ไลฟ์สไตล์
100 year

ลูกอ๊อดแปลงใหญ่บ้านหนองแต้ เมกมันนี่ปีละกว่า 14 ล้านบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
28 เม.ย. 2564 07:01 น.
SHARE

ลูกอ๊อดกบ...หนึ่งสัตว์เศรษฐกิจท้องถิ่นอีสาน ตลาดมีความต้องการสูง ขายได้ทั้งในแบบให้ซื้อไปขุนเลี้ยงต่อ และนำไปประกอบอาหาร ได้ราคาดี กก.ละ 80 บาท หากแช่แข็งจะเพิ่มมูลค่าเป็น 240 บาท ปัจจุบันไม่ใช่ขายแต่ภาคอีสาน แต่มีลูกค้าวิ่งเข้าหาจากทุกภาค

กลุ่มแปลงใหญ่ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้ ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ถือเป็นอีกกลุ่มที่ประสบความสำเร็จ สามารถผลิตลูกอ๊อดได้ปีละประมาณ 180 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมปีละกว่า 14.40 ล้านบาท...สร้างกำไรเฉลี่ยรายละ 174,000 บาทต่อปี

ข่าวแนะนำ

“ทำนาเป็นหลัก แต่มองว่า น่าจะทำอาชีพอื่นเสริมในช่วงหลังนา ใช้พื้นที่นาที่ไม่ได้ทำอะไรในนาแล้งให้เป็นประโยชน์ ในเมื่อที่นามีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้อยู่แล้ว กบรวมถึงลูกอ๊อดมีราคาค่อนข้างดี คนนิยมเอาไปทำอาหารได้หลากหลาย จึงทดลองโกยดินมาเป็นคันบ่อ แล้วเอาตาข่ายล้อมกั้นอาณาเขต ทดลองเลี้ยงเรื่อยมากว่า 15 ปี ลองผิดลองถูกมาตลอด พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนบ้าน จนคนกว่า 80% ของหมู่บ้าน หันเลี้ยงกบกันเป็นอาชีพเสริม จึงรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้เพาะเลี้ยงลูกอ๊อดกบกลุ่มแรกของประเทศไทย ที่ได้จีเอพี”

สมชัย วงษ์สุข ผู้จัดการแปลงใหญ่ฯ เกษตรกรต้นแบบแห่งการเลี้ยงกบ บอกถึงที่มาของอีกอาชีพทำเงิน...วิธีการเพาะเลี้ยงลูกอ๊อด เริ่มจากการนำพ่อแม่พันธุ์กบ 300 คู่ มาปล่อยไว้ในแปลงนาที่ขุดเป็นบ่อเพาะเลี้ยงขนาด 4 × 15 เมตร สูง 40-50 ซม. (1 ไร่ มีบ่อเพาะเลี้ยง 20 บ่อ) ปล่อยน้ำสูง 7-10 ซม. เป็นเวลา 1 คืน เพื่อให้กบผสมพันธุ์วางไข่ตามธรรมชาติ ตอนเช้าจึงนำพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อ

จากนั้น 1 วัน ไข่จะฟักออกเป็นตัวลูกอ๊อด โดยแม่พันธุ์กบ 1 ตัว ให้ผลผลิตลูกอ๊อดมากถึง 300-500 ตัว

ในระยะเป็นลูกอ๊อดให้ปล่อยน้ำเพิ่มให้สูงระดับ 20-40 ซม. ให้อาหารปลาดุกเล็กเช้าเย็น แต่หากช่วงไหนร้อนจัดก็เพิ่มมื้อกลางวัน โดยให้อาหารตามความหนาแน่นของลูกอ๊อด หากพบว่าหนาแน่นเกินไปให้แยกบ่อ เพื่อไม่ให้ลูกอ๊อดกินกันเอง

ใช้ระยะเวลาอนุบาล 18–20 วัน สำหรับกรณีจะขายเป็นลูกอ๊อด...แต่หากจะขายเป็นลูกกบให้เลี้ยงต่อไปอีก 20 วันขึ้นไป ระยะนี้จะเริ่มมีขางอกออกมา ให้นำทางมะพร้าว ผักบุ้ง หรือพืชน้ำ เพื่อให้ลูกกบเกาะพยุงตัว

หมั่นตรวจสอบคุณภาพน้ำทุก 5-7 วัน อย่าให้มีของเสียสะสม หากเกิดฝนตกให้เปลี่ยนถ่ายน้ำ เพราะลูกอ๊อดอาจน็อกน้ำได้ ที่สำคัญควรผสมน้ำด้วยน้ำหมัก ปม. 1 เพื่อสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในสิ่งแวดล้อม ให้มีกลไกในการช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ ลดปริมาณเชื้อก่อโรค ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค

สำหรับด้านการตลาด มีทั้งขายเพื่อนำไปประกอบอาหาร และนำไปเลี้ยงขุนต่อ ทั้งในรูปลูกอ๊อดมีชีวิตและแช่แข็ง ส่วนใหญ่ 85% ขายให้กับพ่อค้าในจังหวัดใกล้เคียง ที่ค่อนข้างนิยมนำมาประกอบอาหาร ขายให้กับพ่อค้าภายในท้องถิ่น 12% ที่เหลือ 3% ทำเป็นลูกอ๊อดแช่แข็ง เพื่อให้สามารถเก็บได้นาน ขายได้ทั้งปีแม้ในยามทำนา ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารและภัตตาคาร ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ และกรุงเทพฯ มียอดสั่งซื้อปีละกว่า 1,800 กก.

หลังจากรวมกลุ่มแปลงใหญ่ฯ เมื่อปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 32 ราย พื้นที่เลี้ยงรวม 64 ไร่ โดยพื้นที่การเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดในนา 1 ไร่ มีต้นทุนการเลี้ยงเฉลี่ยไร่ละ 61,200 บาท ผลผลิตลูกอ๊อดเฉลี่ยบ่อละ 60 กก. (1 ไร่ มี 20 บ่อเพาะเลี้ยง และ 1 กก. ได้ลูกอ๊อด 450-500 ตัว) เกษตรกรมีกำไรไร่ละ 34,800 บาท สามารถเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดได้ปีละ 5 ครั้ง ที่สำคัญเมื่อถึงฤดูทำนา น้ำและตะกอนในบ่อจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ช่วยลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง สนใจสอบถามได้ที่ 09-8221-7904 หรือ Facebook “ลูกอ๊อดบ้านหนองแต้”.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลูกอ๊อดเลี้ยงลูกอ๊อดลูกอ๊อดกบสัตว์เศรษฐกิจบ้านหนองแต้สมชัย วงษ์สุขกรวัฒน์ วีนิลลูกอ๊อดบ้านหนองแต้เกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:07 น.