นต้นว่าก่อนจะกินข้าว คนใช้จะต้องตีฆ้องให้สัญญาณเสียก่อนจ้างคนใช้ชายหญิงมาเพิ่มอีก 10 คน ทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบตามที่เขากำหนดให้ นอกจากนี้ยังจ้างเลขานุการประจำตัวอีกหนึ่งคน ผู้พิทักษ์คุ้มครองระวังความปลอดภัยอีก 2 คนการเห่อยศทำตัวเป็นผู้ดีแปดสาแหรกของกิมหงวน ทำให้นวลละออต้องกินน้ำตาต่างอาหาร ถูกเขาขู่แว้ดๆตลอดวัน หล่อนสู้ทนนิ่ง เพราะเห็นว่าเป็นทีของเขาแล้วนวลละออถือสุภาษิตว่า ผู้ที่หัวเราะทีหลัง คือผู้ชนะ และหัวเราะได้นานที่สุดเอาเป็นว่า นี่คือบทบาท เสี่ยกิมหงวน ปราบเมีย ที่ชื่อนวลละออ ส่วน พล และนิกร ลูกผู้ดีที่เป็นเกลอกัน จะมีลีลาปราบเมีย ซึ่งโดยปกติขี้หึงเป็นไฟประลัยกัลป์อย่างไร ผมแนะให้ไปหาหนังสืออ่านกันเองผมรับรอง นิยายชุดสามเกลอ อ่านแล้วไม่ได้อะไร นอกจากหัวเราะหึๆ ไปเรื่อยๆ ลืมเรื่องการเมืองสับปะรังเคของบางบ้านเมืองไปเลย.กิเลน ประลองเชิง