ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ล็อกดาวน์ 2 ชุมชน ในแม่สอด พบติดโควิด 5 คน "ครอบครัว" เดียว

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์18 ต.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    แม่สอดผวาเจอชาวเมียนมาจากชุมชนถุงทอง-มัสยิดมะดี-นะฮ์ ติดเชื้อรวดเดียว 5 คน มาจากครอบครัวเดียวกัน จากการปูพรมตรวจหาเชื้อในชุมชน ยังไม่ฟันธงติดเชื้อจากไหน ด้าน ผวจ.ตาก ลั่นสั่งล็อกดาวน์ 2 ชุมชนทันที ปิดทางเข้าออกรอบหมู่บ้าน 6 จุด ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ระบุไทยพบผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศอีก 10 คน รักษาตัวอยู่ในไทย 8 คน ส่วนความหวังของมะกันที่จะมีวัคซีนต้านโควิด-19 ใช้ จ่อลากไปใกล้สิ้นปี

    หลังจากไทยพบ 3 คน ขับรถขนสินค้าชาวเมียนมา ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ามาใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงสาธารณสุขปูพรมตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดและชุมชนชาวเมียนมาในพื้นที่ โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มใน อ.แม่สอด หลายราย โดยเมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา ปลัดจังหวัดตาก นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด และผู้เกี่ยวข้อง ประชุมวางมาตรการเข้มสกัดกั้นโควิดที่กำลังระบาดใน อ.แม่สอด หลังผลการตรวจโรคของรถชีวนิรภัยพระราชทานตรวจพบสองสามีภรรยาชาวมุสลิมเมียนมา ที่อาศัยในชุมชนถุงทอง มัสยิดมะดีนะฮ์ ผลออกมาเป็นบวกติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการ จึงนำตัวส่งรักษาในโรงพยาบาลแม่สอด และทีมงานสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่นำผู้ที่อยู่ในบ้านอีก 3 รายส่งเข้าสถานกักตัว (local Quarantine) และตรวจเชื้อปรากฏว่าทั้ง 3 คน มีผลเป็นบวกเช่นเดียวกันจึงนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลแม่สอด รวมแล้วทั้งหมด 5 ราย นอกจากนี้ ทีมสอบสวนยังได้นำผู้ใกล้ชิดจำนวน 9 ราย ตรวจหาเชื้อโควิด รวมกับเพื่อนบ้านอีก 55 คน ผลเป็นลบทั้งหมด แต่ยังคงต้องอยู่ในสถานกักตัว 14 วัน

    ขณะเดียวกัน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สั่งการให้นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด นำกำลัง อส.อ.แม่สอด และผู้นำชุมชน ร่วมกับเทศบาลนครแม่สอด พร้อมทีมงานสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง ล็อกดาวน์ 2 ชุมชน คือ ชุมชนถุงทองและชุมชนมัสยิดมะดีนะฮ์ วางกำลังปิดทางเข้าออกจำนวน 6 จุดรอบหมู่บ้านห้ามบุคคลเข้าออกก่อนจะได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันไวรัสโควิดระบาดออกไปนอกพื้นที่ และเป็นที่น่าสังเกตหลังตรวจชาวมุสลิมเมียนมา ติดเชื้อรวดเดียว 5 คน ทำให้ในหมู่บ้านพากันปิดบ้านเงียบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะหวาดกลัวเชื้อโควิดจะระบาดใหญ่

    ส่วนที่ด่านพรมแดนสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทยมาเลเซีย ทางการมาเลเซียได้ส่งคนไทยที่พ้นโทษจากสถานกักกันในรัฐต่างๆ เช่น กัวลาลัมเปอร์ และเนเกอรีเซิมบิลัน จำนวน 39 คน เป็นชาย 23 คนและหญิง 16 คน ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุมหลบหนีเข้าเมืองและทำงานตามร้านอาหารและร้านนวด เดินทางด้วยรถบัสกลับมาไทย ทันทีที่มาถึงพรมแดนไทยเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ อ.สะเดาได้นำคนไทยทั้ง 39 คนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทั้งซักประวัติ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หากรายใดเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงก็จะถูกแยกส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาเชื้ออย่างละเอียด ส่วนที่ปกติก็ถูกกักตัว 14 วันตามสถานที่กักตัวที่บ้านด่านนอก ชายแดนไทยมาเลเซีย

    ต่อมา บ่ายวันเดียวกัน ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สธ.ตรวจเชิงรุกในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยตรวจหาเชื้อพนักงานขับรถที่ส่งสินค้าข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา พบพนักงานขับรถชาวเมียนมาติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ราย และส่งกลับไปรักษาตัวที่ รพ.เมียวดี ประเทศเมียนมา จากนั้นมีการตรวจเชิงรุกในชุมชนที่อยู่ติดชายแดน โดยในชุมชนสุเหร่ามะดีนะห์ มีตรวจหาเชื้อจำนวน 1,007 คน พบผู้ป่วย 2 คน เป็นสามีภรรยาชาวเมียนมา นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 4 และ 5 ใน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยรายที่ 4 เป็นชายอายุ 63 ปี รายที่ 5 เป็นหญิง อายุ 53 ปี ขณะนี้ทั้งสองคนรักษาตัวอยู่ใน รพ.แม่สอด

    นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ติดเชื้อทั้งสองสามีภรรยามีกิจกรรมไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นการออกมาซื้ออาหารและสิ่งของ และวันที่ 16 ต.ค. ไปละหมาดที่มัสยิดในชุมชน ทีมสอบสวนโรคจึงตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ คนในครอบครัว พบว่าติดเชื้อ 3 คน ได้แก่ ลูกสาว หลานสาว และหลานชาย ทั้งหมดเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.แม่สอด ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ร่วมในพิธีละหมาดทั้งหมดไม่มีเชื้อ

    “ภาพรวมประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอด ไม่มีความหวาดกลัวต่อโรค ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ อย่างไรก็ตาม กรมอยากขอเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้น ทั้งสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง และงดเว้นกิจกรรมการรวมกลุ่มในระยะนี้” นพ. โอภาสกล่าว

    ทั้งนี้ วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์ภาพรวมในไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 10 คน รวมผู้ป่วยสะสม 3,679 คน หายป่วยแล้ว 3,478 คน เสียชีวิตคงที่ 59 คน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 10 คนนั้น เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่กักกัน/รพ.ใน กทม. 7 คน จ.ปทุมธานี 1 คน ได้แก่ ชาวต่างชาติเดินทางจากเนปาล 1 คน อีก 7 คน เป็นคนไทยมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ญี่ปุ่น 1 สหรัฐอเมริกา 1 โปแลนด์ 1 และสหราชอาณาจักร 3 คน ส่วนอีก 2 คน เป็นชาวเมียนมา มาจากการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกและผู้ติดเชื้อในชุมชน จ.ตาก

    ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวที่ จ.สตูล ถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ประเภทพิเศษ หรือ Special Tourist VISA (STV) ที่จะมีอายุเที่ยวภายในประเทศเป็นเวลา 90 วัน สามารถต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน (รวม 270 วัน) ว่า การเดินทางเข้ามาต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน หรือปฏิบัติตัวตามหลักเกณฑ์ที่เราได้กำหนดอย่างเคร่งครัด เมื่อครบ 14 วัน จึงจะเดินทางท่องเที่ยวได้ สำหรับนักท่องเที่ยวทริปแรกที่จะเดินทางเข้ามาสู่กรุงเทพฯ คือวันที่ 20 ต.ค.นี้ เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ทริปที่สองเดินทางเข้ามายัง จ.ภูเก็ตคือวันที่ 26 ต.ค.หลังจากนั้นจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ คาดว่าถึงวันที่ 2 พ.ย. น่าจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาประมาณ 400 คน ส่วนเหตุการณ์ชุมนุมภายในประเทศนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวเข้าใจดีว่าการประท้วงของบ้านเราไม่นิยมความรุนแรง ประท้วงด้วยความสงบหรืออหิงสา และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐยังคงปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยความประนีประนอม

    สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ณ วันที่ 17 ต.ค. ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวมกว่า 39.5 ล้านคน เสียชีวิตแล้วกว่า 1.1 ล้านคน รักษาหายแล้วเฉียด 30 ล้านคน โดยสหรัฐอเมริกา ยังเป็นประเทศอันดับ 1 ของโลกที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดถึงกว่า 8.2 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 2.23 แสนคน ตามด้วยอันดับ 2 อินเดีย ที่ยอดผู้ติดเชื้อกว่า 7.4 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 1.13 แสนคน และบราซิล รั้งอันดับ 3 มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 5.2 ล้านคน เสียชีวิตอีกกว่า 1.53 แสนคน

    ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (โอเอ็นเอส) เผยว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเป็นรายวัน ด้วยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอีก 27,900 คน เทียบสัดส่วนแล้วในรอบสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นมาร้อยละ 60 หรือประมาณ 1 ต่อ 160 คนที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 1 ต่อ 240 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมทั่วประเทศกว่า 6.89 แสนคน เสียชีวิตกว่า 4.3 หมื่นคน ส่วนที่เยอรมนี มีผู้ติดเชื้อรายวันทำสถิติ 7,830 คน เสียชีวิตอีก 33 คน ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่กว่า 3.56 แสนคน และเสียชีวิต สะสมกว่า 9.8 พันคนตามลำดับ

    ส่วนที่เมืองชิงเต่า มณฑลชานตง ประเทศจีน หลังมีการปูพรมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครบ 11 ล้านคน ซึ่งผลออกมาเป็นลบทั้งหมด หลังมีผู้ป่วย 13 คนติดเชื้อภายในประเทศ เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลทรวงอก ที่มีผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศเข้ามารักษาในโรงพยาบาล ขณะที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของจีนยืนยันพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 13 คน ทำให้ทั่วประเทศมีผู้ติดเชื้อรวม 85,659 คน เสียชีวิตคงที่ 4,634 คน

    ที่เมืองเมลเบิร์น เมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย ในออสเตรเลีย จุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 และมีมาตรการคุมเข้ม พบผู้ติดเชื้อเพียง 1 คนเป็นครั้งแรก และยังไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ถือว่าต่ำสุดนับแต่ต้นเดือน มิ.ย.ทำให้นายดาเนียล แอนดริวส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย อาจปรับแผนผ่อนคลาย มาตรการคุมเข้มในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟเซอร์ เตรียมยื่นขออนุญาตจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (เอฟดีเอ) ช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ เพื่อขอใช้วัคซีนที่พัฒนาร่วมกับบริษัท ไบโอเอ็นเทค จากเยอรมนี นั่นหมายถึงอาจทำให้สหรัฐฯ มีวัคซีนพร้อมใช้ภายในสิ้นปีนี้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โควิด-19COVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กระทรวงสาธารณสุขแม่สอดข่าววันนี้สุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 06:07 น.