สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เป็นคำถามจากแฟนเพจทนายเจมส์ LK ที่ส่งเข้ามาถามกันหลายท่าน เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แล้ว อยู่ระหว่างการรอประกาศขายทอดตลาด กรณีนี้จะยังสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ได้อยู่หรือไม่ และขั้นตอนต่อไปจะต้องทำอย่างไร
กรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น หากยังไม่มีผู้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ดังกล่าว ลูกหนี้ยังสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ได้ตลอดเวลานะครับ แต่การที่จะทำให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายอมงดการขายทอดตลาดหรืองดการบังคับคดีไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องง่าย
ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกให้โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามาเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ หรือลูกหนี้กับเจ้าหนี้จะเจรจาตกลงกันได้แล้วก็ทำบันทึกข้อตกลงเอาไปยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนก็ได้ ซึ่งลูกหนี้เองก็ควรจะต้องพยายามขวนขวายหาทางออกด้วย หรือมีแผนที่จะหาเงินมาชำระเจ้าหนี้ได้อย่างไร ควรจะต้องเตรียมข้อมูลมา ไม่ใช่จะมาขอความเห็นใจจากเจ้าหนี้อย่างเดียวโดยที่ไม่มีแผนในการชำระหนี้เลย ก็จะไม่เกิดประโยชน์ในการไกล่เกลี่ยนะครับ หรือทั้งสองฝ่ายอาจจะช่วยกันหาวิธีที่จะนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาร่วมกันก็ได้
...
พูดง่ายๆ ก็คือ ลูกหนี้จะต้องแสดงความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มีปัญหาอะไรก็จะต้องชี้แจงให้เจ้าหนี้ทราบ ไม่ควรปิดบังหรือผลัดไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนด เพราะจะทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีในการเจรจา อย่าลืมว่า เจ้าหนี้เป็นผู้มีพระคุณนะครับ ในยามที่ลูกหนี้เดือดร้อน เจ้าหนี้ก็เป็นฝ่ายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ลูกหนี้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ เมื่อเจ้าหนี้ต้องการเงินคืน หรือได้รับความเดือดร้อน ลูกหนี้ก็จะต้องขวนขวายหาวิธีหรือหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ด้วย
หากยังคิดไม่ออกก็อาจจะลองเสนอแนวทางผ่อนชำระหนี้ตามแนวทางที่ผมเคยแนะนำไว้ตามบทความที่ปรากฏในลิงก์ด้านล่าง
https://www.thairath.co.th/news/local/2005852
เมื่อเจรจาหาข้อยุติกันได้เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายแล้ว เจ้าหนี้ก็สามารถที่จะยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดี งดการบังคับคดีไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการผ่อนชำระของลูกหนี้ หากชำระหนี้ตามแผนได้ครบถ้วน เจ้าหนี้ก็ถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยเจ้าหนี้มักจะผลักภาระในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมการถอนการยึดให้เป็นหน้าที่ของลูกหนี้ ซึ่งจะมีอัตราค่าฤชาธรรมเนียมการถอนการยึดอยู่ประมาณร้อยละ 2 ของมูลค่าที่ดินหรือของมูลหนี้ ขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าที่ดินหรือมูลหนี้ ยอดใดจะน้อยกว่ากัน ให้นำยอดที่น้อยมาคำนวณค่าฤชาธรรมเนียมถอนการยึด
กรณีที่การเจรจาไม่สำเร็จ ลูกหนี้ก็อาจจะต้องไปหาแหล่งเงินทุนใหม่ เพื่อนำมาชำระหนี้และถอนการยึด หรือนำเงินมาซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากการขายทอดตลาดดังกล่าว หรืออาจจะต้องตัดใจเก็บเงินที่มีเอาไว้ไปหาที่อยู่ใหม่ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป อย่าลืมว่า เจ้าหนี้สามารถบังคับยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ได้จนกว่าจะครบถ้วนตามคำพิพากษา ซึ่งในขั้นตอนหลังจากที่การเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จนั้น ขอให้ปรึกษากับทนายความหรือผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายอย่างใกล้ชิดนะครับ
สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมล์มาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ
Facebook: ทนายเจมส์ LK
Instagram: james.lk