“บิ๊กอู๊ด” ผู้นำนครบาล อีกตำนาน “น.1”

ข่าว

    “บิ๊กอู๊ด” ผู้นำนครบาล อีกตำนาน “น.1”

    ทีมข่าวอาชญากรรม

      17 ต.ค. 2564 05:28 น.

      “หลังจากติดตามผู้บังคับบัญชาอยู่หลาย บช.ถึงคราวได้กลับบ้านเป็นรอง ผบก. (หัวหน้าศูนย์สืบสวน) จ.สุราษฎร์ธานี และรอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ก็อยู่ได้ไม่นาน เนื่องจาก พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ขอให้มาช่วยงานด้านความมั่นคง จึงได้มาขึ้นนายพลเป็น ผบก.อคฝ. เป็นช่วงตั้งหน่วยใหม่เตรียมรองรับสถานการณ์ทางการเมืองยุคปี 2552 ตอนนั้นติดยศ พล.ต.ต.พร้อม “พี่ปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุขผบ.ตร. และเพื่อนร่วมรุ่น นรต.38 อีก 2 ท่าน คือ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ และ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร.” คำพูดของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา หรือ “บิ๊กอู๊ด” อดีต ผบช.น. คนที่ 50 ถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนเกษียณราชการในตำแหน่งสูงสุด

      “ผมเป็นหัวหน้าหน่วยไหน ก็มักจะต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่ตอนเป็น ผบก.อคฝ. ก็มีการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม นปช. ช่วงนั้นได้รับมอบหมายเป็น ผบ.พื้นที่ รักษาทำเนียบรัฐบาล มีกำลังตำรวจ ทหาร อยู่ในบังคับบัญชามากกว่า 40 กองร้อย (ประมาณ 6,200 นาย) จนกระทั่งมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และจัดตั้ง กกล.รส. จึงได้ไปขึ้นยุทธการกับฝ่ายทหาร”

      “หลังจากนั้นจะขอกลับ บช.ภ.8 ก็ไม่ได้กลับ ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผบก.น.9 ดูแลกรุงเทพฯฝั่งธน พอมาดำรงตำแหน่งไม่นานเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บก.น.9 มี 10 โรงพัก น้ำท่วมไป 8 โรงพักแต่ก็ทำให้เราได้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ตั้งแต่เรื่องป้องกันทรัพย์สิน ขนย้าย อพยพ นำส่งอาหารและเวชภัณฑ์ หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำให้ต้องไปเป็น ผบก.ประจำ และ ผบก.อก.ภ.1 รวมเป็นผบก.ถึง 5 ปี ก่อนจะได้ขึ้นรอง ผบช.น. สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในช่วงการเป็น ผบก. คงไม่พ้นช่วงที่เป็น ผบก.อคฝ. ซึ่งสามารถรักษาทำเนียบรัฐบาลไว้ได้ โดยไม่มีพี่น้องประชาชนและตำรวจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต และได้รับมอบหมายพร้อมพลร่มหญิงนำผู้ชุมนุมหลายพันคนออกมาจากวัดปทุมวนาราม เป็นอันสิ้นสุดการชุมนุมของ นปช.”

      เป็นบางส่วนภารกิจที่หนักอึ้งตลอดชีวิตที่รับราชการในพื้นที่หลัก บช.น.ของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ซึ่งยึดเป้าหมายสูงสุดทุกๆครั้งในการทำงาน คือ “รักษาความสงบเรียบร้อย ประชาชนและลูกน้องต้องปลอดภัย”

      ช่วงที่เป็นรอง ผบช.น. ต้องมารับผิดชอบคดีความมั่นคงที่สำคัญ และไม่มีใครอยากทำจำนวนหลายคดี ด้วยสถานการณ์ชุมนุมการเมืองที่แบ่งฝ่ายชัดเจน แต่ด้วยความที่ “บิ๊กอู๊ด” ไม่เคยปล่อยให้พนักงานสอบสวนต้องทำงานเพียงลำพัง และคอยให้คำแนะนำ ปรึกษา ร่วมรับผิดชอบโดยตลอด ทำให้ทุกคดีคลี่คลายนำข้อเท็จจริงทำให้ปรากฏต่อสังคม และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ทุกคดีแต่ชีวิตรับราชการ “บิ๊กอู๊ด” ไม่ได้พุ่งพรวดแม้จะทำงานหนัก ยังต้องเป็น รอง ผบช.น.นานถึง 5 ปี จากนามเรียกขาน น.14 ซึ่งเป็นรอง ผบช.น. ที่อาวุโสน้อยที่สุด จนก้าวมาเป็น น.2 อาวุโสอันดับหนึ่งและได้เป็น “น.1” นับว่าเป็น น.1คนแรกในรอบหลายสิบปีที่ได้ขึ้นตำแหน่งจากการเป็น “น.2”

      “ช่วงเป็น ผบช.น.มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผมคือการได้รับพระราชทานกำลังใจจากสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 ซึ่งมีการขวางขบวนเสด็จฯ ทำให้ตำรวจนครบาลทุกคนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง”

      เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิตข้าราชการตำรวจที่ได้มีโอกาสถวายการอารักขาและรักษาความปลอดภัยสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่มีความรุนแรงวันนั้น

      ผลงานที่ประจักษ์ของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ผบช.น.คนที่ 50 ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ การควบคุมสถานการณ์การชุมนุมประท้วง การก่อความไม่สงบของกลุ่มต่างๆ ตลอดเวลา 2 ปีเต็ม

      ซึ่งในภาพรวมนับว่าสามารถควบคุมสถาน การณ์ได้อย่างเรียบร้อย โดยข้าราชการตำรวจให้ความเคารพสิทธิของผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบ แต่ก็บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่มาชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือผู้ที่จงใจเข้ามาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง

      พล.ต.ท.ภัคพงศ์ นำพาทัพตำรวจนครบาลฝ่าฟันอุปสรรค ผ่านพ้นแรงกดดันจากสังคมและวิกฤติศรัทธาต่อองค์กรตำรวจ จนได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ในภาวะความเป็นผู้นำ ความรับผิดชอบ การอยู่เคียงข้างผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่คิดทิ้งใครไว้ให้แก้ปัญหาแต่เพียงลำพัง

      ดังที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ผบช.น.ที่ว่า “ผมมีวันนี้ได้เพราะผู้ใต้บังคับบัญชา”

      “ผมขอขอบคุณกองบัญชาการตำรวจ นครบาล ที่จัดพิธีอำลาชีวิตราชการตำรวจให้กับพวกเราผู้เกษียณอายุราชการ ด้วยบรรยากาศที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น และสมศักดิ์ศรีของการเป็นตำรวจนครบาล แม้ว่าพวกเราจะต้องพ้นจากหน้าที่ และชีวิตการรับราชการตำรวจไปแล้ว แต่ผมเชื่อมั่นว่าจิตวิญญาณของความเป็น “ตำรวจนครบาล” จะไม่มีวันสิ้นสุด และผมจะคอยเป็นกำลังใจให้กับตำรวจนครบาลทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ให้กับสังคมและประเทศชาติตลอดไป” ข้อความสุดท้ายที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา อดีต ผบช.น. ฝากไว้ให้กับตำรวจรุ่นหลังได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง

      เป็นอีกหนึ่งตำนานชีวิตอดีตผู้นำตำรวจ นครบาล “น.1” อย่างแท้จริง.

      ทีมข่าวอาชญากรรม

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        ภัคพงศ์ พงษ์เภตราบิ๊กอู๊ดพล.ต.ท.ภัคพงศ์กองบัญชาการตำรวจนครบาลตำรวจนครบาลทีมข่าวอาชญากรรมแกะรอยสัปดาห์

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        Trendvg3 logo
        Sonp logo
        inet logo
        วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 22:24 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์