กากี (มี) ภาค 2

ข่าว

    กากี (มี) ภาค 2

    กิเลน ประลองเชิง

      15 ก.ย. 2564 05:03 น.

      กากีฉบับนิทานที่ ส.พลายน้อย เล่าในนิทานวรรณคดี (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 5 พ.ศ.2554) ไม่ได้จบตรงท้าวพรหมทัต ลอยแพนางลงทะเล (ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)) ยังมีตอนต่อ

      ถึงตอนที่ยกคำกลอนบรรยาย ส.พลายน้อย ไม่ได้บอกเป็นสำนวนของนายโชติ มณีรัตน์ หรือสำนวนนายตำรา ณ เมืองใต้คนอ่านรุ่นเรา เอาแต่เนื้อๆก็น่าจะพอ

      ชีวิตกากี ตอนมีสามผัว ท้าวพรหมทัต พญาครุฑ หรือนาฏกุเวร (คนธรรพณ์) จะชั่วจะดีก็ตามที ส.พลายน้อย เชื่อมโยงเรื่องตอนนี้ ว่ามีบทพรรณนา นางกากีรำพึงถึงชีวิตที่แสนจะพลิกผัน

      เสวยสุขในวังอยู่ดีๆ ก็ให้อันถูกครุฑอุ้มขึ้นไปเชยชมบนวิมานฉิมพลี โชคชะตาบันดาลให้ได้เสียกับคนธรรพณ์ โดยไม่ได้ตั้งตัว แต่ก็สุขสมไปเสียทั้งสิ้น ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งบนแพอ้างว้างกลางทะเล

      คิดๆไปร้องไห้ๆจนหลับไป เรือสำเภาพ่อค้าแล่นผ่านมา กากีลืมตาตื่นก็เจอลูกเรือกลัดมันตั้งท่ารอบตัว เคราะห์ดีที่มีนายสำเภาช่วยกันท่าจึงได้ผัวคนที่สี่ แล้วชวนกันไปไหว้เทพารักษ์ต้นไทรแล้วเผลอหลับอยู่หน้าศาล

      โจรป่าผ่านมา อุ้มกากีเอาไปสุขสมคนเดียวได้ไม่กี่วัน ฟ้าดินก็แกล้งให้สมุนโจรทนไม่ไหว ชวนกันมาสับคอหัวหน้าเพื่อจะแย่งกากีเอาไปแบ่งปันกันตามธรรมเนียมโจร

      กากีจะดีจะชั่วก็สนุกอยู่แค่ผัวเดียวคนเดียว...วิ่งหนีโจรเตลิดเปิดเปิงในป่าใหญ่ เคราะห์ดี ท้าวทศวงศ์ กษัตริย์นครอภัยสาลี เสด็จประพาสป่าผ่านมาเจอ

      ฉากนี้ ส.พลายน้อยเล่าไว้มีสีสัน กษัตริย์อภัยสาลีตกพุ่มหม้าย เมียตายหลายปี เห็นนางงามนั่งร้องไห้ ก็เสด็จลงจากหลังช้าง ตรัสถาม กากีทำลีลาสะอื้นไห้ เล่าชีวิตรันทดฉากใหม่

      นางเกิดในดอกไม้ พระฤาษีเก็บมาเลี้ยง ตั้งชื่อ “เทพอัปสร” อายุวันนี้เพิ่งสิบห้าปี เหตุที่ต้องเดินระหกระเหินร้องไห้เจ็ดวันก็เพราะพระฤาษีองค์อุปถัมภ์เพิ่งตาย นางไม่มีที่พึ่งที่ไหนแล้ว

      ท้าวทศวงศ์สงสารจับใจอุ้มกากีขึ้นหลังช้าง แน่ละ โฉมงามหานางใดปาน เข้าใกล้กลิ่นเนื้อก็หอมตรึงใจ

      กากีได้ผัวคนที่หก เป็นมเหสีกษัตริย์อภัยสาลีเต็มตัว

      ย้อนไปกล่าวถึงท้าวพรหมทัต กษัตริย์พาราณสี นับแต่ตัดใจลอยแพกากี พิษรักทรงประชวรจนตรอมใจตาย นาฏกุเวรชู้เชยคนที่สาม เป็นกษัตริย์ต่อ พระนามพระบรมพรหมทัต

      วันหนึ่งท้าวบรมพรหมทัตได้ข่าวว่ากากียังไม่ตาย ทั้งผึ่งผายในบทมเหสีท้าวทศวงศ์ที่เมืองอภัยสาลีจึงทรงส่งสาส์นไปทวง โดยอ้างเหตุผลว่ากากีเป็นสมบัติเก่าของพาราณสี ตกทอดมาแต่ท้าวพรหมทัต มาถึงพระองค์เอง

      ด้วยสิทธิอันชอบธรรมนี้ ขอให้ท้าวทศวงศ์ส่งกากีคืน

      สองนครยกทัพมาทำสงครามยุทธหัตถี นักรบไพร่พลล้มตายมากมาย พระเจ้าบรมพรหมทัตทรงใช้พระแสงง้าวฟันพระเจ้าทศวงศ์ตายบนหลังช้าง เรื่องก็จบลงตรงท้าวบรมพรหมทัต (นาฏกุเวร) รับนางกากีกลับพาราณสี

      เรื่องนี้ผิดธรรมเนียม ชาดก นางร้ายควรรับผลกรรมร้าย เรื่องกลับจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง

      กากีที่ดูประหนึ่งเป็นนางร้าย คบชู้สู่ชาย แต่หากมองอีกมุม เธอก็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่โชคร้าย ถูกผู้ชายใช้อำนาจแย่งยื้อตัวเธอก็เพียงเอาตัวรอดให้ได้ไปตามสถานการณ์

      กากีในชีวิตจริงของมนุษย์ยุคใหม่ จะมีบ้างหรือไม่...ผมไม่แน่ใจ

      เรื่องที่คนขี้อิจฉานินทาให้ฟัง ฟังได้แค่ว่าคิวชีวิตกากีตอนนี้ลอยบนแพว้าเหว่กลางทะเล ยังไม่เจอเรือพ่อค้า ยังไม่เจอโจรป่า โปรดติดตามกากี หากจะมีตอนต่อไป.

      กิเลน ประลองเชิง

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      กากีนิทานนิทานกากีส.พลายน้อยนิทานวรรณคดีท้าวพรหมทัตกิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 05:40 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์