ปลื้มปีติพระเมตตาร.10 ปวงประชาพ้นภัยโควิด-19

ข่าว

    ปลื้มปีติพระเมตตาร.10 ปวงประชาพ้นภัยโควิด-19

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      28 ก.ค. 2563 05:03 น.

      พสกนิกรทั่วไทยปลอดภัย ด้วยนํ้าพระราชหฤทัย “โครงการเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” ทุกคนต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณปกป้องปวงประชาพ้นภัยโควิด-19

      นับตั้งแต่ปลายปี 2562...มีการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ “โควิด-19” ลุกลามไปทั่วโลก ที่มียอดตัวเลขผู้เสียชีวิต หลายแสนคน และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสมือนเป็น “ฝันร้าย” ทำให้ผู้คนต่างตื่นตระหนกกับภัยคุกคามของเชื้อโรคที่มองไม่เห็นนี้

      ในการระบาดโควิด-19 นี้ไม่ใช่มีปัญหาเฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมด้วย

      กระทั่งเมื่อวันที่ 6 เม.ย.2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะผู้เกี่ยวข้องเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูล รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล...

      การนี้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชบาย ความว่า...มีอะไรที่จะมีส่วนช่วยเหลือ ที่จะแก้ปัญหาก็ยินดี เพราะว่าก็เป็นปัญหาของชาติ ซึ่งเรื่องโรคระบาดนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร แล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรามีหน้าที่ที่จะดูแลแก้ไขให้ดีที่สุด อย่างที่เคยพูดไว้ว่า

      ถ้าเผื่อมีความเข้าใจในปัญหา มีความเข้าใจ ไม่ใช่หมายความว่ายอมรับ ตามบุญตามกรรม แต่มีความเข้าใจในสถานการณ์ มีการเข้าใจในปัญหา และก็มีความรู้เกี่ยวกับโรค ก็คือความเข้าใจในปัญหานั่นเอง อันแรกก็เป็นอย่างนี้ อันที่ 2 ก็คือจากข้อที่ 1 ก็คือ การมีการบริหารจัดการ มีแผนเผชิญเหตุ มีระบบ ในการปฏิบัติ

      แก้ไขให้ถูกจุด รู้ปัญหา แก้ไขให้ถูกจุด โดยมีการบริหารจัดการแล้วก็ในเวลาเดียวกันก็ต้องให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง และเหตุผลที่ต้องปฏิบัติ เพราะว่าการมีระบบ หรือแผน และการปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้ ตามความเป็นจริง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แก้ถูกจุด ก็จะลดปัญหาลงไป และจะแก้ได้ในที่สุด

      ฉะนั้น ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องแก้ไขและก็เอาชนะอันนี้ได้ เพราะว่าประเทศของเรานี่ก็นับว่าทำได้ดี ประเทศของเรานี่น่าภูมิใจว่าทำได้ดีและก็ทุกคนก็ร่วมใจกัน แล้วก็ดีกว่าที่อื่นอีกหลายที่ แต่บางทีก็ต้องเน้นเรื่องการทำงานมีระบบ ด้วยความเข้าใจ และการมีระเบียบวินัยในการแก้ไขปัญหา

      โดยมีเป้าหมายว่าเราจะต้องต่อสู้ให้โรคนี้สงบลงไปได้ในที่สุด เพราะว่าโรคมาได้ โรคก็ไปได้ แต่โรคจะไม่ไป ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหา เราไม่แก้ไขให้ ถูกจุด หรือเราไม่มีความขันติอดทนที่จะแก้ไข บางทีก็ต้องเสียสละในความสุข ส่วนตัวบ้าง หรือเสียสละในการสร้าง กล้าพอที่จะสร้างนิสัยหรือสร้างวินัยในตัวเอง ที่จะแก้ไขเพื่อตัวเอง เพื่อส่วนรวม อันนี้เราก็ขอเป็นกำลังใจให้...

      โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีรับสั่งทรงห่วงใยแพทย์พยาบาล ว่า “หมออาจจะเหนื่อยหน่อยช่วงนี้ ฝากเป็นกำลังใจให้หมอกับพยาบาลด้วยค่ะ...”

      อีกทั้ง...พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด และทรงห่วงใยให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาโรคนี้

      ทรงพระราชดำริว่า หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น โรงพยาบาลจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ จึงได้เกิด “โครงการเครื่องช่วยหายใจ และ เครื่องมือแพทย์พระราชทาน” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดหาเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ

      ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการรับมือ “วิกฤติโรคโควิด-19” เพื่อพระราชทานให้แก่โรงพยาบาลและสถานพยาบาล 123 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ให้พร้อมรับมืออันจะเป็นประโยชน์ในการบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนต่อไป

      โครงการนี้ยังมี “นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ” โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ “เอสซีจี” ดำเนินการก่อสร้างติดตั้งแก่โรงพยาบาล 20 แห่ง เพื่อเสริมความมั่นใจในความปลอดภัยให้บุคลากรทางการแพทย์ในขณะปฏิบัติงาน และความปลอดภัยให้ผู้มาใช้บริการ ได้แก่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ

      รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว รพ.กลาง สถาบันโรคทรวงอก สถาบัน บำราศนราดูร รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก รพ.ตำรวจ รพ.ราชบุรี รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา รพ.นครปฐม รพ.อุตรดิตถ์ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ รพ.นครพิงค์ รพ.พหลพลพยุหเสนา รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

      รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ รพ.อุดรธานี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.สงขลานครินทร์ และ รพ.หาดใหญ่ ในจำนวนนี้มี “รพ.ตำรวจ” ที่รับพระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ” ต่อยอดคลินิกระบบทางเดินหายใจ สู่การบริการ One Stop Service ในจุดเดียว พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวว่า

      ตั้งแต่มีการระบาดโควิด-19 รพ.ตำรวจ มีการรักษาคนไข้มาตลอด แม้วันนี้จำนวนคนไข้จะเป็นศูนย์ ทุกคนปลอดภัย แต่ยังหยุดเรื่องนี้ไม่ได้ ในระยะต่อไปต้องป้องกัน ตั้งเป้าหมายว่า “เจ้าหน้าที่ต้องไม่มีใครติดเชื้อ”

      นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานห้องตรวจเชื้อนี้ทำให้แพทย์ พยาบาลและผู้ป่วยลดภาวะเสี่ยงติดเชื้อ เพราะมีการแยกพื้นที่ระหว่างทีมแพทย์...คนไข้ ออกจากกัน ใช้ระบบควบคุมแรงดันคุณภาพอากาศที่เหมาะสม

      มีระบบฆ่าเชื้อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค จึงช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่

      สิ่งสำคัญ...“ห้องตรวจหาเชื้อพระราชทาน” จะทำให้คลินิกระบบทางเดินหายใจของ รพ.ตำรวจ สามารถให้บริการแบบ One Stop Service ในการอำนวยความสะดวก ทั้งผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล ตรวจรักษาครบวงจรจุดเดียว ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีบรรยากาศเย็นสบาย สะอาด ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

      นอกจากนี้แล้วในส่วนพื้นที่จังหวัดสงขลาที่เป็นศูนย์กลางทางการค้า ...การคมนาคมของภาคใต้ ทำให้ในแต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ามารับการตรวจรักษาที่ รพ.หาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนเดินทางกลับมา จากต่างประเทศ

      ส่งผลให้มีผู้มาเข้ารับการตรวจหาเชื้อมากขึ้น ในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกนี้ พญ.วัจนารัตน์ นิตย์โชติ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ รพ.หาดใหญ่ เล่าว่า ด้วยทรงห่วงใยในความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนต่างต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสนี้จากความแออัดของผู้เข้ารับบริการนี้

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ” ให้ รพ.หาดใหญ่ ยังความปลาบปลื้มปีติแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่รับบริการในโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้รองรับการค้นหาผู้มีความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้น

      เมื่อการระบาดบรรเทาลงยังสามารถนำห้องตรวจนี้ไปประยุกต์ใช้ตรวจหาเชื้อวัณโรค และโรคระบบทางเดินหายใจอย่างอื่น เพื่อพัฒนาบริการด้านสาธารณสุขส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น ทำให้แพทย์ พยาบาล และประชาชนปลื้มปีติในพระเมตตา...

      นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อปวงพสกนิกรชาวไทยที่ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมีให้รอดพ้นวิกฤติโควิด-19 นี้

      ...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      สกู๊ปหน้า 1โควิด-19ไวรัสโคโรนารัชกาลที่10โครงการเครื่องช่วยหายใจ และ เครื่องมือแพทย์พระราชทานห้องตรวจหาเชื้อพระราชทานบุคลากรทางการแพทย์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 06:08 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์