ไลฟ์สไตล์
100 year

ดันถั่งเช่าดักแด้หนอนไหม สร้างรายได้ยุคโควิด-19

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
4 ก.พ. 2564 07:01 น.
SHARE

จากกรณีถั่งเช่าถูกโจมตีจนกลายเป็นกระแสสังคม นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่า การผลิตถั่งเช่าไหมไทย ที่มีการนำดักแด้หนอนไหมไทยมาเป็นอาหารเลี้ยงเห็ดถั่งเช่า เป็นความสำเร็จจากการศึกษาวิจัยระหว่างกรมหม่อนไหม กับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อปี 2556 และได้รับอนุสิทธิบัตรการผลิตถั่งเช่าไหมไทย เมื่อปี 2558

ข่าวแนะนำ

“จึงเป็นถั่งเช่าที่มีคุณภาพ ราคาค่อนข้างสูงกว่าถั่งเช่าที่ผลิตจากอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดอื่น มีสารสำคัญต่อร่างกายมากกว่า ประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น อะดีโนซีน (Adenosine) คอร์ไดเซปิน (Cordycepin) และสารหลายชนิด มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพิ่มการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังสามารถป้องกันรังสี UVB และช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้”

สำหรับประเด็นที่ถั่งเช่าถูกโจมตี นายปราโมทย์ กล่าวว่า กรมหม่อนไหมได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน และพิษเรื้อรังในหนู พบว่าสามารถบริโภคด้วยปริมาณ 5,000 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ส่วนการบริโภคอย่างต่อเนื่องสามารถบริโภคได้วันละ 1,100 มก. ต่อน้ำหนักตัวต่อ 1 กก. (กิโลกรัม) พบว่าไม่มีผลต่อสุขภาพและอวัยวะต่างๆของหนูที่ทดสอบแต่อย่างใด

ส่วนการที่จะดูว่า ถั่งเช่าเป็นของแท้หรือของปลอม อธิบดีกรมหม่อนไหม แนะ ดูได้จากค่าวิเคราะห์คอร์ไดซิปินกับอะดีโนซินเป็นหลัก เพราะการผลิตในเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องแจ้งสารสำคัญให้ผู้บริโภคทราบ สำหรับแหล่งซื้อขายถั่งเช่าในเมืองไทยขณะนี้ ส่วนใหญ่ขายถั่งเช่าสีทอง มีถั่งเช่าหิมะบ้างเล็กน้อย โดยจำหน่ายในรูปแบบแคปซูล และชาถั่งเช่า ซึ่งบ้านเรามีฟาร์มเพาะเลี้ยงถั่งเช่าสีทองอยู่หลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการเพาะเลี้ยงบนอาหารอื่น เช่น เลี้ยงบนข้าวกล้อง หรือข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เลย์ ที่ได้ราคาต่ำกว่าการเพาะเลี้ยงจากดักแด้ไหม

กรมหม่อนไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ จึงมีนโยบายถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไหมไทยเพื่อผลิตเป็นถั่งเช่าไหมไทยแก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกที่สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะในยามวิกฤติโควิด-19 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม โทรศัพท์ 0-2558-7924-6 ต่อ 404 หรือศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ 0-5311-4096-7.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถั่งเช่าถั่งเช่าดักแด้ไหมถั่งเช่าไหมไทยดักแด้หนอนไหมเห็ดถั่งเช่ากรมหม่อนไหมงานวิจัยเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 07:51 น.