“เมื่อก่อนแม่เก็บหัวบุกจากป่าเอามาทำอาหารกินกันมาแต่เล็กแต่น้อย คิดว่าเป็นแค่อาหารเมนูบ้านๆแสนธรรมดา กระทั่งปี 2554 กระแสการรักสุขภาพเริ่มมาแรง เลยทำไร่ปลูกบุก ขุดหัวขาย ในเมื่อเรามีพื้นที่ไร่ปลูกบุกจำนวนมาก เลยคิดแปรรูปขายเป็นบุกเส้นดีกว่าขายหัวสด”นางสาวศิริพร ฤกษ์ศักดิ์ศรี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟและบุกพุเย บ้านพุเย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เล่าว่า ทำไร่ปลูกบุกช่วงแรกๆจะเก็บหัวบุกเล็กๆมาจากป่า นำมาพักไว้ จากนั้นเตรียมดินไถพรวน 2 รอบ บุกไม่ชอบน้ำขังเพราะจะทำให้หัวบุกเน่าง่าย ปลูกแล้วไม่โตจึงต้องไถยกร่องเพื่อระบายน้ำ ปลูกระยะต้นห่าง 1×1 เมตร ระยะห่างแถว 50 ซม. พื้นที่ 1 ไร่ ใช้หัวบุก 3,200 หัว จากนั้นใส่ปุ๋ยมูลไก่ ปิดฟางคลุมดิน ระหว่างบุกโต กำจัดหญ้าวัชพืชด้วยวิธีดายหญ้า หลังปลูกแล้วระยะ 8 เดือน ต้นบุกจะแห้ง ส่วนหัวบุกจะมีเปอร์เซ็นต์แป้งเหมาะที่จะนำมาแปรรูปทำเส้นบุก “ช่วงที่ตลาดยังไม่รู้จักบุกพุเย เราใช้วิธีใส่ครกตำ หลังไปออกงานเริ่มเป็นที่รู้จัก จึงขอสนับสนุนทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาซื้อเครื่องมือแปรรูป และใช้เป็นทุนหมุนเวียน รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกมาเก็บไว้เพื่อให้มีวัตถุดิบผลิตทั้งปี โดยกลุ่มจะผลิตเส้นบุกตามออเดอร์ที่สั่งเข้ามาส่งตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง”ศิริพร บอกว่า การผลิตหัวบุกเส้นของบ้านพุเยจะไม่ผ่านการกัดสี ไม่ใส่กำมะถัน ใช้แต่หัวสดนำมาแปรรูป จึงได้เส้นบุกสีน้ำตาล รสสัมผัสกรุบกรอบมากกว่าบุกเส้นขาว และเพื่อให้มีเปอร์เซ็นต์แป้งมากจะใช้หัวบุกขนาด 1 กก.นำมาผ่า 3 ซีก ต้มไฟอ่อนนาน 8 ชม. จากนั้นขูดเปลือกออก เข้าเครื่องบด 3 รอบ ให้เนื้อละเอียด นำไปตีแป้ง ผสมน้ำสะอาด 2 ลิตร ตีให้เข้ากัน ใส่เครื่องหยอดเส้น (ขนมจีน) บีบให้บุกออกมาเป็นเส้นๆ หยอดเส้นลงน้ำเย็น ตักไปต้มในน้ำร้อน 40 นาที กระทั่งเส้นลอยจึงตักขึ้นพักในน้ำเย็น จากนั้นใส่ห่อบรรจุ แล้วนำไปต้มทั้งถุงในน้ำร้อนอีกครั้งนาน 7-10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อไม่ให้เส้นบูดเน่าง่ายๆหัวบุกสด 1 กก. ราคา 17-25 บาท แปรรูปเป็นเส้นบุกได้ 3 กก.ขายราคา กก.ละ 100 บาท สามารถเก็บในอุณหภูมิทั่วไป 7-10 วัน หากแช่เย็นช่องแช่ผักเก็บได้นาน 6 เดือน สนใจอุดหนุนสินค้าชุมชน ติดต่อได้ที่ 06-3194-6585. เพ็ญพิชญา เตียว