ไลฟ์สไตล์
100 year

พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกลายเล่นงานเกษตรกร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
15 มี.ค. 2564 06:01 น.
SHARE

มรดก “ลักหลับ” ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้คลอด พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับแรกของประเทศไทย มีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 24 ก.ย.2562...วันนี้เริ่มออกฤทธิ์ส่งผลถึงเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว

จะเรียกว่าเป็นมรดกลักหลับ หรือ มรดกบาปกรรม สุดแล้วแต่จะเรียกขาน แต่เป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้เวลาพิจารณาในช่วงสังคมไทยจับจ้องอยู่กับการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นครั้งแรก นับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจรัฐ

ข่าวแนะนำ

เลยทำให้กฎหมายฉบับนี้ คลอดออกมาแบบคนไทยไม่ทันรู้สึกตัวถึงภัยร้ายที่สอดไส้ไว้ภายใน

เพราะใจความสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่ตรงน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้มาจากพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง...ไม่ถือว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง

มีแต่น้ำมันปิโตรเลียมจากซากฟอสซิลก่อมลภาวะเท่านั้น ถึงจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง

นิยามใหม่นี้ทำให้เชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานรักษ์โลกไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ผลที่ตามมา น้ำมันไบโอดีเซล แก๊สโซฮอล์จะแพงขึ้น ผู้บริโภคเดือดร้อน ที่สำคัญเกษตรกรจะขายปาล์ม มันสำปะหลัง และอ้อย ได้น้อยลง เรียกว่าเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ...มีแต่บริษัทค้าน้ำมันปิโตรเลียมเท่านั้นที่ได้กำไรมากขึ้น

“ในปี 2563 หลังการเริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เพียง 3 เดือน แม้จะมีปริมาณการใช้ B100 ไปผสมเป็นไบโอดีเซลสารพัดสูตรวันละ 5.1 ล้านลิตร แต่ปริมาณการใช้ B20 ที่มีส่วนผสมของ B100 มากสุด มีการใช้ลดลงมากถึงวันละ 6.2 ล้านลิตร จากเดิมที่ใช้กันวันละเกือบ 8 ล้านลิตร เหลือเพียงวันละล้านกว่าลิตรเท่านั้น”

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล อดีตเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาเรื่องอ้อยในคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ สภาผู้แทนราษฎร ชี้ให้เห็นตัว– เลขปริมาณการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่เริ่มลดลง

ไม่เพียงแต่ไบโอดีเซลบี 20 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งเริ่มรณรงค์ให้คนไทยใช้กันเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น pm 2.5 จะต้องพังครืน

ไบโอดีเซล B10 น้ำมันดีเซลพื้นฐาน แม้จะมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่เพียงครึ่งเดียวของ B7 เท่านั้น

“ฝั่งเบนซินก็เช่นกัน ปี 2562 มีการนำเอทานอลมาผสมเป็นแก๊สโซฮอล์สูตรต่างๆ วันละ 4.74 ล้านลิตร ปีที่แล้วปริมาณการใช้เอทานอลลดเหลือวันละ 4.42 ล้านลิตร ลดลงไป 6.4% นั่นเพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนเอทานอลน้อยลง จากที่เคยอุดหนุนวันละ 9.34 ล้านบาทในปี 2562 ลดเหลือ 6.98 ล้านบาทในปี 2563 ลดลงไปมากถึง 33.8%”

นั่นเพราะนับแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.นี้ เงินอุดหนุนที่เคยมีให้กับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วน ผสมของเชื้อชีวภาพเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะแนวโน้มการลดการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลหรือไบโอดีเซลมาก อย่าง E85 และ B20

ต้นปี 2563 B20 เคยได้รับการอุดหนุนวันละ 31 ล้านบาท...ลดลงเหลือวันละ 5.5 ล้านบาทในปลายปี 2563

ขณะเดียวกันฝั่งเบนซิน E85 เป็นภาระต่อกองทุนมากที่สุดถึงร้อยละ 64 ของเงินอุดหนุนฝั่งเบนซิน มีการจ่ายเงินอุดหนุนลิตรละ 7.13 บาท รองลงมาเป็น E20 อุดหนุนลิตรละ 2.28 บาท...ส่วน E10 (แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95) มีการเก็บเงินเข้ากองทุนลิตรละ 62 สตางค์

E85 จึงตกเป็นแพะก่อนตัวอื่น จากที่เคยกินเงินอุดหนุนวันละ 7.82 ล้านบาทในปี 2562...มาปี 2563 กินเงินอุดหนุนแค่วันละ 5.46 ล้านบาท

ส่วน E20 มียอดขายทรงๆ ที่เพิ่มขึ้นจริงจังคือ E10 เพราะส่งเงินเข้ากองทุนไม่เป็นภาระใคร...เป็นตามเป้าหมายแท้จริงที่ซ่อนเร้นไว้ในกฎหมายฉบับนี้

และในขณะที่สังคมกำลังเพ่งสนใจโควิด-19 ขบวนการนี้รีบฉวยโอกาสพยายามหาทางเฉดหัวเชื้อเพลิงชีวภาพให้หนักเข้าไปอีก...ด้วยมีแผนการจะให้ยกเลิกการใช้น้ำมัน B20, E85 อ้างเหตุผลต้องจ่ายค่าชดเชยมากไป

ทั้งที่เบื้องหลัง น้ำมัน 2 ชนิดนี้ มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพมาก ถ้าอุดหนุนมาก คนใช้เยอะ บริษัทผู้ผลิตน้ำมันเป็นกังวล น้ำมันที่ตัวเองกลั่นออกมาได้จะขายได้น้อยลงเท่านั้นเอง

ฉะนั้นนับแต่นี้ไปพี่น้องเกษตรกรต้องจับตาดูให้ดี อย่าเผลอให้พ่อค้าน้ำมันลักหลับได้สำเร็จ...เพราะถ้าเขาทำได้ รายได้จากปาล์มน้ำมันผสมใน B20 ที่เคยขายได้วันละประมาณ 8 ล้านลิตร ต้องใช้น้ำมันปาล์มปีละ 584 ล้านลิตร หรือผลปาล์มประมาณ 3 ล้านตัน...คิดเป็นเงินปีละ 12,000 ล้านบาท จะหายไปจากมือพี่น้องเกษตรกรทันที

เกษตรกรปลูกอ้อยก็เช่นกัน หาก E85 ที่เคยมียอดขายวันละ 1.3 ล้านลิตรหายไป จะทำให้เอทานอลหายไปวันละ 1.1 ล้านลิตร หรือปีละ 400 ล้านลิตร

เอทานอลจำนวนนี้ หากผลิตมาจากกากน้ำตาลหรืออ้อย 300 ล้านลิตร กากน้ำตาลจะหายไป 1.15 ล้านตัน คิดเป็นเงินจะหายไปประมาณ 4,000 ล้านบาท...ส่วนอีก 100 ล้านลิตร หากทำมาจากมันสำปะหลัง ต้องใช้หัวมันฯ 6 แสนตัน ชาวไร่มันสำปะหลังจะต้องสูญเงินในกระเป๋าไปถึงปีละ 1,500 ล้านบาท

เพราะน้ำมันปาล์มจะถูกดีเซล 100% เข้าแทนที่ปีละ 500-600 ล้านลิตร...ส่วนเอทานอลจากมันสำปะหลังและอ้อยจะถูกเบนซิน 100% มาเฉือนตลาดไป 400 ล้านลิตร

คนในขบวนการเหล่านี้พี่น้องเกษตรกรเผลอไม่ได้ เพราะมีคนของรัฐพร้อมเป็นใจให้กับเขา...แถมพวกเขามานั่งเป็นรัฐมนตรีกำกับดูแลเรื่องนี้อีกต่างหาก.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเกษตรกรชาติชาย ศิริพัฒน์มันสำปะหลังเอทานอลไร่อ้อยข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 06:14 น.