ไลฟ์สไตล์
100 year

อัคคีภัยร้อนแรงหน้าแล้ง ดัดแปลงลดค่าไฟยิ่งเสี่ยง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
1 เม.ย. 2564 05:08 น.
SHARE

“ประเทศไทย” เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มพิกัด “อุณหภูมิ” หลายพื้นที่ต่างร้อนระอุแตะระดับ 35 องศาฯ ขึ้นไปอันเป็นผลให้ “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ มักกลายเป็นสาเหตุ “เพลิงไหม้” ก่อเกิดความสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินอย่างมหาศาลสูงขึ้นทุกปี

หลักสำคัญ “ผู้ใช้ไฟฟ้ามักเผอเรอประมาทเลินเล่อ” ปล่อยปละละเลยไม่รอบคอบ ตั้งแต่เปิดสวิตช์ไฟทิ้งไว้ ไม่ถอดปลั๊กไฟหลังใช้งานเสร็จ และเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดกับรางปลั๊กสายพ่วงเดียว

ข่าวแนะนำ

อีกส่วนมาจาก “อุปกรณ์และสายไฟฟ้า” ขาดการดูแลเสื่อมสภาพเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร และยังมีการจุดธูปเทียน ทำอาหารลืมทิ้งไว้ กลายเป็นความหายนะ “เหตุไฟไหม้” สิ้นเนื้อประดาตัวในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะเดือน เม.ย.ทุกปี มีสถิติอัคคีภัยสูงลุกลามรวดเร็วยากต่อการควบคุมได้ง่าย

เรื่องนี้ต้องมาทำความเข้าใจหาวิธีป้องกัน ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หน.ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ให้คำแนะนำว่า ปัจจัยสาเหตุ “ฤดูร้อน” มักเกิดเหตุไฟไหม้มาจาก “สภาพอากาศร้อนจัด” มีการใช้เครื่องไฟฟ้าตามบ้านเรือนมากเกินกำลังยาวนาน ทำให้สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวน PVC

ลักษณะชำรุดเสื่อมสภาพเก่าตามอายุอยู่เดิม “เกิดความร้อนจัด” กลายเป็นฉนวนหลอมละลายไม่สามารถป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลก่อให้เกิดทองแดงสายไฟ 2 เส้นแตะกัน “จุดประกายไฟ” ลุกลามเป็นอัคคีภัย

จริงๆแล้ว...“ฉนวน PVC ห่อหุ้มทองแดงไฟฟ้า มอก.11–2553” ทำหน้าที่ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว มีคุณสมบัติทนความร้อนอุณหภูมิสูงสุด 70 องศาฯ อายุการใช้งาน 20 ปี ที่ต้องแล้วแต่ลักษณะการใช้งาน ส่วนใหญ่สาเหตุ “ฉนวนเสื่อมหมดสภาพเร็วกว่าอายุปกติ” มักมาจากการใช้สายไฟในสภาพแวดล้อมไม่ปกติ

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าพิกัดของอุณหภูมิฉนวนทนได้ ใช้งานในสภาวะแวดล้อมมีสารเคมี ความชื้นสูง ทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพเร็ว ไม่สามารถคงสภาวะป้องกันไฟรั่วได้ จนสายเกิดลัดวงจรขึ้นได้ โดยเฉพาะ “สายไฟไม่ได้มาตรฐาน” มักมีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ในราคาถูกเมตรละประมาณ 10-15 บาท

ลักษณะตัวนำทองแดงบริสุทธิ์ต่ำ และฉนวนผลิตวัตถุเกรดต่ำ เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปีฉนวนจะเปราะ แตกหลอมละลายง่าย ส่งผลให้เกิดการลัดวงจรที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟไหม้บ้านตามมา

สังเกตจาก “ผู้รับเหมา” เสนอราคาเดินสายไฟฟ้าในราคาถูกมากเกินไป อาจต้องดูยี่ห้อสายไฟด้วย เพราะบางครั้งใช้สายราคาถูกลงมาก ก็ไม่อาจคุ้มค่าเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรได้ เพราะบ้านทั้งหลังต้องอยู่กันนาน ในช่วงหลังนี้มักมีข่าว “ไฟไหม้บ้านจากไฟฟ้าลัดวงจรค่อนข้างเยอะ” ถ้าหากจ่ายเงินไหวก็ซื้อของใหม่ได้มาตรฐานดีกว่า

โดยเฉพาะ ปลั๊กพ่วง หรือเรียกกันว่า “รางปลั๊กไฟ” ใช้ต่อสายไฟมายังจุดห่างจากเต้าไฟหลัก มักเป็นต้นตอไฟไหม้วอดทั้งหลังได้ อันมาจากการใช้ปลั๊กพ่วงผิดวิธี หรือซื้อปลั๊กพ่วงที่ไม่มีคุณภาพ ผลิตไม่ได้มาตรฐานมาใช้งาน ส่วนใหญ่วางขายตามท้องตลาดฝาครอบหรือตัวกล่องปลั๊กมักผลิตจากพลาสติกเกรดธรรมดา

ถ้าใช้ไฟเกินกำลัง มักเกิดความร้อน กลายเป็นประกายไฟ ดังนั้นใช้ปลั๊กพ่วงตามมาตรฐาน มอก.2432-2555 กำกับอยู่บนผลิตภัณฑ์ดีที่สุด ที่รองรับแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 50 โวลต์ ไม่เกิน 440 โวลต์ เต้ารับมีม่านชัตเตอร์ปิดรูทุกจุดป้องกันนิ้วมือแหย่ ทั้งยังต้องต่อสายดินจริงทุกเต้า และมีการป้องกันไฟเกินแบบเบรกเกอร์ด้วย

ทว่าจำเป็นต้อง “ซ่อมเดินสายไฟในบ้าน” ต้องให้ “ช่างไฟฟ้ามีความรู้ชำนาญเฉพาะ” ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไฟฟ้าเท่านั้น ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ดังนั้น “ผู้ไม่มีใบอนุญาต” ประกอบกิจการเดินสายไฟฟ้าต้องมีความผิดปรับค่าปรับ 5,000 บาท ส่วนผู้รับเหมาปรับ 30,000 บาท

เพราะถือเป็นวิชาชีพเฉพาะ ถ้าไม่มีความรู้ชำนาญอาจเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยได้

เคยมีโครงการบ้านจัดสรรราคาสิบล้านบาท “ช่างไฟฟ้าไม่ชำนาญ” มีการเดินไฟไม่ถูกต้องระโยงระยางรกพันกัน “บนฝ้าเพดาน” ทั้งเดินสายเปลือยพันด้วยเทปไม่เรียบร้อย แม้ว่าสายไฟทำจากฉนวนหุ้ม PVC แต่ติดตั้งจุดไม่เหมาะสมในสภาพความร้อน ความชื้น และถูกแดดย่อมทำให้อายุงานสั้นลงเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยเช่นเดิม

ในส่วน “การป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร” ทำได้โดยการติดเบรกเกอร์ตัดไฟ ถ้าเป็นไปได้ “ติดเครื่องตรวจจับควัน” ด้วย หาก “เพลิงไหม้จากไฟลัดวงจร” ต้องใช้ถังดับเพลิงสารเคมีพิเศษ C ดับเหตุไฟเท่านั้น

ไม่เท่านั้น...“อุบัติเหตุจากฉนวนหุ้มทองแดงสายไฟชำรุด” มักทำให้ข้อต่อสายไฟเกิดหลวมรั่วเชื่อมโครงโลหะพัดลม ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น เมื่อ “ผู้ใช้สัมผัส” ทำให้ไฟรั่วเข้าสู่ร่างกายได้ เพราะกระแสไฟขนาด 0.1 แอมป์ หรือไฟฟ้าใช้จ่ายหลอดไฟ 20 วัตต์ไหลผ่านร่างกาย 2 นาที สามารถทำหัวใจหยุดเต้นทันทีได้

การป้องกันทำได้โดยการเดินระบบสายดินในตัวบ้านให้ถูกต้อง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าที่รั่วนั้นเลือกไหลผ่านดินแทนการไหลมาสู่คน เพราะดินมีความต้านทานต่ำหลักหน่วยโอห์มที่เป็นทางเดินกระแสไฟรั่วดีกว่าร่างกายคน

ดังนั้น “เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด เก่าหมดสภาพ” ต้องไม่ฝืนใช้งานต่อไป เพราะการประหยัดเงินเช่นนี้มักไม่คุ้มกับความสูญเสียที่อาจเกิดจากไฟดูด หรือไฟลัดวงจร โดยเฉพาะ “บ้านอยู่ใกล้สายไฟแรงสูง” เลี่ยงอยู่ใกล้อย่างน้อย 4 เมตร หากมี “คนถูกไฟดูด” ไม่บุ่มบ่ามช่วยเหลือทันที แต่ “ควรตั้งสติ” สำรวจตัดไฟจากเบรกเกอร์เสมอ

ประการต่อมา...“ภาวะอากาศร้อนทำให้บิลค่าไฟพุ่งสูง” ต่างมักมองหาวิธีเคล็ดลับประหยัดค่าไฟ เรื่องนี้ให้เข้าใจว่า “การประหยัดไฟ” ไม่ได้หมายความว่า “งดความต้องการใช้ไฟลง” แต่ใช้ไฟอย่างมีสติ มีความรู้ ลดความสูญเสียค่าไฟที่สิ้นเปลืองออกไป ด้วยการเลือกฉลากเบอร์ 5 อย่างเหมาะสมการใช้งานให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น

เริ่มจาก “ผู้ใช้ไฟ” ต้องเข้าใจพฤติกรรมการใช้ไฟของตน และรู้ถึงการกินไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท โดยเฉพาะ “เครื่องปรับอากาศ” มักกินค่าไฟสูงสุด หากคำนวณเครื่องปรับอากาศ 12,000 บีทียู ใช้กำลังไฟฟ้าราว 1,000 วัตต์ เปิดวันละ 10 ชั่วโมง ต้องเสียค่าไฟ 1 พันบาท/เดือน ตามอัตราค่าไฟ 3.50 บาท/หน่วย

ถ้าต้องการลดค่าไฟต้องไม่ให้แอร์ทำงานหนักเกินจำเป็น ด้วยการเปิดหน้าต่างไล่อากาศร้อนก่อนเปิดแอร์ หรือใช้พัดลมช่วยไหลเวียนอากาศเย็นในห้อง สิ่งสำคัญต้องงดเว้นทำอาหาร และลดความชื้น เช่น การปลูกต้นไม้ หรือเลี้ยงปลาในห้องแอร์ เพราะความชื้นมากคอมเพรสเซอร์แอร์จะพยายามลดความชื้นนี้ และทำงานหนักขึ้น

ถัดมา “ตู้เย็นขนาด 12 คิว กินไฟ 200 วัตต์” เปิดตลอดเสียค่าไฟ 500 บาทต่อเดือน ต้องเลือกเป็นชนิดอินเวอร์เตอร์ลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ลงโดยไม่จำเป็น เช่น เคลียร์ของหมดอายุที่ไม่ทานออก ตั้งอุณหภูมิเหมาะสมไม่เย็นไป “เครื่องซักผ้า” ซักปริมาณไม่น้อยไป และใช้เครื่องอบผ้าแบบตากให้แห้งแทน

สิ่งสำคัญ...เลือกใช้เทคโนโลยีพลังงานจากแสงอาทิตย์ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ในเวลากลางวัน และใช้อุปกรณ์ Power Wall เก็บพลังงานที่เหลือมาใช้ตอนกลางคืน ที่เป็นอีกทางในการประหยัดไฟในระยะยาว หรือการใช้อุปกรณ์ solar charger เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ตอบโจทย์ผู้ใช้ไฟฟ้า Green Energy อีกด้วย

ปัญหามีอยู่ว่า “ค่าไฟแพงเกิดคนหัวใส” มีการดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน ในการติดอุปกรณ์ครอบมิเตอร์ เพื่อให้มิเตอร์หมุนช้าลง อีกทั้งมี “ช่างไฟ” ประกาศรับโกงดัดแปลงมิเตอร์อยู่จริงเกลื่อนตามโซเชียล เรื่องนี้ “ผู้โกงดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้ามีความผิดทางคดีอาญา” ซึ่งทาง การไฟฟ้าฯ ก็มีรางวัลนำจับอยู่แล้วด้วยซ้ำ

และต้องถูกปรับเก็บเงินค่าไฟฟ้าย้อนหลังเทียบกับประวัติการใช้ไฟ เพราะเป็นการโกงเงินหลวงที่ไม่ควรกระทำ แม้ดูเหมือนประหยัดค่าไฟ แต่มีโอกาสถูกจับได้ทุกเมื่อ จนไม่มีความสุขทางใจ ในบางคนก็ไปซื้อ “อุปกรณ์ประหยัดไฟ” ที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปในออนไลน์ราคา 2 พันบาทเป็นต้นไปด้วยการใช้เสียบกับเต้าเสียบฝาบ้าน

เมื่อมีการถอดอุปกรณ์ประหยัดไฟตรวจสอบภายในกล่องนี้ ก็พบว่า มีเฉพาะฟิวส์ สวิตช์ ขดลวด หลอดไฟแสดงผล และตัวเก็บประจุเล็กๆ มีหน้าที่จ่ายกำลังไฟฟ้าเสมือน แต่ไม่มีผลต่อการหมุนของมิเตอร์ ทำให้ไม่ส่งผลต่อการประหยัดไฟ และลดค่าไฟได้จริง ทั้งยังเป็นอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยซ้ำตามมา

ตอกย้ำว่า...“ไฟฟ้า” มีทั้งคุณและโทษ “ผู้ใช้” รู้จักเลือกใช้อย่างมีความรู้ถูกวิธีย่อมได้รับประโยชน์ปลอดภัย “เพื่อความไม่ประมาท” ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ตัดไฟไว้ก็จะช่วยเซฟชีวิตอีกทางหนึ่งได้ดี.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า 1ฤดูร้อนหน้าร้อนภัยแล้งไฟไหม้เพลิงไหม้อุบัติเหตุ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 02:45 น.