ไลฟ์สไตล์
100 year

น้ำพระทัยสู่ราษฎร : ในหลวงทรงรับ “15 โครงการน้ำบาดาล” สู้วิกฤติภัยแล้ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
11 พ.ค. 2564 05:15 น.
SHARE

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สะท้อนชัดเจนถึงการทรงงานเพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร

และเพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต ของพืช สัตว์ และมนุษย์ ดังเช่นพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2539 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ความตอนหนึ่งว่า

ข่าวแนะนำ

“...หลักสำคัญว่า ต้องมีน้ำ น้ำบริโภคและน้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำ คนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้า คนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสานพระราชปณิธานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของราษฎรทุกหมู่เหล่า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ “โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง” ของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 15 โครงการ ครอบคลุม 11 จังหวัด ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากภาวะวิกฤติภัยแล้ง ประกอบด้วย

1.พื้นที่ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,856 ครัวเรือน 5,786 คน 2. พื้นที่ตำบลดงเค็ง อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 2,230 ครัวเรือน 11,000 คน 3.พื้นที่ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี (จุดที่ 1) ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 2,015 ครัวเรือน 4,989 คน

4.พื้นที่ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี (จุดที่ 2) ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 709 ครัวเรือน 2,369 คน 5.พื้นที่ตำบลด่านทับตะโก อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 600 ครัวเรือน 2,400 คน

6.พื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,823 ครัวเรือน 6,198 คน 7.พื้นที่ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 900 ครัวเรือน 3,600 คน 8.พื้นที่ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,400 ครัวเรือน 5,000 คน 9.พื้นที่ตำบลพยุห์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,312 ครัวเรือน 5,738 คน 10.พื้นที่ตำบลนามะเขือ อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,632 ครัวเรือน 6,620 คน

11.พื้นที่ตำบลโพธิ์ตากและตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 3,428 ครัวเรือน 12,224 คน 12.พื้นที่ตำบลสายนาวัง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,901 ครัวเรือน 6,000 คน 13.พื้นที่ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 976 ครัวเรือน 2,419 คน 14.พื้นที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 5,050 ครัวเรือน 15,083 คน 15.พื้นที่ตำบลเกาะนางคำ อำเภอ ปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ราษฎรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,851 ครัวเรือน 5,691 คน

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ “โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้ง” ไว้เป็น “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากภาวะวิกฤติภัยแล้ง ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งเป็นระยะเวลายาวนานต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปี ประกอบกับการขยายตัวของชุมชน ทำให้ความต้องการใช้น้ำอุปโภคบริโภคมีมากขึ้น ระบบประปาเดิมไม่สามารถจ่ายน้ำได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ รวมถึงแหล่งน้ำจากผิวดินซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความ ต้องการ และบางพื้นที่ประสบปัญหาคุณภาพน้ำ ส่งผลทำให้ราษฎรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ซึ่งบางพื้นที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบรรทุกน้ำแจกจ่ายหลายล้านบาทต่อปี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้สนองพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากภาวะวิกฤติภัยแล้ง ดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ออกแบบ และวางแผนจัดทำโครงการจัดหาน้ำบาดาล ขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง โดยการก่อสร้าง ระบบประปาบาดาลในบริเวณพื้นที่ที่มีศักยภาพน้ำบาดาลที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำอุปโภคบริโภค ประกอบกับการยินยอมของราษฎรให้ใช้พื้นที่สำหรับดำเนินงานโครงการ และความพร้อมในการรับมอบเป็นผู้ดูแลระบบหลังดำเนินการแล้วเสร็จ โดยการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่าง มีประสิทธิภาพและยั่งยืน” นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวถึงการดำเนินการสนองพระราชปณิธานเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากภาวะวิกฤติภัยแล้ง

สำหรับการดำเนินการจากนี้ จะมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำและไม่มีศักยภาพ จำเป็นต้องทำการเจาะบ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่ในพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพกว่าส่งเข้ามา เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อน ซึ่งทุกพื้นที่ที่ดำเนินการโครงการได้มีการประชาคมร่วมกับท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว เมื่อดำเนินโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จจะทำให้มีน้ำต้นทุนสำหรับทำระบบประปาหมู่บ้านได้อย่างเพียงพอและมั่นคง สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและเป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับเกษตรกรรม

“น้ำคือชีวิตจริงๆ ชาวบ้านใน 15 พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ขาดแคลนมาช้านาน ทั้งแห้งแล้งและน้ำเค็ม ท่ามกลางวิกฤติโควิด เห็นชาวบ้านยิ้มได้ เราก็พลอยดีใจกับชาวบ้านด้วย” นายศักดิ์ดากล่าว

นี่คือน้ำพระทัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อคนไทยทุกคน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โครงการน้ำบาดาลน้ำบาดาลภัยแล้งน้ำพระทัยน้ำพระทัย ร.10ในหลวงน้ำศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ทีมข่าวสิ่งแวดล้อมการศึกษา

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 10:17 น.