เคอร์ฟิวต่อ 14 วัน ล็อกดาวน์เพิ่ม 3 จังหวัด ป่วยยัง 1.1 หมื่น ตายอีก 101 ศพ

ข่าว

    เคอร์ฟิวต่อ 14 วัน ล็อกดาวน์เพิ่ม 3 จังหวัด ป่วยยัง 1.1 หมื่น ตายอีก 101 ศพ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    19 ก.ค. 2564 05:29 น.

    รัฐบาลจัดเพิ่มอีก ล็อกดาวน์ 3 จังหวัด “ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-พระนครศรีอยุธยา” กำหนดเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด ห้ามออกจากบ้านสามทุ่มถึงตีสี่เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่ 20 ก.ค.-2 ส.ค.2564 มี “ภูเก็ต” จัดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง พร้อมประเมินสถานการณ์ทุก 7 วัน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อยังทำสถิตินิวไฮทะลุหมื่นคนเป็นวันที่สอง ตายเพิ่มเกินร้อยศพ คลัสเตอร์ใหม่ โผล่มาอีกอื้อ ส่วนใหญ่ในกลุ่มโรงงาน-บริษัท-แคมป์ก่อสร้าง-สถานศึกษา ทำยอดติดเชื้อรายวันหลายจังหวัดพุ่งทุบสถิติทันที

    การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) ในไทยยังหนักหน่วง แม้รัฐบาล สั่งล็อกดาวน์ 10 จังหวัดที่มีการระบาดรุนแรง แต่ยอด ผู้ติดเชื้อรายวันยังเพิ่มสูงและผู้ป่วยตายทะลุร้อยต่อเนื่องอีกวัน

    เพิ่มอีก 3 จว.สีแดงเข้ม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.25 น. วันที่ 18 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่ง ศบค.ที่ 10/2564 เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็น พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุมและพื้นที่เฝ้าระวังสูง มีเนื้อหาว่า เพื่อให้ การบริหารจัดการโควิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. มีคำสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตาม มาตรการตามข้อกำหนด ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น แบ่ง เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ 1.กทม. 2.ฉะเชิงเทรา 3.ชลบุรี 4.นครปฐม 5.นนทบุรี 6.นราธิวาส 7.ปทุมธานี 8.ปัตตานี 9.พระนครศรีอยุธยา 10.ยะลา 11.สงขลา 12.สมุทรปราการ 13.สมุทรสาคร ทั้งนี้ 3 จังหวัดที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ฉะเชิงเทรา

    ให้ภูเก็ตเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง

    ขณะที่พื้นที่ควบคุมสูงสุด รวม 53 จังหวัด ได้แก่ 1.กระบี่ 2.กาญจนบุรี 3.กาฬสินธุ์ 4 .กำแพงเพชร 5.ขอนแก่น 6.จันทบุรี 7.ชัยนาท 8.ชัยภูมิ 9.เชียงราย 10.เชียงใหม่ 11.ตรัง 12.ตราด 13.ตาก 14.นครนายก 15.นครราชสีมา 16.นครศรีธรรมราช 17.นครสวรรค์ 18.บุรีรัมย์ 19.ประจวบคีรีขันธ์ 20.ปราจีนบุรี 21.พัทลุง 22.พิจิตร 23.พิษณุโลก 24.เพชรบุรี 25.เพชรบูรณ์ 26.มหาสารคาม 27.ยโสธร 28.ร้อยเอ็ด 29.ระนอง 30.ระยอง 31.ราชบุรี 32.ลพบุรี 33.ลำปาง 34.ลำพูน 35.เลย 36.ศรีสะเกษ 37.สกลนคร 38.สตูล 39. สมุทรสงคราม 40.สระแก้ว 41.สระบุรี 42.สิงห์บุรี 43.สุโขทัย 44.สุพรรณบุรี 45.สุรินทร์ 46.หนองคาย 47.หนองบัวลำภู 48.อ่างทอง 49.อุดรธานี 50.อุทัยธานี 51.อุตรดิตถ์ 52.อุบลราชธานี 53.อำนาจเจริญ ส่วนพื้นที่ควบคุม รวม 10 จังหวัด ได้แก่ 1.ชุมพร 2.นครพนม 3.น่าน 4.บึงกาฬ 5.พังงา 6.แพร่ 7.พะเยา 8.มุกดาหาร 9.แม่ฮ่องสอน 10.สุราษฎร์ธานี และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 1 จังหวัด คือ 1.ภูเก็ต

    13 จว.งดเดินทางที่ไม่จำเป็น

    เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังเผยแพร่ข้อกำหนด ตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 28 ที่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 เมื่อวันที่ 10 ก.ค. มีสาระสำคัญในข้อปฏิบัติแก่ ส่วนราชการ เพื่อลดการออกนอกเคหสถานของประชาชน อันเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่โควิด-19 โดยด่วนเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ให้ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น พร้อมระบุการเดินทางที่มีความ จำเป็นอาทิ เพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิต อาหาร ยาหรือเวชภัณฑ์ พบแพทย์ เข้ารับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การรับวัคซีนป้องกันโรค หรือมีความจำเป็นเพื่อปฏิบัติงานหรือการประกอบอาชีพที่ไม่สามารถปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งได้ รวมถึงห้ามบุคคล ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิวในเวลา 21.00-04.00 น. ของวัน รุ่งขึ้น ต่อเนื่องอย่างน้อย 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ข้อกำหนด ฉบับนี้ใช้บังคับ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัดในเส้นทางคมนาคมเข้าออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามข้อกำหนดนี้

    ห้าง-ร้านค้าเปิดได้ถึง 2 ทุ่ม

    ส่วนสถานประกอบการ ในข้อกำหนดดังกล่าวระบุดังต่อไปนี้ ดำเนินการได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่กำหนดที่เข้มงวดยิ่งขึ้นจากที่เคยกำหนดไว้แล้ว ได้แก่ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. ห้ามการบริโภคในร้าน ให้นำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่น ที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดบริการได้เฉพาะแผนกซุปเปอร์มาร์เกต แผนกยาและเวชภัณฑ์ พื้นที่ซึ่งจัดให้บริการฉีดวัคซีน หรือบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆของภาครัฐ ให้เปิดได้ถึงเวลา 20.00 น. ส่วนโรงแรมเปิดได้ตามเวลาปกติ โดยให้งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา หรือจัดเลี้ยง สำหรับร้านสะดวกซื้อและตลาดสด เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. ส่วนร้านสะดวกซื้อที่เคยเปิดตลอด 24 ชม.ให้ปิดให้บริการระหว่างเวลา 20.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น

    ห้ามรวมตัวกันเกิน 5 คน

    ที่สำคัญข้อกำหนดยังห้ามจัดกิจกรรมมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดการอบรม สัมมนา หรือการประชุมโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก หากประสงค์จัดกิจกรรมในช่วงระยะเวลานี้ให้ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและทบทวนมาตรการป้องกันโรค ทั้งนี้ ข้อกำหนดระบุอีกว่าการบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับการปฏิบัติตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นระยะเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 14 วัน (จนถึงวันที่ 2 ส.ค.) โดยให้ประเมินสถานการณ์และความเหมาะสมทุก 7 วัน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไป เว้นเฉพาะมาตรการขนส่งสาธารณะที่ให้จำกัดผู้โดยสารในการขนส่งสาธารณะร้อยละ 50 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.เป็นต้นไป

    ติดเชื้อนิวไฮทะลุ 1.1 หมื่นคน

    สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 18 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เผยแพร่ข้อมูลว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,397 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,070 คน มาจากเรือนจำ 318 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 403,386 คน ไทยอยู่อันดับที่ 54 ของโลก ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มเติม 5,726 คน หายป่วยสะสม 283,910 คน อยู่ระหว่างรักษา 116,135 คน อาการหนัก 3,464 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 846 คน

    ตายเกินร้อยศพต่อเนื่อง

    ส่วนผู้เสียชีวิต มีรายงานเพิ่มเติม 101 คน เป็นชาย 52 คน หญิง 49 คน อยู่ใน กทม. 60 คน สมุทรปราการ 15 คน นครปฐม 5 คน ปัตตานี 5 คน สงขลา 2 คน นครนายก 4 คน นราธิวาส ชลบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา หนองคาย จังหวัดละ 1 คน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 3,341 คน ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทย ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-17 ก.ค. มีจำนวน 14,223,762โดส

    คลัสเตอร์ใหม่มาอีกอื้อ

    จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 อันดับแรก คือ กทม. 2,166 คน ปทุมธานี 684 คน สมุทรสาคร 677 คน ชลบุรี 660 คน และสมุทรปราการ 604 คน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 คน มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 คน สหราชอาณาจักร 1 คน กัมพูชา 4 คน ทั้งนี้ มีรายงานพบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ในหลายพื้นที่ อาทิ โรงงานชิ้นส่วนจักรยานยนต์ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร บริษัทเครื่องดื่ม อ.เมือง จ.ชลบุรี โรงงานจักรเย็บผ้า อ.ศรีราชา แคมป์ก่อสร้าง 2 แห่ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แคมป์ก่อสร้าง อ.เมืองนนทบุรี บริษัทพลาสติกสำเร็จรูป โรงงานเสื้อผ้า อ.บางปะกง และ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา สนามฟุตบอล อ.เมืองจันทบุรี

    ศปก.ศบค.ขอประเมิน 7 วัน

    ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานใหญ่ กสทช. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนหารือผู้บริหารสื่อ และรับฟังความเห็นการเสนอข่าวช่วงวิกฤติโควิดระบาด ถึงข้อกำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19 ฉบับล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-2 ส.ค.2564 ว่า ศปก.ศบค.ตั้งใจไว้ประกาศใช้ราว 30 วัน แต่เป็น 14 วันก่อน ศปก.ศบค.จะประเมินผลย่อยช่วง 7 วันด้วย เมื่อครบ 14 วันจะประเมินเป็นทางการ ส่วนซุปเปอร์มาร์เกตที่มีข่าวจะเปิดวันเว้นวันไม่เป็นความจริง เพราะมองเห็นถึงความจำเป็นเรื่องอาหาร ถ้าเปิดวันเว้นวันอาจยิ่งทำให้แออัดคับแคบในวันที่เปิด

    “อนุทิน” ชงจำกัดส่งออกวัคซีน

    ส่วนการจัดหาวัคซีน วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการ นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่งจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เสนอให้ ศบค.พิจารณาตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาการจัดหาวัคซีนของประเทศไทย นอกจากนี้ยังสั่งการให้นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการ อย. เชิญผู้แทนบริษัทวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนในไทยทุกรายเข้าพบในสัปดาห์หน้า หารือถึงแนวทางที่ประเทศไทยจะได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัคซีน mRNA ที่ประชาชนต้องการ รวมทั้งยื่นข้อเสนอไปที่บริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย เพื่อสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านโดส คาดว่าจะมีการประชุมเร็วๆนี้ นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายอนุทินเคยแจ้งเป็นหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึงแอสตราเซเนกาแล้วว่าไทยต้องการวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส

    แจงรายละเอียด จ.ม.แอสตราฯ

    ต่อมาที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวชี้แจงผ่านระบบออนไลน์ กรณีมีการเปิดเผยจดหมายบริษัทแอสตราเซเนกาส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ว่า จดหมายดังกล่าวบริษัทแอสตราฯส่งถึงรองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2564 ส่งมาขอบคุณรองนายกฯ ที่ได้สนับสนุนให้ไทยเป็นฐานการผลิตวัคซีนของบริษัทแอสตราฯ ทำให้บริษัทสามารถผลิตวัคซีนส่งออกไปได้ทั้งในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงมัลดีฟส์ ไต้หวัน รวม 8 ประเทศ ทั้งระบุด้วยว่าไทยสั่งจองวัคซีนมากที่สุดคือ 61 ล้านโดส คิดเป็น 1 ใน 3 ของการผลิตวัคซีนแอสตราฯในภูมิภาคนี้ ทั้งยืนยันว่าจะส่งให้ไทยอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกำลังผลิตและจะส่งให้ครบตามสัญญา ทั้งนี้ ในวันที่ลงนามเซ็นสัญญา คือวันที่ 27 พ.ย.2563 ขณะนั้นยังไม่มีวัคซีนแม้แต่ขวดเดียว ดังนั้น การจองล่วงหน้าจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุว่าเดือนไหนจะได้วัคซีนจำนวนเท่าไร

    โต้ขอแค่เดือนละ 3 ล้านโดสไม่จริง

    นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขระบุความต้องการวัคซีนเดือนละ 3 ล้านโดสนั้น เป็นข้อมูลจากการประชุมที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนั้นเรามีข้อมูลว่าเราฉีดได้ 3 ล้านโดส ต่อเดือน แต่ต่อมาได้แจ้งกับบริษัทแอสตราฯอย่างเป็นทางการว่า เราสามารถฉีดได้เดือนละ 10 ล้านโดส หากมีวัคซีนเพียงพอ และได้แจ้งความต้องการฉีดวัคซีนในแต่ละเดือนให้บริษัททราบ โดยเดือน มิ.ย.ฉีด 6 ล้านโดส เดือน ก.ค.-พ.ย. เดือนละ 10 ล้านโดส และ ธ.ค. 6 ล้านโดส ส่วนที่มีข่าวว่าบริษัทแอสตราฯจะขยายการส่งวัคซีนถึงเดือน พ.ค.65 นั้น ต้องเจรจาต่อไป บริษัทแอสตราฯไม่เคยระบุกรณีนี้ แต่เรายืนยันไปว่าหากเป็นไปได้ที่สั่งซื้อไว้ 61 ล้านโดส ขอให้ส่งให้ได้ภายในเดือน ธ.ค.64 ส่วนการส่งวัคซีนออกนอกประเทศนั้น ทางบริษัทไม่ได้แจ้งเราว่าจะส่งออกในสัดส่วนเท่าไรตอนทำสัญญา แต่ในสัญญาระบุว่าหากต้องส่งออกไปต่างประเทศ ขอให้ไทยสนับสนุน ไม่ขัดขวางการส่งออกโดยไม่สมควร

    หลังปรับสูตรจะฉีดได้ตามเป้า

    อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า สำหรับยอดวัคซีนแอสตราฯ ที่เราได้รับมอบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-16 ก.ค.2564 รวม 8,193,500 โดส โดยยอดวัคซีนที่ได้รับแล้วสำหรับเดือน ก.ค.ได้รับแล้วรวม 2,704,100 โดส มีดังนี้ วันที่ 3 ก.ค. 590,000 โดส วันที่ 9 ก.ค. 555,400 โดส วันที่ 12 ก.ค. 1,053,000 โดส วันที่ 16 ก.ค. 505,700 โดส อย่างไรก็ตามตามเป้าหมายการฉีดวัคซีนเดือน ก.ค.กรมยังยึดเป้าหมายเดิมที่ 10 ล้านโดส ขณะนี้บริษัทแอสตราฯ ยังคงส่งวัคซีนทุกสัปดาห์ และเรามีวัคซีน 2 ชนิด ได้แก่ ซิโนแวคและแอสตราเซเนกา จากการคำนวณวัคซีนที่มีในเดือน ก.ค.จะได้แอสตราฯ 5-6 ล้านโดส ซิโนแวค 4-5 ล้านโดส ซึ่งขณะที่มีการปรับสูตรการฉีดวัคซีน เข็มแรกใช้ซิโนแวค คาดว่าในเดือน ก.ค.จะมีวัคซีนสอดคล้องกับเป้าหมายการฉีดวัคซีน 10 ล้านโดสได้ และขณะนี้มีการเจรจาหาวัคซีนจากแหล่งอื่นๆ เข้ามา เช่น วัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต ซึ่งมีประสิทธิภาพดี ผู้ผลิตมีทั้งสหรัฐอเมริกา จีน คิวบา มีการเจรจาอยู่และมีความคืบหน้า ส่วนวัคซีนซิโนแวคจะนำเข้ามาตามกรอบที่ ครม.เห็นชอบและอนุมัติงบประมาณ

    เริ่มแล้วฉีดไขว้ยี่ห้อ

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกัน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเปลี่ยนแนวทางการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้รับบริการที่ลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวคไปแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้รับบริการกลุ่มนี้จะได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 เป็นแอสตราเซเนกา ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.2564 เป็นต้นไป เป็นแนวทางสำหรับหน่วยบริการต่างๆ รวมทั้งมีการติดตามประเมินผลการให้วัคซีนแบบสลับชนิดอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ของโรคโควิด-19 และเพื่อให้การรับวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้สูงสุด และให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่เร็วที่สุด สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานต่างๆ นอกสังกัดกรมการแพทย์ให้ติดต่อไปยังหน่วยงานที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อสอบถามรายละเอียดการรับวัคซีนต่อไป

    จองซิโนฟาร์ม ชม.เดียวเกลี้ยง

    ขณะที่การเปิดจองวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” ที่ประชาชนต้องจ่ายเงินเองในราคาโดสละ 777 บาทนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนดเปิดให้จองในเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ก.ค.จำนวน 40,000 ราย ผ่านเว็บไซต์ https://sinopharm.cra.ac.th แต่ภายในไม่กี่นาทีมีผู้เข้าลงทะเบียนจองผ่านระบบ ก็ไม่สามารถเข้าจองวัคซีนได้ และภายในเวลา 1 ชั่วโมงกว่า ระบบได้แจ้งปิดการลงทะเบียน เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ทะลุเกินเป้าไปถึง 60,000 ราย และต่อมา ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงภาพเครื่องบินการบินไทยเที่ยวบิน THA 8669 ซึ่งลำเลียงตู้บรรจุวัคซีนซิโนฟาร์มเดินทางจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มาถึงไทยเวลา 09.15 น. พร้อมระบุข้อความว่า อีกหนึ่งล้านมาถึงแล้ว พร้อมๆ กับที่ได้รับรายงานว่า มีคนเข้าจองวัคซีนซิโนฟาร์มรายบุคคลได้บ้างไม่ได้บ้าง ขณะนี้ 09.30 น. คนผ่านลงทะเบียนเข้าไปได้ 60,000 ราย แล้วผมได้สั่งให้ปิดระบบก่อนนะครับ ต้องขอโทษคนที่จองไม่ได้ประมาณอีกหนึ่งอาทิตย์จะเปิดให้อีกครั้ง และจะไปขยายถนนระบบทางเข้าจองให้กว้างขึ้นจะได้สะดวกกันทุกฝ่าย แต่คงไม่ได้พร้อมกันทั้งหมด เพราะจากรายงานก่อนเปิดระบบมีคนเกือบสี่แสนคนรอเข้าในการจอง

    กทม.ให้เปิด 346 ไซต์ก่อสร้าง

    วันเดียวกัน นายไทยวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กทม.ออกประกาศสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 35) (การผ่อนคลายคำสั่งห้ามการก่อสร้างในโครงการก่อสร้างบางประเภทและการเคลื่อนย้ายแรงงานก่อสร้าง) ลงวันที่ 5 ก.ค. มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างโครงการภาครัฐและเอกชน ใน กทม.ส่งเอกสารขออนุญาตผ่อนผันตามประกาศฉบับดังกล่าวกว่า 400 ราย สนย.พิจารณาคำขอเสนอ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พิจารณาเห็นชอบแล้ว 346 ราย ส่วนบริษัทที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณา

    ห้ามบินในพื้นที่สีแดงเข้ม

    ขณะที่นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวได้ลงนามในประกาศ เรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางการบินภายในประเทศในระหว่างสถาน– การณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ฉบับที่ 3) โดยสาระสำคัญในประกาศดังกล่าวคือ ห้ามบินรับส่งผู้โดยสารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด หรือมีประกาศอื่นต่อไป

    3 จว.สีแดงเข้มใหม่ติดเชื้อพุ่ง

    ด้าน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ถูกยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.นี้ แต่เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ยังพบผู้ป่วยรายใหม่ 277 คน จำแนกเป็นติดเชื้อภายในจังหวัด 204 คน ผู้ติดเชื้อ นอกจังหวัด 30 คน ผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 43 คน เช่นเดียวกับ จ.ชลบุรี ที่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ทะยานไป 660 คน จำนวนนี้พบเกินร้อยคนที่ อ.ศรีราชา กับ อ.บางละมุง และมีผู้ป่วยตายเพิ่มอีก 2 ศพ ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่พบติดเชื้อหลักร้อยต่อวันเช่นกัน วันที่ 18 ก.ค. เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนคร พระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานเกี่ยวข้องนำรถบรรทุกน้ำดับเพลิง ขนาด 1,500 ลิตร จำนวน 2 คัน เข้ามาทำสะอาดตลาดสดเจ้าพรหม อ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะเปิดให้พ่อค้าแม่ค้ากลับมาขายได้ตามปกติ

    สมุทรสาครหลังชนฝาแล้ว

    สำหรับจังหวัดสีแดงเข้มเดิมอย่าง จ.สมุทรสาคร ยอดติดเชื้อพุ่งสูงต่อเนื่องที่ 725 คน จำนวนนี้เป็นคน ที่อยู่ในจังหวัดถึง 354 คน เสียชีวิตเพิ่มวันเดียว 9 ศพ ขณะที่ รพ.สนามทั้ง 7 แห่ง ขณะนี้เหลือเตียงว่าง รวมกันที่ 71 เตียง จากทั้งหมด 2,791 เตียง ด้าน นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่รัฐบาลประกาศออกมานั้น ยอมรับว่า มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่การ แก้ไขปัญหาทุกอย่างต้องมีแนวทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน วันนี้สิ่งที่ “น่ากังวลมากที่สุด” คือการพยายาม ร่วมกันหยุดยั้งตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันให้ได้ และสิ่งที่ “น่ากลัวมากที่สุด” คือมาตรการป้องกัน ส่วน บุคคลที่ต้องเข้มแข็งและจริงจัง รวมถึงการเอาจริงกับ เรื่องการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องเข้มงวดควบคุมอย่างจริงจัง เพราะเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เอาหลังชนฝา ต้องร่วมกันสู้ถึงจะอยู่รอด

    ระยอง–สุพรรณฯ ติดเชื้อพุ่ง

    ขณะที่ จ.นนทบุรี ยอดติดเชื้อใหม่ยังมาแรงที่ 381 คน อยู่ใน อ.บางใหญ่ 98 คน อ.เมือง 86 คน อ.บางบัวทอง 60 คน อ.ปากเกร็ด 56 คน อ.บางกรวย 43 คน และ อ.ไทรน้อย 38 คน จ.ปทุมธานี รายงาน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 684 คน ด้าน จ.สมุทรปราการ พบ ผู้ป่วยรายใหม่ 604 คน พบมากที่สุดใน อ.บางพลี 220 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 15 คน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กรม สบส.สั่งสอบ รพ.เอกชน ย่านเทพารักษ์ กรณีเรียกเก็บเงินหลักแสนเพื่อจองเตียงสำหรับผู้ป่วย โควิดโดยที่ยังไม่มีการรักษาพยาบาลใดๆ ส่วนจังหวัด โดยรอบพื้นที่สีแดงเข้มอย่าง จ.สุพรรณบุรี พบผู้ป่วย รายใหม่ 123 คน จำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในเรือนจำ 44 คน จ.ระยอง ติดเชื้อใหม่ทะลุไป 228 คน พบมากสุด ที่ อ.ปลวกแดง ถึง 90 คน ทำให้มีการเตรียมจัดตั้ง รพ. สนามทีเดียวถึง 3 แห่ง คือ ที่หอประชุมอำเภอปลวกแดง หอประชุมโรงเรียนบ้านปลวกแดง และอาคารอเนกประสงค์ของสหภาพแรงงานฟอร์ดมาสด้า ต.ตาสิทธิ์

    สาวป่วยเจอ รพ.ปัดรักษา

    นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพเทศบาลนครสมุทรปราการ ว่านำผู้ป่วยโควิดไปส่ง รพ.แต่ถูกปฏิเสธ ต้องนำกลับมาส่งที่บ้านย่านปากน้ำ และให้ใช้ออกซิเจนถังประทังอาการไปก่อน ต่อมาผู้สื่อข่าวตรวจสอบจนทราบว่าผู้ป่วยรายนี้ชื่อ น.ส.ธันยพร อินทร์พรม อายุ 44 ปี อยู่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ และเปิดเผยว่าเดิมทีไปใช้สิทธิประกันสังคมตรวจหาเชื้อที่ รพ.เปาโลสมุทรปราการ แต่ไม่รับตรวจ จึงไปเสียเงินตรวจที่ รพ.สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. ทราบผลว่าติดเชื้อ ตอนนี้คนในครอบครัวที่มีทั้งหมด 5 คน ติดเชื้อแล้ว 4 คน คือตน สามี ลูกคนโต อายุ 24 ปี ลูกคนเล็ก อายุ 10 ขวบ โดย 3 คนเข้ารักษาตัวที่ รพ.แล้ว เหลือตนเพียงคนเดียวที่อยู่บ้าน วันนี้ตนรู้สึกอาการแย่มากจะไม่ไหว จึงขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์กู้ชีพเทศบาลนครสมุทรปราการ นำส่ง รพ.เปาโลฯ ตามสิทธิประกันสังคม แต่เมื่อไปถึง รพ.กลับถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ บอกว่า “แล้วไง” พร้อมปฏิเสธไม่รับตนเข้าไปรักษาอ้างว่าเตียงเต็มและให้กลับไปรักษาที่ รพ.ที่ตรวจเชื้อโควิด แต่ รพ.สมุทรปราการแจ้งว่าให้กลับมารักษาตัวตามสิทธิประกันสังคม พอมาที่ รพ.เปาโลฯ กลับปฏิเสธรักษาอีก จะต้องให้ตายก่อนหรืออย่างไร ขณะนี้เหนื่อยมาก หายใจแน่น เจ็บคอ ไอ แน่นหน้าท้อง แน่นหน้าอก จุกไปหมด ได้แต่วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยด้วย

    2 เดือนยอดไม่ลดใช้อู่ฮั่นโมเดล

    ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวในที่ประชุมผู้บริหารสื่อทั้งในและต่างประเทศ ที่มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช. ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. เป็นประธานประชุมที่สำนักงานใหญ่ กสทช. ยอมรับว่าขณะนี้เป็นการแค่ชะลอไม่ให้ตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้น หากไม่มีมาตรการที่เข้มขึ้น การที่ต้องเพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นนั้น เพราะจากการคาดการณ์อีก 2 สัปดาห์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะไม่ลดลง แต่หากร่วมมือกันสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อ 2 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง คงต้องเพิ่มมาตรการสูงสุด ที่เราต้องการคือทุกคนอยู่กับบ้าน ไม่ต้องทำอะไร ล็อกดาวน์เมืองเหมือนกับอู่ฮั่นโมเดลของจีน คืออยู่บ้านแล้ว มีคนส่งข้าวส่งน้ำให้กิน อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามดูตัวเลขผู้ติดเชื้อด้วยโดยเฉพาะผู้สูงอายุว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เกินกว่าระบบสาธารณสุขรองรับได้หรือไม่ด้วย แต่ไม่ได้ใช้ทั้งประเทศ ใช้เฉพาะพื้นที่สำคัญที่ยังมีแพร่ระบาดสูงอยู่ แต่ไม่อยากให้ถึงตรงนั้น

    โควิดตายทั่วโลกทะยานไม่หยุด

    สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 190,833,955 คน เสียชีวิตรวม 4,100,090 คน เป็นการติดเชื้อในวันเดียว 484,283 คน เสียชีวิตในวันเดียว 7,191 คน โดยที่สหราชอาณาจักร ก่อนหน้ากำหนดการคลายล็อกดาวน์เต็มรูปแบบไม่บังคับสวมหน้ากากอนามัย ไม่ต้องรักษาระยะห่าง วันที่ 19 ก.ค.พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 54,674 คน ถือว่าระดับการติดเชื้อกลับไปอยู่ในช่วงระบาดหนักเดือน ม.ค. แต่เสียชีวิตในวันเดียวเพียง 41 คน ส่วนที่เกาหลีใต้ รัฐบาลขยายมาตรการห้ามรวมตัวเกิน 4 คน จากเฉพาะแค่พื้นที่กรุงโซลเป็นบังคับใช้ทั่วประเทศ หลังยอดติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่องและติดเชื้อวันเดียว 1,454 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19วัคซีนโควิดล็อกดาวน์เคอร์ฟิวมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่สีแดงเข้มข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 06:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์