รวยแบบเสี่ยกิมหงวน

ข่าว

    รวยแบบเสี่ยกิมหงวน

    กิเลน ประลองเชิง

      26 พ.ย. 2564 05:20 น.

      กล้า สมุทวณิช เขียนคำนำ หนังสือสามเกลอ ชุดวัยหนุ่ม เล่ม 7 (เพลินจิตต์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2482 แสงดาว พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2563) ไว้ตอนหนึ่งว่า

      หัสนิยายเรื่องนี้ คือประวัติศาสตร์มีชีวิต และเป็นประวัติศาสตร์เชิงความรู้สึกของผู้คนในยุคเริ่มต้นประชาธิปไตยฯ “ผมนั่งร้านกาแฟริมถนนเจริญกรุง ไม่ไกลจากที่นี่คือสำเพ็ง ที่ตั้งของห้างศิวิไลซ์พาณิชย์ ของเสี่ยกิมหงวน

      แฟนหนังสือชุดนี้ รู้ดี สามเกลอ คือ พล นิกร และเสี่ยกิมหงวน

      เสี่ยกิมหงวน ผู้ที่เล่าลือกันว่า รวยขนาดฉีกแบงก์ร้อยทิ้งเล่นทีละ เป็นปึกๆ ระดับความรวยของมหาเศรษฐีสมัยปี 2482 แค่ไหนอย่างไร ลองอ่าน ตอนหนึ่งในเล่ม ปราบเมีย สำนวน ป.อินทปาลิต แท้ๆกันดู

      นับเป็นโชควาสนาของอาเสี่ยกิมหงวน ไทยเทียม ที่สร้างไว้เมื่อชาติก่อน บัดนี้กิมหงวนคือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองไทย บรรดาทรัพย์สมบัติที่เถ้าแก่กิมเบ๊ทิ้งไว้ให้นั้น ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายอีกสามชั่วอายุคนก็ยังไม่หมด

      นอกจากตัวเงินสด 10,500,000 บาท ที่มีอยู่ในธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ แบงก์สยามกัมมาจล ชาเตอร์แบงก์แล้ว ยังมีเงินอยู่ในบ้านอีก 10 ปี๊บ ปี๊บหนึ่งบรรจุราวๆ 6,000 บาท

      ปี๊บเหล่านี้เถ้าแก่กิมเบ๊จ้างช่างทำเป็นพิเศษ มีขนาดกระทัด ทุกปี๊บใส่กุญแจเรียบร้อยวางเรียงรายไว้ในตู้

      เถ้าแก่กิมเบ๊เป็นผู้มองเห็นหนทางไกล และตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ที่เอาเงินใส่ปี๊บเก็บไว้ เพราะคิดว่าถ้าแบงก์จะล้ม จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายเพียงพอ

      เมื่อกิมเบ๊ยังมีชีวิตอยู่ กิมหงวนเคยขโมยเอาไปใช้ 6 ปี๊บ เดี๋ยวนี้เงินเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของเขาโดยเด็ดขาด ไม่มีใครอีกแล้วที่จะรวยเท่าเขา

      กิมหงวนมีโรงสีไฟ 10 โรง เรือกลไฟ 10 ลำ มีรถยนต์ประจำทางสายกรุงเทพฯ-นนทบุรี มีตึกแถวบ้านเรือนโรงให้เช่าหลายสิบแห่ง คิดเฉลี่ยวันหนึ่งเขามีรายได้จากผลประโยชน์ของเขา ราว 5,000 บาท

      กิมหงวนคิดว่า เขาใช้เงินวันละ 1,000 บาท ปีหนึ่งเขาจะมีเงินเพิ่มขึ้นอีกถึง 1,440,000 บาท

      กิมหงวนรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้สภาพฐานะของเขา คือพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง เขาสุขกายสบายใจมาก ศพของเตี่ยได้นำไปฝากไว้ที่วัดจักรวรรดิ ตั้งใจว่าสิ้นปีนี้จะจัดการทำฌาปนกิจให้ใหญ่โตหรูหราที่สุด

      กะงบประมาณค่าทำศพไว้ 30,000 บาท และอาจจะเพิ่มขึ้นอีก 2–3 หมื่นถ้าจำเป็น

      บ้านไทยเทียมซึ่งเคยมีระเบียบแบบแผนอันล้าสมัย ถูกเปลี่ยนแปลงใหม่...ทุกสิ่งทุกอย่างวิจิตรงดงามทันสมัย เฟอร์นิเจอร์แต่ละสิ่ง คนจนๆ ไม่อาจจะมีได้

      ความตื่นเต้นในทรัพย์สมบัติทำให้อาเสี่ยนึกว่าตนเป็นจักรพรรดิจริงๆ เขาไม่กลัวเมียแล้ว นวลละออหมดเสียง ทำอะไรนิดหน่อย

      ต้องมีพิธีรีตอง เป็นต้นว่าก่อนจะกินข้าว คนใช้จะต้องตีฆ้องให้สัญญาณเสียก่อน

      จ้างคนใช้ชายหญิงมาเพิ่มอีก 10 คน ทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบตามที่เขากำหนดให้ นอกจากนี้ยังจ้างเลขานุการประจำตัวอีกหนึ่งคน ผู้พิทักษ์คุ้มครองระวังความปลอดภัยอีก 2 คน

      การเห่อยศทำตัวเป็นผู้ดีแปดสาแหรกของกิมหงวน ทำให้นวลละออต้องกินน้ำตาต่างอาหาร ถูกเขาขู่แว้ดๆตลอดวัน หล่อนสู้ทนนิ่ง เพราะเห็นว่าเป็นทีของเขาแล้ว

      นวลละออถือสุภาษิตว่า ผู้ที่หัวเราะทีหลัง คือผู้ชนะ และหัวเราะได้นานที่สุด

      เอาเป็นว่า นี่คือบทบาท เสี่ยกิมหงวน ปราบเมีย ที่ชื่อนวลละออ ส่วน พล และนิกร ลูกผู้ดีที่เป็นเกลอกัน จะมีลีลาปราบเมีย ซึ่งโดยปกติขี้หึงเป็นไฟประลัยกัลป์อย่างไร ผมแนะให้ไปหาหนังสืออ่านกันเอง

      ผมรับรอง นิยายชุดสามเกลอ อ่านแล้วไม่ได้อะไร นอกจากหัวเราะหึๆ ไปเรื่อยๆ ลืมเรื่องการเมืองสับปะรังเคของบางบ้านเมืองไปเลย.

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        หนังสือเสี่ยกิมหงวนมหาเศรษฐีกิมหงวนกิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        Trendvg3 logo
        Sonp logo
        inet logo
        วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 18:20 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์