ระยะนี้ฝนตกชุกสลับกับมีอากาศร้อน กรมวิชาการเกษตร เตือนผู้ปลูกถั่วลิสงเฝ้าระวัง โรคลำต้นเน่า ที่มักระบาดรุนแรงในฤดูฝนอาการเริ่มแรกจะพบต้นถั่วลิสงแสดงอาการเหี่ยวและยุบตัวเป็นหย่อมๆ ในแปลงปลูก ส่วนบริเวณโคนต้นเหนือผิวดินจะพบแผลสีน้ำตาลที่มีเส้นใยสีขาวหยาบของเชื้อราก่อโรค ต่อมาเส้นใยจะรวมตัวเป็นเม็ดเล็กสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำคล้ายเมล็ดผักกาด จากนั้นต้นจะแห้งและตายโรคนี้มักพบระบาดมากในระยะติดฝักจนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตการป้องกันกำจัด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูก หากพบต้นถั่วลิสงที่เริ่มแสดงอาการของโรคลำต้นเน่า ให้ถอนต้นและขุดดินบริเวณที่พบเป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้นให้รดดินในหลุมที่ขุดและบริเวณใกล้เคียงด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช คาร์บอกซิน 75% ดับเบิลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โทลโคลฟอส-เมทิล 50% ดับเบิลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล 24% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน 6% + 24% อีซี อัตรา 30-40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5 วัน อย่างน้อย 2 ครั้งหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตควรทำลายซากต้นถั่วลิสงด้วยการไถกลบหน้าดินให้ลึก เพื่อตัดวงจรการระบาดของเชื้อรา และทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้งแปลงที่พบการระบาดของโรคลำต้นเน่า เกษตรกรควรสลับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เช่น ข้าวโพด เป็นต้น เพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคแต่ถ้ายังต้องการจะปลูกถั่วลิสงต่อไป ควรทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี เตรียมดินก่อนปลูกด้วยการไถพรวนพลิกหน้าดินให้ลึกจากผิวดินมากกว่า 20 ซม. และตากดินไว้ให้นานกว่า 2 สัปดาห์ จากนั้นให้โรยด้วยปูนขาวหรือโดโลไมท์ก่อนปลูกเพื่อปรับสภาพดิน อีกทั้งควรจัดระยะปลูกให้เหมาะสม ให้โคนต้นโปร่ง และมีแสงแดดส่องถึง.สะ–เล–เต